motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
Lexus ES300h
 
 
ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Friday, 20 June, 2014 00:12 AM
800x
 
Lexus ES300h
แรงและประหยัดบนความหรู
 
baเลกซัส ES300h รถหรูขนาดกลางกึ่งใหญ่ ที่ยังคงเน้นเรื่องความหรูหราและประณีตเช่นเดียวกับ เลกซัส ทุกรุ่น ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริด ผสานการทำงานของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อม 4 โหมดการขับเคลื่อน ลองมาดูกันว่าในการขับใช้งานจริง ระบบ Lexus Hybrid Drive จะมีการตอบสนองเป็นอย่างไรและประหยัดแค่ไหน และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารจะเป็นอย่างไร คุ้มหรือไม่กับราคาจำหน่าย 3.49 ล้านบาท ในรุ่น Luxury และ 3.89 ล้านบาท ในรุ่น Premium
 
Lexus ES300h
 
ภายนอกเรียบหรูดูดี
baรูปลักษณ์ของ ES 300h เน้นความลื่นไหลต่อเนื่องของเส้นสายที่ดูเรียบง่ายสะอาดตา ด้านหน้าคงเอกลักษณ์ของเลกซัสด้วยกระจังหน้า Spindle Grilleกระจังหน้าด้านบนและด้านล่างออกแบบเป็นส่วนเดียวกัน ล้อมกรอบด้วยคิ้วโครเมียมเพิ่มความหรูชุดไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime หลอด LED จัดเรียงเป็นทรงหัวลูกธนู เป็นอีกหนึ่งจุดสนใจของการออกแบบด้านหน้า กันชนหน้าด้านล่างออกแบบโฉบเฉี่ยวคล้ายเป็นสปอยเลอร์ในตัว

baแนวเส้นหลังคาที่ลาดลงสู่ด้านหลังและกระจกมองข้างทรงลู่ลม ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียว ตัวถังด้านข้างมีเส้นคาดเหนือชุดที่เปิดประตู และสเกิร์ตทรงเรียบที่ขอบล่างของตัวรถพร้อมตัวอักษร HYBRID ซุ้มล้อหน้าและหลังโป่งออกมาจากตัวถังพอสมควร แต่ได้รับการออกแบบให้ดูกลมกลืน รับกับล้อแม็กลายหรูพร้อมยาง 215/55 R17 ด้านท้ายดูแบนกว้างมั่นคง ด้วยชุดไฟท้ายทรงยาวโอบตัวถังด้านข้าง คาดคิ้วโครเมียมชิ้นเล็กตรงกลางเสริมความหรู สปอยเลอร์ชิ้นเล็กบนฝากระโปรงท้ายเพิ่มความสปอร์ต และกันชนท้ายเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว

baมิติตัวถังมีความยาว 4,900 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร สูง 1,450 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,820 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,690-1,705 กิโลกรัม
 
Lexus ES300h
 
กว้างขวาง หรูหรา และเงียบสงบ
baการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีและความเนี๊ยบในการประกอบ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ เลกซัส ทุกรุ่น เมื่อรวมเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง จึงทำให้ห้องโดยสารของ ES 300h มีความสะดวกสบายทุกตำแหน่งการนั่ง ต้อนรับด้วยความหรูหราของหนังแท้พร้อมลายไม้สีเข้มดูกลมกลืน คันที่ทดลองขับเน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำล้วน ถ้าใครชอบความหรูหราก็มีภายในสีเบจให้เลือก

baเริ่มต้นความสะดวกด้วยระบบ Keyless เพิ่มความพิเศษด้วยพวงมาลัยและเบาะนั่งฝั่งผู้ขับ จะเลื่อนหลบเพื่อให้ขึ้น-ลงได้สะดวกยิ่งขึ้น และจะกลับสู่ตำแหน่งเดิมเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ปุ่ม Power หรือปุ่มสตาร์ต พร้อมสัญลักษณ์เดียวกับการเปิดสวิตช์ไฟฟ้า สื่อความหมายตรงกับการทำงานของรถ ที่จะเริ่มต้นการทำงานด้วยโหมดไฟฟ้าก่อน สังเกตจากไฟสัญญาณ READY บนชุดมาตรวัด หมายความว่ารถพร้อมสำหรับการขับเคลื่อนแล้ว ผู้ขับแค่เหยียบเบรกเลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการแล้วกดคันเร่ง ที่เหลือระบบ Lexus Hybrid Drive จะจัดการให้ทั้งหมด

baพวงมาลัยทรง 3 ก้านหุ้มหนังสลับลายไม้ ปรับ 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่ฝั่งซ้าย และควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับ ส่วนฝั่งขวาควบคุมระบบโทรศัพท์ที่ คอพวงมาลัยฝั่งขวาด้านล่างมีก้านสวิตช์แยกสำหรับครูสคอนโทรล ชุดมาตรวัดมีฟังก์ชั่นเปลี่ยนการแสดงผลเมื่อเปลี่ยนโหมดการขับ โดยในโหมด Sport จะเปลี่ยนมาตรวัดฝั่งขวาเป็นมาตรวัดรอบพร้อมไฟสีแดง เพิ่มอารมณ์สปอร์ต ส่วนในโหมดอื่นจะเป็นการแสดงผลระบบไฮบริด
 
Lexus ES300h
 
baคอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอแสดงผล Electro Multi-Vision หรือ EMV เป็นศูนย์การการควบคุมระบบต่างๆ ของตัวรถ ควบคุมด้วย Remote Touch Interface หรือ RTI เมื่อวางมือลงบนเมาส์ นิ้วมือก็จะอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมคันโยกและปุ่มกดได้พอดี ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อมองหาปุ่มควบคุม เพียงเหลือบสายตามองหน้าจอที่อยู่ด้านบนคอนโซลกลาง ซึ่งจะละสายตาจากถนนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หน้าจอ EMV แสดงข้อมูลได้หลายอย่าง ตั้งแต่เมนูหลักในการเข้าสู่ระบบย่อยต่างๆ แสดงการทำงานของระบบไฮบริด การทำงานของระบบปรับอากาศ ประวัติอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และเป็นหน้าจอสำหรับกล้องมองหลังด้วย

baแผงคอนโซลตกแต่งหรูหรา บุด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่มและหุ้มหนังแท้เย็บด้ายขาวตัดกัน พร้อมนาฬิกาแบบเข็มทำให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น ต่อเนื่องด้วยสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศ ถัดลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมการทำความเย็นของเบาะนั่งคู่หน้า และสวิตช์ม่านไฟฟ้าด้านหลัง มีสวิตช์เลือกโหมดการขับด้วยการหมุนและกดปุ่ม มี 4 โหมด ประกอบด้วย ECO, Normal, Sport และ EV คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยลายไม้และสีโครเมียม ด้านหลังมีที่วางแก้วน้ำพร้อมฝาปิดเรียบร้อย

baเบาะผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลังไฟฟ้า พร้อม 3 หน่วยความจำบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง (รุ่น Luxury มีหน่วยความจำเฉพาะฝั่งผู้ขับ) เบาะตัวใหญ่นั่งสบายรองรับต้นขาได้ดี ปีกด้านข้างของพนักพิงโอบกระชับพอเหมาะ หมอนรองศีรษะปรับสูง-ต่ำ-ใกล้-ไกลได้ เอาใจผู้โดยสารด้านหลังซึ่งอาจเป็นเข้าของรถตัวจริงด้วยพื้นที่ด้านหลังที่กว้างขวาง ทั้งที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะ ซึ่งในเอกสารของ เลกซัส ระบุว่ามีความกว้างเพิ่มขึ้น 60 และ 20 มิลลิเมตรตามลำดับ ที่เท้าแขนกลางเบาะหลังมีสวิตช์ควบคุมระบบหลัก เช่น เครื่องเสียง ม่านไฟฟ้าด้านหลัง และการปรับอุณหภูมิของระบบแอร์ ที่แบ่งเป็น 3  โซน คือ หน้าซ้าย หน้าขวา และด้านหลังพร้อมช่องแอร์ที่เท้าแขน มีที่ใส่ของและที่วางแก้วน้ำในตัว ส่วนกระจกประตูคู่หลังมีม่านบังแสงแบบเปิด-ปิดด้วยมือ ที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 425 ลิตร

baทัศนวิสัยโดยรวมอยู่ในระดับดี จะขับเองก็ไม่ต้องกังวลว่าจะขับยากเพราะคันไม่ใหญ่มาก เรื่องการเก็บเสียงจากภายนอกนับว่าทำได้ดี เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสาร เสียงจากภายนอกจะถูกตัดทอนลงไปมาก และเมื่อขับเดินทางด้วยความเร็วสูงระดับ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ยังคงความเงียบได้ดี แทบไม่ได้ยินเสียงลมปะทะกับตัวรถ รวมทั้งเสียงเครื่องยนต์และเสียงยางที่ค่อนข้างเงียบ จะมีเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเข้ามาบ้างเมื่อลากรอบสูง การเดินทางจึงให้ความผ่อนคลายไม่ว่าจะขับหรือนั่ง
 
Lexus ES300h
 
แรง ประหยัด และมลพิษต่ำ
baES 300h ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด Lexus Hybrid Drive ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ความจุ 2,500 ซีซี DOHC16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์วอัจฉริยะ VVT-i ให้แรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบต่ำจรดรอบสูง มีกำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 21.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า มีกำลังขับเคลื่อนรวมทั้งระบบ 205 แรงม้า

baมอเตอร์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่นิกเกิล-เมทัล ไฮดราย เป็นแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็ก และมีความทนทานสูง ติดตั้งไว้ด้านหลังของเบาะหลังบริเวณใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระ เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี และไม่กระทบพื้นที่ใช้สอย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ควบคุมการทำงานของระบบไฮบริดด้วย Power Control Unit ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์เลือกรูปแบบการขับเคลื่อนได้ 4 โหมด ประกอบด้วย Eco ระบบจะปรับระดับการส่งกำลัง การเปิด-ปิดของวาล์ว และระบบปรับอากาศ ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด, Normal สำหรับการใช้งานทั่วไป, Sport ระบบจะรีดสมรรถนะสูงสุดทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า และโหมด EV จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

baสำหรับการขับใช้งานทั่วไป เลือกใช้โหมด Normal ก็เพียงพอแล้ว เพราะระบบจะจัดการทุกอย่างตามสภาวะการขับ เช่น ในช่วงที่การจราจรติดขัด ถ้ากดคันเร่งออกตัวให้นุ่มนวลและสม่ำเสมอ ระบบก็จะปรับการทำงานเข้าสู่โหมด EV ให้โดยอัตโนมัติ และจากการทดลองขับพบว่าสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือถ้ากดปุ่มเลือกโหมด EV ระบบก็จะเข้าสู่การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทันที แต่ถ้ากดคันเร่งลึกเกินไป ใช้ความเร็วสูงเกินไป หรือไฟฟ้าในแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ ก็จะออกจากโหมด EV โดยอัตโนมัติ

baเนื่องจากได้รถมาเพียง 1 วัน จึงต้องทดสอบอัตราสิ้นเปลืองไปพร้อมๆ กับการขับรถไปถ่ายรูป หลังจากรับรถในช่วงเช้าก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ถ่ายรูปทันทีโดยเซต 0 ข้อมูลการขับก่อนออกเดินทาง ช่วงแรกรถติดเพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน แต่หลังจากขึ้นทางด่วนขาออกนอกเมืองได้แล้ว การจราจรก็เริ่มโล่งขึ้นเป็นลำดับ ตลอดระยะทางช่วงขาไปกว่า 200 กิโลเมตร ใช้ความเร็วสูงกว่าปกติพอสมควร เพราะต้องเผื่อเวลาถ่ายรูปและต้องนำรถกลับไปคืนในช่วง 5 โมงเย็น

baแม้จะรีบแต่ก็เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ใช้ความเร็วเท่าที่สภาพการจราจรและความสามารถของผู้ขับจะอำนวย ออกจากออฟฟิศเลกซัสบนถนนวิทยุประมาณ 8.45 น. ถึงจุดถ่ายรูปประมาณ 10.30 น. ความเร็วเฉลี่ย 114 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อัตราสิ้นเปลือง 12.8 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ เพราะขับค่อนข้างเร็วและใช้รอบสูงบ่อยครั้งในช่วงเร่งแซง

baขากลับเซต 0 ใหม่และออกเดินทางจากจุดถ่ายรูปประมาณ 14.30 น. เผื่อเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง เพราะคิดว่าในเมืองรถน่าจะติดเนื่องจากเป็นช่วงเลิกงาน แต่ปรากฎว่ารถติดตั้งแต่ยังไม่เข้าเมืองในช่วงถนนเพชรเกษม และธนบุรี-ปากท่อ  เพราะฝนตกหนักลมแรงพัดกิ่งไม้และป้ายโฆษณาปลิวลงมากีดขวางถนน รวมทั้งมีน้ำท่วมขังด้วย โชคดีที่เมื่อลงทางด่วนแล้วรถไม่ค่อยติด ทำให้คืนรถช้าไปแค่ 15 นาที ส่วนอัตราสิ้นเปลืองน่าปลื้มใจ 18.6 กิโลเมตรต่อลิตร ในช่วงที่ขับตามกันช้าๆ ได้ใช้โหมด EV อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อมีการเบรกหรือผ่อนคันเร่งลดความเร็ว ระบบก็จะชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ทำให้มีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังห่างไกลตัวเลขโรงงานที่ระบุไว้ 21.8 กิโลเมตรต่อลิตร

baอัตราเร่งนับว่าทันใจสุดๆ เพราะลำพังเครื่องยนต์ 160 แรงม้าก็แรงพอตัวอยู่แล้ว เมื่อมีมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยเสริมแรง จึงช่วยให้เร่งได้ฉับไวยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในโหมด Sport รวมทั้งเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ช่วยรักษารอบสูงไว้จึงเร่งได้อย่างต่อเนื่อง กดคันเร่งไม่นานก็ไล่ความเร็วขึ้นไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้โดยไม่ต้องรีดเค้นเครื่องยนต์ การเพิ่มความเร็วแบบต่อเนื่องให้ความรู้สึกเหมือนขับรถเครื่องใหญ่หรือรถเทอร์โบ ที่ไม่ต้องลากรอบสูงจัด แค่กดคันเร่งรักษารอบไว้ที่ระดับกลางๆ รถก็เพิ่มความเร็วได้อย่างทันใจ ส่วนการเร่งแซงอย่างรวดเร็วที่ความเร็วสูง ยังต้องใช้การคิ๊กดาวน์ช่วย ซึ่งรถก็เพิ่มความเร็วได้อย่างทันใจพอสมควร

baอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามสเปคระบุไว้ 8.5 วินาที น่าจะทำได้ไม่ยาก ส่วนความเร็วสูงสุดระบุไว้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับจริงน่าจะได้มากกว่า เพราะสังเกตจากตอนที่ใช้ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังมีกำลังสำรองเหลืออีกเยอะ กดคันเร่งแล้วรถยังพุ่งต่อได้
 
Lexus ES300h
 
ระบบกันสะเทือนเน้นความนุ่มนวล
baES 300h ใช้ระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังดูอัลลิงก์ เน้นความนุ่มนวลนั่งสบาย โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลาง การขับผ่านผิวถนนไม่เรียบหรือเป็นคลื่นลอน แทบไม่มีความสั่นสะเทือนส่งมาที่พื้นรถ เบาะนั่ง หรือพวงมาลัย การเดินทางด้วยความเร็วระดับนี้จึงให้ความสบายสุดๆ ส่วนการใช้ความเร็วสูงระดับ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ถ้าเป็นทางเรียบตรงก็ยังคงมีความมั่นคงมั่นใจ ส่วนในโค้งกว้างหรือผิวถนนที่เป็นคลื่นลอน จะรู้สึกว่าช่วงล่างมีการยุบตัวมากไปนิด แต่ยังไม่มีอาการว่าจะสูญเสียการทรงตัวแต่อย่างใด

baเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบช่วยการทรงตัว VSC หรือ Vehicle Stability Control ป้องกันการสูญเสียการควบคุม โดยเฉพาะขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงหรือบนถนนเปียกลื่น เมื่อระบบและเซนเซอร์ตรวจพบว่ารถมีโอกาสเสียการควบคุม ก็จะลดความเร็วของรถโดยอัตโนมัติ และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC หรือ Traction Control เมื่อออกตัวหรือเร่งความเร็วบนถนนลื่น ระบบจะลดกำลังที่ส่งไปยังล้อที่กำลังจะหมุนฟรี ช่วยลดการลื่นไถลหรือเสียการทรงตัว

baพวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้ามีการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายไม่เร็วจนวูบวาบ แต่ก็ว่องไวพอสำหรับการขับบนทางคดเคี้ยวได้อย่างสนุก การผ่อนแรงที่ความเร็วต่ำทำได้ดี ส่วนที่ความเร็วสูงแม้จะหนืดขึ้นอย่างสัมผัสได้ แต่โดยส่วนตัวก็ยังอยากให้หนืดกว่านี้อีกนิด วงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร

baระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน มีการทำงานที่ฉับไวไปนิดโดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำ แตะเบรกเบาๆ รถก็แทบจะหยุดในทันที ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักจึงเบรกได้อย่างนุ่มนวล ส่วนการเบรกแบบฉุกเฉินให้แรงดึงที่เหลือเฟือ ดึงรถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงให้ลดความเร็วลงได้อย่างฉับไวและมั่นคง มาพร้อมตัวช่วยมาตรฐานอย่าง ABS ป้องกันล้อล็อก, EBD กระจายแรงแบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุกและสภาพถนน และ BA เพิ่มแรงเบรกเมื่อเบรกฉุกเฉิน ช่วยลดระยะเบรก

baเลกซัส ES 300h เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความหรูหราแบบสุดๆ ในรถยนต์ขนาดกลางกึ่งใหญ่ ที่สามารถขับเองได้อย่างคล่องแคล่ว หรือจะมีคนขับให้ก็กว้างขวางนั่งสบาย ภายในตกแต่งหรูหราพิถีพิถัน อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน เครื่องยนต์ 2,500 ซีซี พร้อมระบบไฮบริด ให้อัตราเร่งที่ดี ประหยัดเชื้อเพลิง และมลพิษต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วงล่างเน้นความนุ่มนวลนั่งสบายตามสไตล์เลกซัส •

• เล็กซ์ซัส กรุงเทพ (พระราม 9) - Lexus Bangkok (Rama 9) โทร : 0-2716-8999
• เลกซัส สุขุมวิท (ซอย 18) - Lexus Sukhumvit (Soi 18) โทร : 0-2260-8123
• เลกซัส รามอินทรา (กม. 2) - Lexus Ramintra (Km.2) โทร : 0-2521-1111
 
Lexus ES300h
 
Specification: Lexus ES300h
แบบตัวถัง ซีดาน 4 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,900 x 1,820 x 1,450 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,820 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,590 / 1,575 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น  
น้ำหนัก 1,690 - 1,705 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i Atkinson Cycle
ความจุ 2,494 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 90.0 x 98.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 12.5:1
กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที
กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า (PS)
กำลังสูงสุดรวม 151 กิโลวัตต์ หรือ 205 แรงม้า (PS)
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ E-CVT
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ ดูอัลลิงก์ พร้อม VSC และ TRC
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน / ดิสก์ พร้อม ABS, EBD และ BA
ผู้จำหน่าย เล็กซ์ซัส กรุงเทพ โทร. 0-2716-8999
เลกซัส สุขุมวิท โทร. 0-2260-8123
เลกซัส รามอินทรา โทร. 0-2521-1111
เวบไซต์ www.lexus.co.th
 
 
 
m2 2014 LEXUS ES300H  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
•   MORE ABOUT LEXUS : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Lexus ES300h กว่า 200 กิโลเมตร บนเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน กับการทดสอบแบบกลุ่ม
• 4WD/SUV/CROSSOVER : Lexus NX 2015 จากต้นแบบ LF-NX Concept สู่เอสยูวีเครื่อง 2.0 เทอร์โบชาร์จรุ่นแรกของเลกซัส
• NEW CAR TH : Lexus ES300h 2014 ก้าวข้ามทุกความหรูหราที่เคยสัมผัส โดดเด่นด้วยขุมพลัง Full Hybrid
• NEW COMER : Lexus RC F Sport ทางเลือกใหม่ระหว่างรุ่นพื้นฐาน RC และรุ่นไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ RC F
• NEW CAR TH : Lexus CT 200h สปอร์ตไฮบริดแฮทช์แบครุ่นปรับโฉม MY2014 กระจังหน้า Spindle Grille
• USER REVIEW : Lexus Hybrid ประหยัด-ลดมลพิษ เทคโนโลยีที่ตอบทุกโจทย์ของการขับขี่ได้อย่างลงตัว
• NEW COMER : Lexus RC 2015 สปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่ล่าสุด เตรียมเปิดตัวที่ 2013 โตเกียว มอเตอร์โชว์
• GRAND OPENING : Lexus IS เปิดตัวพร้อมเผยโฉม IS F-Sport ใหม่ Adrenaline [email protected] Ramintra
• REPORT : Lexus IS เปิดตัวรุ่นปี 2014 IS 300h พร้อมขาย แต่ IS 250 F-Sport ต้องรอกันอีกนิด
• BIZZ NEWS : ทำไมต้อง Lexus Authorized Dealers เท่านั้น?
• GRAND OPENING : Lexus LS 2013 เปิดตัว LS ใหม่ ปรับโฉมใหญ่ พร้อมรุ่นไฮไลท์จากแผนก Lexus F
• BIZZ NEWS : Lexus Auto City Rebranding สู่ Lexus รามอินทรา ก้าวสู่ปีที่ 7 กับกลยุทธ์ Service Excellence Series
• GRAND OPENING : Lexus GS250 - Lexus GS350 โตโยต้า ประเทศไทย เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของตระกูล GS
• TEST DRIVE : Lexus CT 200h สปอร์ตแฮทช์แบ็กเพื่อสิ่งแวดล้อม
• GRAND OPENING : Lexus CT200h The Devilish Angel เลกซัส เปิดตัวไฮบริดแฮทช์แบคระดับพรีเมี่ยมอย่างเป็นทางการ
• GLOBAL NEWS : Lexus LFA Nurburgring Package ลดน้ำหนักด้วย CFRP
 
 
 
 
 
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail