motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
 
Volkswagen Passat CC R-Line
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Saturday, 18 February, 2012 0:12 AM
800x
 
Volkswagen Passat CC R-Line
สปอร์ตซีดานพลังเทอร์โบ
 
baก่อนหน้านี้ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสได้ทดลองขับรถยนต์ โฟล์คสวาเก้น ในแบบกรุ๊ปเทสต์ 2 รุ่น คือ Volkswagen Golf GTi และ Volkswagen Scirocco 2.0 TSI ซึ่งใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน ล่าสุดประเดิมการทดสอบเดี่ยวด้วยรุ่นใหญ่สุดอย่าง Passat CC ซึ่งย่อมาจาก Comfort Coupe มาพร้อมชุดแต่งเพิ่มความปราดเปรียว R-Line

ba
ลองมาดูกันว่าซีดานขนาดใหญ่ทรงเพรียวสไตล์คูเป้ วางเครื่องยนต์บล็อกกลาง 2,000 ซีซี เทอร์โบ จะสร้างความปราดเปรียวได้สมกับรูปลักษณ์หรือไม่ และอัตราสิ้นเปลืองจะเป็นอย่างไร
 
Volkswagen Passat CC R-Line
 
ปราดเปรียวทุกมุมมอง
baด้วยพื้นฐานรูปทรงของ พัสสาท CC ที่มีความเพรียวอยู่แล้ว เนื่องจากตั้งใจออกแบบให้เป็นซีดานที่ดูคล้ายคูเป้ เมื่อเสริมด้วยชุดแอโรพาร์ทเพียงไม่กี่ชิ้น จึงช่วยเพิ่มความสปอร์ตได้อีกมาก โดยชุดแต่งประกอบด้วยสปอยเลอร์ต่อจากกันชนหน้า ด้านข้างเพิ่มสเกิร์ตและเพิ่มสติ๊กเกอร์คาดพร้อมคำว่า TURBO ปิดท้ายด้วยสปอยเลอร์ทรงแบนชิ้นเล็กบนฝากระโปรงท้าย เพิ่มโลโก้ R-Line ใต้ไฟท้ายฝั่งผู้ขับ

baรูปลักษณ์ภายนอกแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีที่ติ ทั้งตัวถังหลักและลายเส้นดูสวยงาม เสริมความปราดเปรียวด้วยประตูแบบไร้กรอบกระจก ล้อแม็กแม้จะมีขนาด 17 นิ้ว แต่ก็ดูไม่เล็ก เสริมความหรูหราด้วยคิ้วโครเมียมในจุดต่างๆ การประกอบถือว่าเนี๊ยบ อย่างเดียวที่ขัดตาคือ สติ๊กเกอร์สีดำที่คาดผ่านตัวถังด้านล่างและมีคำว่า TURBO ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากับรถรุ่นนี้สักเท่าไร

baมิติตัวถังไม่เล็กไม่ใหญ่ มีความยาว 4,799 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,417 มิลลิเมตร น้ำหนักค่อนข้างเบา 1,441 กิโลกรัม ล้อแม็กลายกึ่งหรูกึ่งสปอร์ตขนาด 8x17 นิ้ว พร้อมยาง 235/45 R17
 
Volkswagen Passat CC R-Line
 
ภายในสปอร์ตหรู
baห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ แซมด้วยสีน้ำตาลของเบาะและแผงข้าง พร้อมการตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม แผงคอนโซลออกแบบให้เป็น 2 ชั้น ด้านบนบุด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม คั่นกลางด้วยแถบอะลูมิเนียม ส่วนครึ่งล่างเป็นพลาสติกแข็งปั๊มลายเดียวกับด้านบน คอนโซลกลางปูพื้นด้วยอะลูมิเนียมปัดด้าน ติดตั้งชุดเครื่องเสียงแบบสัมผัส ชุดควบคุมแอร์ และคอนโซลเกียร์ที่ล้อมรอบด้วยสวิตช์ระบบต่างๆ

baชุดมาตรวัดทรงกลมเรียบง่ายสไตล์ โฟล์ค มี 2 มาตรวัดหลัก คือ วัดรอบและความเร็ว ภายในบรรจุมาตรวัดขนาดเล็กไว้ พร้อมไฟเตือนระบบต่างๆ แพรวพราว แทรกกลางด้วยจอแสดงข้อมูลเอนกประสงค์ และแสดงเมนูต่างๆ ที่ควบคุมผ่านสวิตช์บนก้านพวงมาลัยฝั่งขวา ส่วนก้านฝั่งซ้ายของพวงมาลัยควบคุมเครื่องเสียงและการรับโทรศัพท์ เบาะนั่งกึ่งย้อนยุค นั่งสบายและกระชับพอตัว ปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลังปรับไฟฟ้า ฝั่งผู้ขับมี 3 หน่วยความจำ

baเบาะหลังออกแบบสไตล์เดียวกับเบาะหน้า สามารถนั่งได้แค่ 2 คนเท่านั้น เพราะตรงกลางออกแบบให้เป็นที่วางแก้วและใส่ของพร้อมฝาปิด ลองนั่งดูแล้วถือว่าสบายสำหรับความสูง 170 เซ็นติเมตร ความเอนของพนักพิงกำลังพอเหมาะ ปลายหลังคาอยู่ในแนวเดียวกับศีรษะผู้โดยสารด้านหลัง และมีม่านไฟฟ้าด้านหลัง จึงไม่น่ามีปัญหาร้อนต้นคอหรือศีรษะ เมื่อนั่งเบาะหลังตอนกลางวัน ที่เท้าแขนกลางเบาะหลังสามารถเปิดทะลุไปห้องเก็บสัมภาระได้

baผมเคยชินกับการปรับเบาะต่ำสุด และปรับพวงมาลัยให้ลงต่ำตามมา แต่เนื่องจากพวงมาลัยไม่สามารถปรับได้ต่ำมากนัก จึงต้องยอมยกเบาะขึ้นไปหาพวงมาลัย ทัศนวิสัยก็เป็นไปตามคาดของรถทรงนี้คือ ไม่ถึงกับโปร่งโล่งแบบซีดานทั่วไป มุมมองด้านหน้านั้นเหลือเฟือ กระจกมองข้างทรงเพรียวปลายนอกเป็นเลนส์โค้งช่วยเพิ่มมุมมองได้ ส่วนด้านหลังเมื่อมองผ่านกระจกมองหลังพบว่ามุมมองจะบีบเล็กน้อย

ba
กุญแจรีโมทคอนโทรลแบบ Keyless แค่พกกุญแจไว้กับตัวก็สามารถล็อก-ปลดล็อก และสตาร์ตเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ โดยการสตาร์ตเครื่องยนต์สามารถทำได้ 2 วิธีคือ นำรีโมทเสียบเข้าไปในช่อง แล้วกดรีโมทลงไปเพื่อสตาร์ต หรือจะพกรีโมทไว้แล้วกดปุ่มสตาร์ตที่คอนโซลเกียร์ก็ได้ โดยทั้ง 2 วิธีต้องเหยียบเบรกค้างไว้ด้วย

baที่คอนโซลเกียร์ฝั่งซ้ายมีสวิตช์ควบคุมม่านไฟฟ้าหลัง, ปรับความหนืดช่วงล่าง, เปิด-ปิดระบบช่วยกะระยะ ซึ่งแสดงผลบนจอหลัก ส่วนสวิตช์ SET แรงดันลมยาง ลองเล่นดูแล้วไม่สามารถใช้งานได้ ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดหรือไม่ ส่วนฝั่งขวามีเบรกมือไฟฟ้า ระบบ AUTO HOLD เบรกให้เมื่อจอดรถติดไฟแดง ผู้ขับไม่ต้องเหยียบเบรกให้เมื่อย และจะปลดการทำงานเมื่อแตะคันเร่ง สวิตช์เปิด-ปิดระบบควบคุมเสถียรภาพ และปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์

baวัสดุหลักและการตกแต่งถือว่าสมกับรถราคา 3 ล้านบาท การประกอบก็เนี๊ยบสุดๆ แต่มี 2 อย่างที่ดูแล้วไม่เข้ากับการออกแบบภายในคือ รูปทรงของกระจกส่องหลัง และก้านควบคุมไฟเลี้ยวและที่ปัดน้ำฝนบนคอพวงมาลัย ซึ่งดูเชยๆ ทื่อๆ ไปหน่อย แต่ก็ไม่ส่งผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด

baการเก็บเสียงถือว่าทำได้ดี แม้กระจกประตูเป็นแบบไร้กรอบ ที่ความเร็วสูงระดับ 160-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเสียงลมปะทะไม่มากนัก เวลาลากรอบสูงๆ จะมีเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มสร้างความเร้าใจแต่ไม่น่ารำคาญ ส่วนเสียงยางแทบไม่มีให้ได้ยิน โดยเฉพาะบนทางราดยางเรียบ ต้องยกประโยชน์ให้ทั้งรถและยาง Continental Conti Sport Contact 3
 
Volkswagen Passat CC R-Line
 
2.0 TSI ผลงานเกินตัว
baพัสสาท CC ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ไดเร็กอินเจ็กชั่นเทอร์โบ ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว 210 แรงม้า ที่ 5,100-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 28.53 กก.-ม. ที่ 1,700-5,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO5 ด้วยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 138 กรัมต่อกิโลเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์ DSG 6 จังหวะ บล็อกหลักเดียวกับ กอล์ฟ GTI และ ซีร็อคโค่ TSI รุ่นที่ทำตลาดในเมืองไทย แต่เมื่อต้องรับภาระตัวถังขนาดใหญ่ขึ้น จึงเดาล่วงหน้าว่าอัตราเร่งคงไม่จัดจ้านมากนัก และน่าจะซดน้ำมันพอสมควร ผมทดสอบทั้งในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองและอัตราเร่งโดยยังไม่ดูข้อมูลที่ได้รับมา เพื่อไม่ให้มีความพยายามที่จะทำให้ได้ตามสเปก

baเริ่มต้นรับรถที่ออฟฟิศแถวรองเมืองในช่วงบ่าย เซ็ต 0 ใหม่ทั้งหมดแล้วขับไปขึ้นทางด่วนที่อยู่ไม่ไกลนัก มุ่งหน้าสู่สถานที่ถ่ายรูปด้วยความเร็วตามสภาพการจราจรแต่ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ข้ามสะพานพระราม 9 ต่อเนื่องถนนพระราม 2 ขับแบบค่อนข้างประคองด้วยการแซงแบบไม่คิ๊กดาวน์ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.9 กิโลเมตรต่อลิตร

ba
ตั้งใจจะขับแบบนี้ไปถึงที่ถ่ายรูป แต่ก็หวั่นๆ ว่าไปถึงแล้วจะมีเวลาถ่ายรูปไม่มากนัก บังเอิญมี BMW M5 รหัสตัวถัง E39 ขับมาด้วยความเร็วสูงจากด้านหลัง ติดสัญญาณกะพริบไฟแดง-น้ำเงินไว้ในรถ เปิดไฟหน้าและไซเรนเพื่อขอทาง ผมจึงเปิดไฟเลี้ยวซ้ายหลบให้ M5 คันนั้นก็แซงไป และรถคันอื่นในเลนขวาก็หลบให้ ผมจึงถือโอกาสขับตามไปห่างๆ พักการวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไว้ก่อน

baในการขับตาม ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นเพราะไม่ได้คิดจะแข่งหรือแซง แค่อาศัยพ่วงไปด้วยเท่านั้น เนื่องจากในใจก็กลัวจะถ่ายรูปไม่เสร็จอยู่เหมือนกัน แต่เนื่องจากทิ้งระยะค่อนข้างห่างประมาณ 50 เมตร รถที่หลบซ้ายไปแล้วจึงกลับขึ้นมาเลนขวาเมื่อ M5 คันนั้นผ่านไป แต่ก็ไปได้ไม่ไกลเพราะมีรถในเลนขวาหลายคันไม่หลบให้

baไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่ขับรถโดยไม่มองกระจกหลังเลย

ba
ขับตามไปสักพักถึงแยกวังมะนาว M5 คันนั้นก็เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ผมก็ลดความเร็วลงเหลือ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือนเดิม ใช้เวลาอีกไม่นานก็ถึงจุดถ่ายรูป เร็วกว่าที่กะไว้แค่ไม่เกิน 10 นาที ระยะทางรวม 158.1 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาขับ 1.35 ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยลดลงเหลือ 10.5 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะทั้งกดคันเร่งคิ๊กดาวน์และใช้ความเร็วสูง

baขากลับในช่วงค่ำ ลองเซ็ต 0 ใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง ขับระยะทาง 147.9 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 89 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร ระหว่างการทดสอบมีบางช่วงที่ใช้ความเร็วได้ไม่สูง ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 15.5 กิโลเมตรต่อลิตร

baหลังจากนั้นนำรถไปทดสอบอัตราเร่งโดยใช้โหมดเกียร์ S ลองทั้งแบบปิดระบบ ESP และเปิดใช้งานตามปกติพบว่า ถ้าเปิดระบบ ESP ช่วงแรกที่กดคันเร่งสุดรถจะมีอาการหน่วงก่อนจะพุ่งออกไป ส่วนตอนปิด ESP ในช่วงออกตัวรถจะตอบสนองคันเร่งได้ดีกว่า
 
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 0.83 1.05
20 1.39 3.41
30 1.95 7.29
40 2.52 12.88
50 3.14 20.58
60 3.86 31.63
70 4.59 44.75
80 5.47 63.12
90 6.46 86.66
100 7.65 118.06
110 8.90 154.58
120 10.32 200.01
130 11.87 253.75
140 13.60 318.53
150 15.59 398.99
160 17.96 500.80
170 20.68 625.65
180 23.98 786.46
190 27.35 959.75
200 31.74 1198.01
210 37.76 1541.28
220 47.70 2137.22
230 65.25 3236.22
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 07.0 94.5
0-200 10.3 120.0
0-402 15.7 150.3
0-1000 28.1 192.0
 
ความเร็วสูงสุด 232.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
baกลับมาเปิดสเปคที่ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้มาพร้อมกุญแจรถพบว่า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรทำได้ดีกว่าที่ระบุไว้ 7.7 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดซึ่งแทบไม่มีโอกาสได้ใช้ก็ทำได้ใกล้เคียงสเปค 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยช่วงหลังจาก 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว ความเร็วจะเริ่มไต่ขึ้นช้าๆ สังเกตว่าจะใช้ทั้งเวลาและระยะทางค่อนข้างมาก และเมื่อเปรียบเทียบกับ GPS แล้วพบว่าเข็มความเร็วขึ้นมากกว่าประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ความเร็วบนชุดมาตรวัดชี้ที่เลข 100 บน GPS จะได้ความเร็ว 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baส่วนอัตราสิ้นเปลืองขับทางไกลตามสเปคระบุไว้ 6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรหรือ 16.6 กิโลเมตรต่อลิตร พบว่ามีความสามารถที่จะทำได้จริง แต่ต้องใช้ความเร็วประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะใช้รอบต่ำเพียง 1,600 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลือง Real Time บนมาตรวัด 16.5 กิโลเมตรต่อลิตร
 
Volkswagen Passat CC R-Line
 
เกียร์ DSG ให้ทั้งความสบายและสนุก
baรถรุ่นนี้ใช้เกียร์ DSG ซึ่งเป็นเกียร์ธรรมดาคลัตช์อัตโนมัติ และเป็นแบบคลัตช์คู่ คลัตช์ชุดแรกสำหรับเกียร์ 1, 3, 5 และเกียร์ถอยหลัง และอีกชุดสำหรับเกียร์ 2, 4 และ 6 ใช้ไฮดรอริกในการเปลี่ยนเกียร์ให้โดยอัตโนมัติ สะดวกสบายในแบบเกียร์อัตโนมัติ แต่นุ่มนวลและฉับไวแบบเกียร์ธรรมดา เกียร์เดินหน้ามี 2 โหมดคือ D พร้อมโหมดย่อย +/- และโหมด S-Sport

baในโหมดเกียร์ D จะมีเลขบอกตำแหน่งเกียร์ต่อท้ายตัวอักษร D โดยเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นและลงให้โดยอัตโนมัติเมื่อเปลี่ยนความเร็ว และเมื่อเข้าสู่โหมด +/- ตัวอักษร D จะหายไป เหลือแต่ตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ โดยยังสามารถใช้การคิ๊กดาวน์กดคันสุดในการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำได้ แต่ถ้าจะเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงอีกครั้งจะต้องดันคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง + หรือไม่ก็ต้องกดคันเร่งลากรอบสูงเพื่อให้เกียร์เปลี่ยน

baส่วนโหมดเกียร์ S ไม่มีโหมดย่อย +/- เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากในโหมดนี้เกียร์จะมีการเปลี่ยนจังหวะในแบบสปอร์ตคือ เมื่อลากรอบสูงพอประมาณแล้วผ่อนคันเร่ง เกียร์จะไม่เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง สามารถกดคันเร่งซ้ำเรียกอัตราเร่งได้อย่างทันใจ โดยเฉพาะที่ 2,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป และเมื่อไล่ขึ้นไปถึงเกียร์สูงๆ แล้วลดความเร็วลง เกียร์ก็จะเปลี่ยนลงต่ำรอไว้ให้อย่างนุ่มนวลและสัมพันธ์กับความเร็ว จึงไม่มีอาการหัวทิ่มหัวต่ำ พูดง่ายๆ ว่าในโหมดเกียร์ S จะมีการเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงช้ากว่า และเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเร็วกว่าในโหมดเกียร์ D นั่นเอง

baความเร็วระหว่าง 100-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้รอบ 1,800 - 2,800 รอบต่อนาที โดยที่ 3,000 รอบต่อนาที จะทำความเร็วได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และที่ความเร็วสูงสุด รอบจะป้วนเปี้ยนแถว 6,400 รอบต่อนาที
 
• 100 kph @ 1800 rpm
• 110 kph @ 2000 rpm
• 120 kph @ 2200 rpm
• 130 kph @ 2400 rpm
• 140 kph @ 2600 rpm
• 160 kph @ 3000 rpm
 
Volkswagen Passat CC R-Line
 
ช่วงล่างนุ่มหนึบเลือกได้
baพัสสาท CC ใช้ระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ปีกนกล่าง ด้านหลังมัลติลิงก์ นอกเหนือจากความรู้สึกหนักแน่นสไตล์ยุโรปแล้ว ยังมีลูกเล่นอยู่ที่การปรับความหนึบช่วงล่างได้ 3 โหมด คือ Comfort, Normal และ Sport ซึ่งในโหมดแรกและโหมดหลังสุดสามารถสัมผัสความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

baระหว่างการเดินทางไกลเพื่อไปถ่ายรูป ผมลองสลับโหมดการขับแล้วพบว่า ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไป ขับบนทางตรงโค้งกว้าง โหมด Comfort หรือ Normal ก็เพียงพอที่จะรองรับแม้ในความเร็วสูงเกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจจะรู้สึกยวบยาบไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับน่าหวาดเสียว ลองสลับเป็นโหมด Sport ในสภาพการขับเดียวกันพบว่ามีความรู้สึกหนักแน่นมั่งคงขึ้นอย่างชัดเจน ความแข็งก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

baในโหมด Sport จะมีการปรับช่วงล่างให้แข็งขึ้นมาก ได้ใช้งานคุ้มค่ากับความแข็งที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ขับผ่านช่องเขา ซึ่งเป็นทางขึ้น-ลง และมีโค้งแคบๆ ยิ่งได้พวงมาลัยเพาเวอร์ที่แปรผันน้ำหนักตามความเร็วอย่างเหมาะสมและมีความเฉียบคมแม่นยำ ทำให้การเข้าโค้งเป็นเรื่องสนุกและไม่เครียด ยกเว้นบางครั้งที่เจอโค้งเปิด มองเห็นว่าไม่มีรถสวนมา จึงเพิ่มความเร็วเข้าไปอีกนิด พบว่าตัวรถยังคงเกาะไล่ไปตามโค้งได้ดี แต่ต้องออกแรงบังคับพวงมาลัยมากขึ้นบ้าง

baระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อพร้อมเอบีเอส ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะในช่วงทดสอบอัตราเร่ง เนื่องจากรถรุ่นนี้สมรรถนะสูง ทำความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไม่ยาก และความเร็วปลายไหลต่อเนื่อง (แม้จะขึ้นช้าไปบ้างในช่วงท้ายๆ) แต่ปลายเส้นทางทดสอบมีสะพานดักอยู่ ทำให้ผมต้องเบรกแบบเน้นๆ ที่ความเร็วเกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 2-3 ครั้ง พบว่าให้ความมั่นใจได้ดี ไม่มีวูบวาบ อาการหน้าทิ่มท้ายยกก็มีไม่มากเช่นกัน แค่ประคองพวงมาลัยไว้ รถก็จะถูกดึงให้ลดความเร็วลงอย่างมั่นคงและมั่นใจ

baโฟล์คสวาเก้น พัสสาท CC รถซีดานกึ่งใหญ่สไตล์คูเป้ รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสะดุดตา ปราดเปรียวดุจรถสปอร์ต ภายในไม่กว้างจุใจเพราะถูกบังคับโดยทรงของรถ แต่ก็เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ 4 คน ตกแต่งหรูสปอร์ตและเพียงพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบจะแรงหรือประหยัดขึ้นอยู่กับเท้าขวาของผู้ขับ ราคา 2,998,890 บาท ทำให้มีคู่แข่งมากมาย ในเมื่อคุณภาพของตัวรถไม่เป็นรองใคร ก็ต้องตัดสินกันด้วยความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่าย และบริการหลังการขาย

ขอบคุณ: บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
 
m2 VOLKSWAGEN PASSAT CC R-LINE  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
 
   
 
800x
Specification: Volkswagen Passat CC R-Line
 
แบบตัวถัง ซีดาน 4 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,799 x 1,855 x 1,417 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,711 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,552/1,559 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,441 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซินไดเร็กอินเจ็กชั่น เทอร์โบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
ความจุ 1,984 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 82.5 x 92.8 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 9.6:1
กำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 5,100-6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 28.53 กก.-ม. ที่ 1,700-5,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง DSG 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต ปีกนกล่าง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อมเอบีเอส
ผู้จำหน่าย บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด
โทรศัพท์ 02-216-8888
เวบไซต์ www.thaiyarnyon.com
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT VW  :  CLICK  >  VOLKSWAGEN NEWS SECTION
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Volkswagen Scirocco 2.0 TSI เร้าใจไปกับแฮทช์แบ็ก 3 ประตูสุดเซ็กซี่
• TEST DRIVE : Volkswagen Golf GTI แฮทช์แบ็กรหัสแรงเจนเนอเรชั่นที่ 6
• GRAND OPENING : ABT Spoetsline เปิดตัว New ABT Volkswagen Golf VI 1.4 Limited Edition 160 แรงม้า
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail