motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
 
BMW Z4 SDrive23i
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Wednesday, 24 March, 2010 12:48 PM
800x
 
BMW Z4 SDrive23i
ทรงเปรี้ยวจี๊ด ไม่แรงจัด ประหยัดเกินตัว
 
baบีเอ็มดับเบิลยู Z4 สปอร์ต 2 ที่นั่งหลังคาแข็งเปิดได้ เตะตาที่รูปลักษณ์สุดเปรี้ยว หน้ายาว-ท้ายสั้น วางตำแหน่งผู้ขับไว้หน้าล้อหลัง ตามสไตล์สปอร์ตย้อนยุค เครื่องยนต์ 2,500 ซีซี 204 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ สมรรถนะพอตัว เดินทางไกลประหยัดเหลือเชื่อ ภายในนั่งสบายและขับง่ายกว่าที่คิด

baบีเอ็มดับเบิลยู Z4 โฉมปัจจุบัน รหัสตัวถัง E89 เปิดตัวปี 2008 ต่อเนื่องจากรุ่นแรกรหัส E85 ซึ่งทำตลาดระหว่างปี 2002-2008 โดยทั้ง 2 รุ่นได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตรุ่นคลาสสิคอย่าง Z1 และ 507
 
BMW Z4 SDrive23i
 
เปรี้ยวจี๊ด แต่ดุดัน
ba นอกจากรูปทรงหน้ายาว-ท้ายสั้น ที่ทำให้ตัวรถดูโดดเด่นแล้ว การใช้เส้นสายที่เฉียบคมและสอดคล้องกันตลอดคัน ก็ช่วยส่งให้ Z4 ดูโหดดุดันเอาเรื่องยิ่งขึ้น เส้นตัวถังหลักๆ ดูแล้วน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากรุ่น 507 พอสมควร สมกับฉายาที่ได้รับตั้งแต่ Z4 รุ่นแรกว่า Land Shark หรือฉลามบกนั่นเอง

baฝากระโปรงหน้าใส่เส้นสายไว้อย่างน่าสนใจเช่น เส้นรูปตัว V ไล่จากโลโก้ใบพัดฟ้า-ขาว เส้นจากเสาหน้าไล่มาจบที่ขอบกระจัง รวมทั้งเส้นที่ต่อเนื่องมาจากด้านข้างตัวถัง ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียวกับบังโคลนหน้า แต่เปิดได้เบาแรงเพราะมีโช้กอัพผ่อนแรง เปิดฝากระโปรงเห็นพลาสติกสีดำบริเวณซุ้มล้อก็ไม่ต้องตกใจ นั่นเป็นเพราะรถรุ่นนี้พยายามออกแบบให้เตี้ยกว่ารถซีดานทั่วไป

baกระจังหน้าและกันชนรวมเป็นชิ้นเดียวกัน กระจังถูกบีบให้แบนตามทรงของตัวรถ เส้นบนกันชนสอดรับต่อเนื่องกับช่องดักลม ด้านข้างบริเวณ ‘เหงือกปลาฉลาม’ ติดตั้งไฟเลี้ยวและโลโก้บีเอ็มดับเบิลยู ล้อแม็กลาย 5 ก้านขนาด 8 X 17 นิ้ว ยาง 225/45 R17 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ

baมุมมองด้านข้างจะดูอวบหนาและยกสูงบริเวณล้อหลัง ส่งผลให้รถดูหนักแน่นมีพลัง จากนั้นจึงลาดลงเล็กน้อยในส่วนของห้องโดยสาร ก่อนจะไล่สูงขึ้นเมื่อถึงล้อหน้า และมุดลงต่ำอีกครั้งเพื่อความลู่ลม รูปทรงของที่เปิดประตูกลมกลืนกับการออกแบบโดยรวม กระจกข้างต่อขายื่นออกมามากกว่ารถปกติเล็กน้อย เพื่อให้ครอบคลุมตัวรถที่แบนกว้าง โดยไม่ต้องใช้กระจกมองข้างบานใหญ่

baด้านท้ายอาจดูเรียบไปนิด โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับด้านหน้า แต่ก็เป็นความเรียบที่ซ่อนความเฉียบเอาไว้ อย่างเช่นเส้นโค้งเหนือซุ้มล้อหลัง ซึ่งต่อเนื่องไปถึงชุดไฟท้ายแบบชิ้นเดียว กันชนมีเส้นสายเล่นระดับรับกัน ฝากระโปรงท้ายติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 180-310 ลิตรเมื่อเปิดและปิดหลังคา

baมิติตัวถังมีความยาว 4,239 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,291 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,496 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม
 
BMW Z4 SDrive23i
 
หลังคาแข็งพับได้
baอีกหนึ่งความพิเศษของ Z4 อยู่ที่หลังคาแข็งเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า สามารถสั่งงานผ่านสวิตช์ที่ด้านล่างของคอนโซลกลาง หรือสวิตช์บนรีโมตคอนโทรล โดยต้องจอดรถให้สนิท ไม่จำเป็นต้องเข้าเกียร์ P และต้องดึงที่ครอบสัมภาระด้านหลังลง ไม่เช่นนั้นระบบจะไม่ทำงาน

baหลังคาแข็งถูกแบ่งออกเป็น 2 ชิ้น เมื่อกดสวิตช์เปิดหลังคาค้างไว้ กระจกข้างทั้ง 4 บาน (รวมกระจกหลังบานจิ๋วด้วย) จะเลื่อนลงสุด จากนั้นชิ้นกระจกหลังซึ่งกดแนบอยู่บนตัวถังโดยมีซีลยางคั่นไว้ จะยกตัวขึ้นมาซ้อนเหนือชิ้นหลังคา แต่ไม่ได้สัมผัสกันจึงไม่ต้องกลัวเป็นรอย

baฝากระโปรงหลังซึ่งในการใช้งานทั่วไปก็จะเปิดเหมือนรถปกติ แต่เมื่อเปิดหรือปิดหลังคาจะเปิดกลับด้าน เพื่อเปิดทางให้หลังคาทั้ง 2 ชิ้นพับลงไปเก็บ จากนั้นฝากระโปรงจะปิดกลับ เผยให้เห็นโรลบาร์ด้านหลังพนักพิง เปลี่ยนจากสปอร์ตหลังคาแข็งเป็นโรดสเตอร์ ภายในเวลาประมาณ 20 วินาที

baทดลองเปิดหลังคาขับด้วยความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พบว่าบีเอ็มฯ ออกแบบการไหลของอากาศไว้ดีพอควร ผู้ขับไม่โดนลมตีจนหัวสั่นหัวคลอน แว่นตาไม่มีทีท่าว่าจะปลิวออกจากหน้า และถ้าปิดกระจกทั้ง 4 บานก็จะช่วยลดกระแสลมได้มาก และไม่ทำให้อรรถรสของการขับโรดสเตอร์เสียไปแต่อย่างใด

baแน่นอนว่า การที่หลังคาถูกแบ่งออกเป็น 2 ชิ้น เมื่อใช้ความเร็วสูงย่อมต้องมีเสียงลมมากกว่ารถหลังคาแข็งปกติ และเมื่อขับผ่านถนนที่ไม่เรียบก็จะมีเสียงออดแอด ที่เกิดจากการขยับตัวของชิ้นหลังคาบ้าง ส่วนบนทางเรียบไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่คนที่ใช้รถประเภทนี้คงไม่ห่วงเรื่องความเงียบมากนัก
 
BMW Z4 SDrive23i
 
ภายในหรูล้ำบนความคลาสสิค
baแม้เป็นรถรุ่นปี 2008 แต่มีต้นกำเนิดมาจากสปอร์ตคลาสสิคปี 1956 ภายในห้องโดยสารของ Z4 จึงเป็นการผสมผสานดีไซน์ของทั้ง 2 ยุคซึ่งทำได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งใส่เอกลักษณ์ของบีเอ็มฯ ไว้อย่างครบถ้วน

baแผงหน้าปัดทูโทน ครึ่งบนสีดำตัดกับการตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม ที่ให้ความรู้สึกล้ำสมัย ครึ่งล่างสีเบจหรูหราเข้าชุดกับเบาะและแผงประตู ชุดมาตรวัดสไตล์ ‘บีเอ็ม’ มาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง Real Time แบบเข็ม ซึ่งมักติดตั้งไว้ด้านล่างของมาตรวัดรอบ ถูกแทนที่ด้วยมาตรวัดความร้อนน้ำมันเครื่อง ถ้าอยากทราบอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real Time ต้องดูในจอดิจิตอลเอนกประสงค์กลางมาตรวัด ซึ่งควบคุมด้วยสวิตช์บนคอพวงมาลัยฝั่งซ้าย

baพวงมาลัย 3 ก้าน สปอร์ตล้ำด้วยการแซมสีเงิน มีสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง โทรศัพท์ และการหมุนเวียนอากาศของระบบแอร์ มีแป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย แปลกนิดที่ 2 ข้างเหมือนกันคือ ดันออกเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูง ดึงเข้าเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ
 
BMW Z4 SDrive23i
 
baคอนโซลกลางด้านบนไม่มีจอ iDrive แต่มีช่องใส่ของพร้อมฝาปิดมาให้แทน ถัดลงมาเป็นช่องแอร์ แทรกกลางด้วยสวิตช์ไฟฉุกเฉินและสวิตช์ล็อกประตู ถัดลงมาเป็นสวิตช์ทรงกลมคลาสสิค ควบคุมระบบปรับอากาศแยกซ้าย-ขวา และไล่ฝ้าหน้า-หลัง ชุดเครื่องเสียงหน้าตาเรียบร้อย เชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านทาง Bluetooth ได้ ที่เท้าแขนบนบานประตูติดตั้งสวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้า 4 บาน สวิตช์ปรับและพับกระจกมองข้าง

baคอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมปัดด้าน ติดตั้งสวิตช์ควบคุมการเปิด-ปิดหลังคา และเซ็นเซอร์ช่วยกะระยะ ต่อด้วยที่เขี่ยบุหรี่ และคันเกียร์อัตโนมัติ ด้านข้างมีสวิตช์ปิดระบบควบคุมการทรงตัว และสวิตช์เลือกโหมดเกียร์ซึ่งแบ่งเป็น 3 โหมด คือ Normal Sport และ Sport+ เกียร์จะเปลี่ยนที่รอบสูงขึ้น และเมื่อผ่อนคันเร่ง เกียร์จะไม่เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง และในโหมด Sport+ จะปิดระบบควบคุมการทรงตัวโดยอัตโนมัติ

baด้านหลังเป็นเบรกมือไฟฟ้า ไม่ต้องออกแรงมาก ดึงขึ้นเมื่อต้องการดึงเบรกมือ และกดลงเพื่อปลด สะดวกแต่เสียงการทำงานดังไปนิด ในเมื่อไม่มีชุด iDrive สวิตช์ควบคุมจึงถูกแทนที่ด้วยหลุมเล็กๆ รองด้วยยางป้องกันเสียงรบกวน ใส่ของจุกจิกพอได้ ลิ้นชักเก็บของบนคอนโซลหน้ามีขนาดแค่พอใส่เอกสารที่ควรมีประจำรถ เช่นเดียวกับที่เท้าแขนกลางเบาะหน้า ซึ่งมีความจุไม่มากนัก

baหลังเบาะคู่หน้ามีช่องตาข่ายยาวตลอดความกว้างของห้องโดยสาร พอจะใส่ของยาวๆ อย่างร่มได้ แผงประตูคู่หน้ามีที่ใส่ของแง้มออกมาได้เล็กน้อย ใส่ของได้นิดหน่อย จึงไม่เหมาะกับคนสัมภาระเยอะ
 
BMW Z4 SDrive23i
 
สมรรถนะใกล้เคียงตัวเลขโรงงาน
baZ4 คันที่ทดสอบ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 24 วาล์ว Double Vanos และ Valvetronic ความจุ 2,497 ซีซี กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 25.47 กก.-ม. ที่ 2,750 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ มีโหมด M พร้อม +/-

baหลังจากปรับตัวเข้ากับรถได้แล้ว ก็ขับไปวัดอัตราเร่ง เปิดระบบช่วยการทรงตัว เท้าขวาเหยียบเบรกเข้าเกียร์ D จากนั้นยกเท้าขวามากดคันเร่งมิด ผลที่ออกมาส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับตัวเลขที่โรงงานระบุไว้ ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ 236.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จาก 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และถ้ากดคันเร่งต่อก็น่าจะได้ตัวเลขที่โรงงานระบุคือ 239 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เนื่องจากดูแล้วถนนไม่ปลอดภัยจึงผ่อนคันเร่ง

baความเร็วสูงสุดเป็นสิ่งที่แทบไม่ได้ใช้ และในการทดลองขับก็ไม่ได้เน้นว่าจะต้องแช่คันเร่งจนกระทั่งความเร็วไม่เพิ่ม แต่ทำเท่าที่สภาพถนนและรถจะเอื้ออำนวยเท่านั้น โดยปกติจะผ่อนคันเร่งเมื่อเกิน 1 กิโลเมตร เพราะเครื่องมือเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว
 
• ความเร็ว 0-60 กม./ชม. เวลา 03.6 วินาที -
• ความเร็ว 0-100 กม./ชม. เวลา 07.7 วินาที -
• ความเร็ว 40-120 กม./ชม. เวลา 08.4 วินาที -
• ความเร็ว 80-120 กม./ชม. เวลา 05.2 วินาที -
• ความเร็ว 40-140 กม./ชม. เวลา 11.8 วินาที -
• ความเร็ว 80-140 กม./ชม. เวลา 08.3 วินาที -
     
• ระยะทาง 0-100 เมตร เวลา 06.7 วินาที ความเร็ว 92.4 กม./ชม.
• ระยะทาง 0-100 เมตร เวลา 06.7 วินาที ความเร็ว 92.4 กม./ชม.
• ระยะทาง 0-200 เมตร เวลา 10.1 วินาที ความเร็ว 116.9 กม./ชม.
• ระยะทาง 0-400 เมตร เวลา 15.5 วินาที ความเร็ว 147.8 กม./ชม.
• ระยะทาง 0-1000 เมตร เวลา 28.1 วินาที ความเร็ว 188.9 กม./ชม.
 
BMW Z4 SDrive23i
 
baต่อจากนั้นขับไปที่จุดเริ่มต้นของทางด่วนลอยฟ้า เพื่อวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านด่านรับบัตรแล้วจอดข้างทางเพื่อเซ็ตศูนย์ ทั้งอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย และความเร็วเฉลี่ย กดคันเร่งออกตัวปกติ เมื่อถึงความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ลงสุดทางของลอยฟ้า ขึ้นสะพานกลับรถเพื่อกลับทางเดิม

baผ่านด่านเก็บเงินก็ชิดซ้ายเพื่อบันทึกข้อมูล ได้ความเร็วเฉลี่ย 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะต้องเบรกหลายครั้งเนื่องจากรถค่อนข้างเยอะ และอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.3 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรถเตี้ยลู่ลม ตอนแรกสังเกตว่าประหยัดขนาดนี้ ทำไมมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงถึงลงแบบฮวบฮาบ มาดูสเปคถึงได้เข้าใจ Z4 ใช้ถังน้ำมันความจุแค่ 55 ลิตรเท่านั้น

baการขับใช้งานทั่วไปช่วงรอบต่ำ-ปานกลาง จะดูไม่มีฤทธิ์เดชมากนัก ต้องลากรอบสูงสักหน่อย ประมาณ 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจะมาตามน้ำหนักเท้าที่กดคันเร่ง ในส่วนนี้โหมดเกียร์ +/- ช่วยได้มาก แต่ก็ต้องยอมรับอัตราสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จะว่าไปรถทรงนี้แค่ขับช้าๆ ก็หล่อแล้ว
 
BMW Z4 SDrive23i
 
นั่งสบายทัศนวิสัยดี
ba เห็นห้องโดยสารเล็กๆ อย่างนี้ กลับรองรับผู้ขับที่สูงไม่ถึง 160 เซ็นติเมตร ไปจนถึง 180 เซ็นติเมตรได้อย่างสบาย แถมจะดูหล่อกว่าผู้ขับตัวเตี้ยด้วยซ้ำ เพราะเมื่อตัวสูงแขนขายาว ก็สามารถเลื่อนเบาะถอยหลังได้มากขึ้น เท่ลงตัวกว่านั่งชิดพวงมาลัยเป็นไหนๆ เบาะนั่งปรับไฟฟ้าฝั่งผู้ขับมีหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง

ba ตอนไปรับรถก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะรถหน้ายาว กลัวจะกะระยะไม่ได้และทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่หลังจากขับประมาณครึ่งชั่วโมงก็เริ่มชินและขับได้เหมือนรถปกติ ผมใช้วิธีให้คนไปยืนหน้ารถชิดกับกันชน แล้วจำไว้ว่าควรเว้นระยะห่างประมาณไหน ส่วนตอนถอยหลังยิ่งสบาย เพราะท้ายรถสั้นมาก

ba ทัศนวิสัยรอบด้านถือว่าดีแล้วสำหรับรถสไตล์นี้ กระจกส่องหลังเล็กและสั้น เพราะถึงจะทำกว้างก็ติดหมอนรองศีรษะอยู่ดี มุมมองของกระจกข้างก็ไม่อับจนขาดความมั่นใจ เพราะปลายด้านนอกออกแบบเป็นมุมกว้าง และเมื่อใช้ร่วมกับกระจกหลัง ก็จะช่วยให้เปลี่ยนเลนได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
 
BMW Z4 SDrive23i
 
ช่วงล่างนุ่มและคม
baไม่รู้ว่าผมจำผิดหรือเปล่า ตอนที่ทดลองขับ 320d ซีดาน รู้สึกว่าช่วงล่างค่อนข้างแข็ง แต่มาถึง Z4 กลับรู้สึกว่านุ่มนวลกว่า ทั้งที่ยางก็เป็นแบบ Run Flat เหมือนกัน ความจริงช่วงล่างของ Z4 น่าจะแข็งกว่าด้วยซ้ำเพราะเป็นรถสปอร์ต อาจเป็นเพราะรถเตี้ยเกาะถนนดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำช่วงล่างแข็งมาก

baระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า ระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าดับเบิลจ๊อยต์ ด้านหลังมัลติลิงก์ ตอบสนองฉับไว แม่นยำ และคม รวมทั้งควบคุมง่าย ทดลองเปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ต้องแต่งพวงมาลัยเพื่อรักษาอาการของรถ เพราะสั่งแค่ไหนก็ไปแค่นั้น

baการเข้าโค้งแคบๆ ด้วยความเร็วสูงเกินปกติเล็กน้อย กลายเป็นความสนุกในการขับ เพราะควบคุมรถได้ดังใจและเบาแรง แม้ช่วงล่างจะไม่แข็งมาก แต่ตัวรถที่เตี้ยก็ทำให้มีแรงเหวี่ยงน้อย และทำให้การขับเร็วบนทางตรงกลายเป็นเรื่องไม่ท้าทาย ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อพร้อมตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์เพียบ ให้ความมั่นใจทุกย่านความเร็ว

baบีเอ็มดับเบิลยู Z4 sDrive23i รูปลักษณ์สะดุดตา สมรรถนะพอขับสนุก แรงพอตัว และประหยัดเหลือเชื่อ ราคา 4,599,000 บาท รุ่นตกแต่งพิเศษ Highline 5,049,000 บาท และ sDrive35i ราคา 7,599,000 บาท ถ้าไม่ได้รักการขับเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ก็ไม่ต้องไต่ไปถึงรุ่นสูงสุด •

ขอบคุณ: บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
 
 
 
m2 BMW Z4  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
800x
Specification: BMW Z4 sDrive23i
 
แบบตัวถัง โรดสเตอร์ 2 ที่นั่ง
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบเรียง DOHC 24 วาล์ว Double VANOS Valvetronic
ความจุ 2,497 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 82.0 X 78.8 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 10.7:1
กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 25.47 กก.-ม. ที่ 2,750 รอบต่อนาที
ถังน้ำมันจุ  
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ดับเบิลจ๊อยต์ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน 4 ล้อ พร้อมเอบีเอส อีบีดี และบีเอ
ผู้จำหน่าย บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จำกัด
โทรศัพท์ 0-2305-8888
เวบไซต์ www.bmw.co.th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT BMW : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : BMW 320d F30 เครื่องยนต์ดีเซล ลดความดิบ เพิ่มความสบาย ทดสอบแบบกรุ๊ปเทสต์บนเส้นทางตรัง-กระบี่
• TEST DRIVE : BMW 5 Series TwinPower Turbo ทดลองขับ 5 Series หลากรุ่น ที่โบนันซ่า สปีดเวย์
• TEST DRIVE : BMW 730Li มาพร้อม Rear Comfort Package เพิ่มอุปกรณ์เติมความสะดวก
• BIZZ NEWS : BMW Group Thailand Press Conference 2012 สถิติใหม่ยอดขาย 2554 สูงสุด 4,243 คัน สำหรับ BMW และ MINI
• TEST DRIVE : BMW X1 sDrive18i CKD Entry Level - JOY RIDE ได้ง่ายขึ้น ด้วยเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ
• TEST DRIVE : BMW 523i Highline รุ่นประเดิมตลาดของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่
• TEST DRIVE : BMW 520d รหัสตัวถัง F10 รีดกำลังได้เกินตัว ติดฉลากประหยัดเบอร์ 5
• TEST DRIVE : BMW 730 Ld CKD สุดหรูคู่ความประหยัด
• TEST DRIVE : BMW 325i Sport M Aerodynamics Kit จากโรงงาน
• TEST DRIVE : BMW 320d Three in one ได้ทั้งความแรง ความประหยัด และความคล่องตัว
• MODIFIED - TH : BMW 525i AC Schnitzer Full Set ซีรี่ส์ 5 แต่งหล่อหรูเรียบง่าย ใช้ซิ่งได้ในทุกๆ วัน
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail