motortrivia.com
TEST DRIVE   •   MAIN PAGE   •   HOME   •   ABOUT MOTORTRIVIA   •   CONTACT
MG6 1.8T DCT X
 
 
เรื่อง: นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ: เอ็มจี ประเทศไทย Wednesday, 2 July, 2014 2:39 PM
800x
 
MG6 1.8T DCT X
ทดลองขับเอ็มจีรุ่นแรกในรอบ 16 ปี
 
baหยุดบทบาทในธุรกิจยานยนต์ไป 16 ปี เอ็มจี แบรนด์เก่าแก่ของอังกฤษก็กลับมาทำตลาดอีกครั้งด้วยรถรุ่น เอ็มจี6 โดยมีเจ้าของใหม่คือ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ จำกัด หรือ Shanghai Automotive Industry Corporation ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยภายใต้บริษัทร่วมทุน เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด พร้อมเปิดโรงงานผลิตในไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์น ซีบอร์ด จังหวัดชลบุรี หลังจาก เปิดตัวเป็นทางการ และ เปิดราคา พร้อมกัน 5 รุ่นย่อยทั้งซีดานและฟาสต์แบ็กไปแล้ว ล่าสุดก็จัดทดสอบแบบกลุ่มบนเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ด้วยรถรุ่นสูงสุด 1.8T DCT X
 
MG6 1.8T DCT X
 
ภายนอกซีดานหรือฟาสต์แบ็ก
baเอ็มจี6 ทำตลาดในไทยด้วย 2 รุ่นตัวถังคือ ซีดาน และ ฟาสต์แบ็ก ท้ายลาด ฝากระโปรงท้ายและกระจกบานหลังเป็นชิ้นเดียวกัน และเปิดขึ้นพร้อมกันทั้งบาน ดูเผินๆ จะคล้ายกันมาก ต้องดูที่ 'ชุดไฟท้าย' โดยชุดไฟท้ายรุ่นซีดานจะแบนยาวและแบ่งเป็น 2 ส่วน รุ่นฟาสต์แบ็กเป็นแบบโคมชิ้นเดียว รุ่นพื้นฐานเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ 1.8T ให้ล้อแม็กพร้อมยาง 215/55 R16 ส่วนรุ่นเทอร์โบให้ล้อแม็กพร้อมยาง 215/50 R17

baมิติตัวถังใหญ่ว่ารถ C-Segment อยู่เล็กน้อย มีความยาว 4,648 มิลลิเมตร กว้าง 1,827 มิลลิเมตร สูง 1,467 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า / หลัง 1,557 / 1,555 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร น้ำหนักรุ่นสูงสุดตัวถังฟาสต์แบ็ก 1,548 กิโลกรัม

baรูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมดูดีทั้ง 2 ตัวถัง สะดุดตาด้วยดีไซน์ที่แปลกใหม่ เน้นความเรียบง่ายของเส้นสาย เสริมความสปอร์ตด้วยการตกแต่งในจุดปลีกย่อย เช่น กระจังหน้าและช่องรับอากาศขนาดใหญ่บนกันชนหน้า บุด้วยตาข่ายลายสปอร์ตพร้อมสปอตไลต์ โป่งล้อขนาดไม่ใหญ่เน้นความกลมกลืน แนวหลังคาทรงโค้งดูปราดเปรียว กันชนท้ายแซมด้วยแถบสีดำดูสปอร์ต รูปลักษณ์โดยรวมดูใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ชุดไฟท้ายของรุ่นซีดานแบ่งเป็น 2 ส่วน ติดตั้งบนตัวถังและบนฝากระโปรงท้าย ส่วนไฟท้ายของรุ่นฟาสต์แบ็กเป็นทรงสั้น
 
MG6 1.8T DCT X
 
ห้องโดยสารเรียบไปนิด
baภายในเน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำ ตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก เบาะนั่งและถุงหุ้มคันเกียร์หุ้มหนังแท้ผสมวัสดุสังเคราะห์ เย็บด้ายสีแดง แผงคอนโซลตรงเรียบๆ ครึ่งบนบุด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่มส่วนครึ่งล่างเป็นพลาสติกแข็ง แซมด้วยสีดำ Piano Black กรอบมาตรวัดขนาดใหญ่กินพื้นที่มาถึงคอนโซลกลาง ระหว่างช่องแอร์มีสวิตช์ควบคุมจอแสดงผลที่คอนโซลกลาง ถัดลงมาเป็นสวิตช์ระบบเครื่องเสียง และสวิตช์แอร์พร้อมจอแสดงผล ด้านหลังคอนโซลเกียร์มีสวิตช์ล็อก-ปลดล็อกประตู, เบรกมือไฟฟ้า และสวิตช์เปิด-ปิดระบบควบคุมการลื่นไถล

baชุดมาตรวัดแบบเข็มมีขนาดเล็กไปนิดเมื่อเทียบกับขนาดของแผงคอนโซล และหน้าตาของไอคอนหรือภาพกราฟิกต่างๆ บนหน้าจอดูไม่ค่อยทันสมัย พวงมาลัย 4 ก้านหุ้มหนังเย็บด้ายแดง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมสวิตช์ควบคุมระบบครูสคอนโทรล และระบบเครื่องเสียง ปุ่มหมุนฝั่งซ้ายใช้ควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับ ซึ่งติดตั้งอยู่ระหว่างมาตรวัด

baรุ่นที่ขับมี Paddle Shift เมื่อโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง +/- ก้านบนคอพวงมาลัยสไตล์ยุโรป ไฟเลี้ยวอยู่ซ้าย ที่ปัดน้ำฝนอยู่ขวา แยกสวิตช์เปิด-ปิดไฟหน้าไว้บนแผงคอนโซล กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้าด้วยการกดปุ่ม L และ R พร้อมกัน คันที่ทดลองขับมีซันรูฟไฟฟ้าแบบเปิดได้และกระดกแง้มได้
 
MG6 1.8T DCT X
 
baเบาะคู่หน้าทรงสปอร์ต ปีกที่เบาะนั่งและพนักพิงค่อนข้างสูง นั่งแล้วกระชับดี แต่ถ้าคนตัวใหญ่อาจรู้สึกอึดอัด ฝั่งผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทางช่อง USB และ AUX อยู่ใต้คอนโซลฝั่งขวาของผู้ขับ ออกแบบให้เป็นที่วางอุปกรณ์พร้อมฝาปิด เบาะหลังนั่งสบายพอสมควร แต่ต้องปรับหมอนรองศีรษะขึ้น มีที่เท้าแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำแบบมีฝาปิด พนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ และมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง องศาของพนักพิงปรับมาพอเหมาะ นั่งไกลๆ ได้โดยไม่เมื่อย

baห้องโดยสารโดยรวมใช้วัสดุคุณภาพดีพอสมควร การประกอบอยู่ในระดับมาตรฐาน แต่การออกแบบบางจุดอาจไม่ตรงกับรสนิยมคนไทย และการใช้งานบางอุปกรณ์อาจยังไม่คุ้นเคย เช่น การสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยการเสียบรีโมทคอนโทรลเข้าไปในช่องแล้วกดสุดค้างไว้ ไม่ต้องมีปุ่ม Start/Stop แยก ช่องวางแก้วน้ำมีน้อยไปนิดคือที่หลังคอนโซลเกียร์ 1 จุด แผงประตูคู่หน้ามีที่ใส่ของขนาดเล็ก

baพื้นที่ด้านหน้ากว้างขวางสำหรับไซส์ปกติ เพราะเพื่อนตัวใหญ่ สูง 180 เซนติเมตร หนัก 150 กิโลกรัม นั่งขับแล้วศีรษะเฉียดเพดานทั้งที่ปรับเบาะลงต่ำสุดแล้ว ส่วนพื้นที่เบาะหลังต้องเลื่อนเบาะหน้าช่วยบ้าง ผู้โดยสารที่มีความสูง 170 เซนติเมตรนั่งบนเบาะหลังได้ค่อนข้างสบาย ยังมีพื้นที่ว่างระหว่างศีรษะและเพดาน ลองให้เพื่อนตัวใหญ่ย้ายมานั่งเบาะหลัง พบว่าลำบากทั้งการเข้า-ออกและการนั่ง การออกแบบและการตกแต่งโดยรวมดูเรียบๆ ไปนิด ออกแนวอนุรักษณ์นิยมมากกว่าจะเน้นความแพรวพราวหวือหวา ที่เก็บของด้านหลังกว้างและลึก มีความจุ 472 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,268 ลิตรเมื่อพับพนักพิงเบาะหลัง
 
MG6 1.8T DCT X
 
เทอร์โบและดูอัลคลัตช์ต้องรู้จังหวะ
baเอ็มจี6 ทำตลาดด้วย 2 รุ่นเครื่องยนต์บนพื้นฐานเดียวกัน คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1,800 ซีซี รุ่นพื้นฐาน 1.8L ไม่มีเทอร์โบ 134 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 17.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นที่สื่อมวลชนได้ทดลองขับเป็นรุ่นเทอร์โบ 1.8T มีกำลังสูงสุด 161 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 21.9 กก.-ม. ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ ดูอัลคลัตช์6 จังหวะพร้อมโหมด +/- อัตราทดเเกียร์เท่ากันทุกรุ่น แตกต่างที่รุ่นไม่มีเทอร์โบอัตราทดเฟืองท้ายจะสูงกว่า

baการขับใช้งานที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง เครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่ดีและทันใจพอสมควร ไม่ต้องกดคันเร่งลึกมากก็ได้อัตราเร่งที่ดี ส่วนอัตราเร่งที่ความเร็วปานกลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ถ้าแซงแบบเร่งรีบก็ต้องใช้การคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ ซึ่งการตอบสนองยังไม่ค่อยทันใจ หลังจากกดคันเร่งลงไปสุดแล้วต้องรออีกเสี้ยววินาทีรถจึงพุ่งออกไป ส่วนโหมด +/- ทั้งการโยกคันเกียร์และใช้ Paddle Shift ต้องรออีกอึดใจเกียร์จึงจะเปลี่ยนให้ ถัดจากตำแหน่งเกียร์ D เป็นเกียร์ W หรือ Winter ทดลองใช้ดูแล้วพบว่ารถจะออกตัวด้วยเกียร์ 2 ช่วยออกตัวบนทางลื่นโดยล้อไม่หมุนฟรี

baโหมด +/- ให้ประโยชน์ในเรื่องการควบคุมจังหวะเกียร์ หรือใช้เกียร์ช่วยหน่วงความเร็ว (ไม่ใช่เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเพื่อช่วยเบรก) ทำให้ไม่ต้องแตะเบรกบ่อยๆ เมื่อขับในการจราจรที่ความเร็วไม่คงที่หรือขับลงทางลาดชัน และใช้ในการเร่งแซงโดยเลือกตำแหน่งเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วขณะขับตามรถคันหน้า โดยให้รอบอยู่ที่ประมาณ 3,000 รอบต่อนาที เมื่อมีจังหวะก็กดคันเร่งสุด รถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเพราะมีรอบมารออยู่แล้ว และไม่ต้องเสียจังหวะรอเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ โดยในโหมด +/- จะคิ๊กดาวน์ไม่ลง และถ้ากดคันเร่งลากรอบโดยไม่เปลี่ยนเกียร์ขึ้น ระบบจะเปลี่ยนเกียร์ให้เองที่ประมาณ 6,000 รอบต่อนาที

baสมรรถนะโดยรวมอยู่ในระดับใช้งานทั่วไป ไม่หวือหวาเพราะเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบบูสต์เบาๆ ถ้าไม่คาดหวังกับคำว่าเทอร์โบ และภาพลักษณ์ความสปอร์ตที่ เอ็มจี สื่อออกไป ก็คงไม่ผิดหวังกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ส่วนในด้านความประหยัดนับว่าผิดคาด เพราะตลอดระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ได้ลองกดคันเร่งคิ๊กดาวน์และใช้โหมด +/- บ่อยครั้ง ขากลับเซต 0 จากโรงแรมแวะจุดพักทานกาแฟ จากเดินทางต่อไปยังร้านอาหารกลางวัน ทางค่อนข้างโล่ง พยายามไม่คิ๊กดาวน์ ใช้ความเร็วตามสภาพการจราจร 100-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงร้านอาหารด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามชุดมาตรวัด 11.6 กิโลเมตรต่อลิตร
 
MG6 1.8T DCT X
 
ช่วงล่างนุ่มหนึบพอเหมาะ
baเอ็มจี6 ใช้ระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ ที่ทางเอ็มจีระบุว่ามีการปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คน ที่สนามแข่งซิลเวอร์สโตนในประเทศอังกฤษ

baผลงานของระบบกันสะเทือนอยู่ในระดับน่าพอใจ คือ นุ่มนวลแต่ไม่ยวบยาบ หนึบแต่ไม่กระด้าง ให้ทั้งการซับแรงสั่นสะเทือนที่ดี และมีการยึดเกาะถนนที่ไว้ใจได้แม้ใช้ความเร็วสูง ระยะยุบตัวของช่วงล่างค่อนข้างเยอะจึงให้ความนุ่มนวล แต่การยุบและคืนตัวของช่วงล่างมีความหนืดหน่วงไว้ จึงไม่รู้สึกยวบ มีระบบช่วยการทรงตัวเช่น EPS, TCSและ HAS ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

baระบบเบรกดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ เซตการตอบสนองได้อย่างลงตัว เบรกไม่จับตัวเร็วเกินไป แตะเบรกแล้วหัวไม่ทิ่ม แรงเบรกสัมพันธ์กับน้ำหนักเท้าที่กดแป้นเบรก จึงควบคุมแรงเบรกได้ง่าย ส่วนการเบรกฉุกเฉินก็ให้แรงดึงที่หนักหน่วง ไม่มีอาการเบรกไหล มาพร้อมตัวช่วยครบครันทั้ง ABS ป้องกันล้อล็อก, EBD กระจายแรงเบรก, EBA เพิ่มแรงเบรก และ CBC-Curve Brake Control ควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง

baพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิกล้วน ไม่มีระบบไฟฟ้าช่วย การขับที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยจะหนัก ถ้านั่งขับด้วยท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง น่าจะหมุนพวงมาลัยได้ยาก รวมทั้งสุภาพสตรีก็น่าจะบ่นว่าพวงมาลัยหนักเกินไป ทำให้การใช้งานที่ความเร็วต่ำไม่คล่องตัว ขับลัดเลาะได้ยากเพราะต้องเสียจังหวะในการหมุนพวงมาลัย ส่วนที่ความเร็วปานกลางขึ้นไปพวงมาลัยจะเบาลง และเบามากไปนิดทำให้บางจังหวะรู้สึกหวิวๆ ซึ่งเป็นบุคลิกของระบบผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิกแบบดั้งเดิม สวนทางกับความต้องการของผู้ขับ ที่อยากให้พวงมาลัยเบาที่ความเร็วต่ำเพื่อความคล่องตัว และหนักหรือหนืดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงเพื่อความมั่นคง

baเอ็มจี6 รถยนต์ในระดับใหญ่กว่า C-Segment เล็กน้อย ชูภาพลักษณ์ด้านความสปอร์ต ในขณะที่ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และเกียร์ ยังตอบโจทย์ได้ไม่เต็มที่นัก เด่นที่ระบบกันสะเทือนที่เซตมาลงตัวกับถนนเมืองไทย และระบบเบรกที่ไว้ใจได้ อุ่นใจกับผู้จำหน่ายใน เครือซีพี ที่มีความมั่นคง พร้อมศูนย์บริการ 6 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมลฑล และต่างจังหวัดอีก 16 แห่งที่จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี

baส่วนเรื่องราคาที่เปิดมาค่อนข้างสูงนั้นไม่ใช่ปัญหา ถ้าเอ็มจีทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและมองเห็นความคุ้มค่า •
 
ขอบคุณ: บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการทดสอบ
 
 
 
MG6 1.8T DCT   •   CLICK IMAGES TO ENLARGE
   
 
800x
Specification: MG61.8T DCT
แบบตัวถัง ฟาสต์แบ็ก
ยาว x กว้าง x สูง 4,648 x 1,827 x 1,467 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,557 / 1,555 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 118 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,548 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ 1,796 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 80.0 x 89.3 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 9.2:1
กำลังสูงสุด 161 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 21.9 กก.-ม. ที่ 2,00-4,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ Dual Clutch
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ไฮดรอลิก
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลงEPS, TCS และ HAS
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ พร้อม ABS, EBD, CBC และ EBA
ผู้จำหน่าย บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์ 0-2118-6831
เวบไซต์ www.mgcars.asia/th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
•   MORE ABOUT MG : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• GRAND OPENING : MG6 เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เริ่มต้นที่ 848,000 บาท
• GRAND OPENING : MG6 เปิดตัวรุ่นจำหน่ายจริง ณ ศูนย์การผลิตรถยนต์เอ็มจี ชลบุรี ภายใต้การดูแลของ SAIC Motor-CP
• GREEN CULTURE : MG Dynamo EV Concept 2014 ต้นแบบรถไฟฟ้าฉลองครบรอบ 90 ปี MG
• MT REPORT : MG เปิดตัว MG6 เสปคไทย รถยนต์รุ่นแรกของเอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี และเอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย
• NEW CAR TH : MG6 เตรียมเปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 35
• MT REPORT : MG เตรียมส่ง MG6 เปิดตลาดในไทย จัดแสดงนวัตกรรมจากประวัติศาสตร์สู่อนาคตใน Motor Expo 2013
• MT REPORT : SAIC Motor-CP Co., Ltd เตรียมเปิดตัว MG รุ่นแรกในประเทศไทยภายในปี 2557
• NEW COMER : MG 3 รุ่นปี 2014 แฮทช์แบค 5 ประตูรุ่นใหม่พร้อมทำตลาดอังกฤษ-ยุโรปภายในปีนี้
• GLOBAL NEWS : MG CS Concept 2013 ต้นแบบรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่เปิดตัวที่เซี่ยงไฮ้ มอเตอร์โชว์
• GLOBAL NEWS : MG Icon Concept - SAIC เตรียมผลิตเอสยูวีไซส์เล็กเพื่อแข่งขันกับ Nissan Juke
• WORLD MOVEMENT : โรงงานผลิตรถ MG Rover ในเมือง Birmingham ประเทศอังกฤษเตรียมปัดฝุ่นกลับมาผลิตรถอีกครั้ง
 
 
 
 
 
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail