motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Friday, 27 September, 2013 0:49 AM
800x
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
สปอร์ตหรูทางเลือกใหม่
 
baนิสสัน เติมเต็มตลาดรถไซส์คอมแพ็กต์ด้วย พัลซ่าร์ ซึ่งก็คือเวอร์ชั่นแฮทช์แบ็คของซีดานรุ่น ซิลฟี นั่นเอง เลี่ยงการแข่งขันกับ 2 คู่แข่งที่เป็นสปอร์ตแฮทช์แบ็คแท้ๆ โดยหันไปเน้นเรื่องความหรูหราพรีเมียม ภายใต้รูปทรงที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยว มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสทดลองขับรุ่นสูงสุด 1.8V Sunroof Navi เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี เพื่อดูว่ารถรุ่นนี้ให้อะไรมากกว่ากันระหว่างความสปอร์ตกับความหรู พร้อมทดสอบอัตราสิ้นเปลืองและอัตราเร่ง
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
สปอร์ตเรียบมาดสุขุม
baรูปลักษณ์ภายนอกในสไตล์แฮทช์แบ็ค ให้อารมณ์ความเป็นสปอร์ตได้พอสมควรแล้ว เสริมด้วยการออกแบบส่วนประกอบต่างๆ เช่น ไฟหน้า-ไฟท้าย และพื้นกระจังหน้า ก็ช่วยยกระดับความสปอร์ตได้อีกพอสมควร โดยรวมจะออกไปในโทนสปอร์ตเรียบร้อย ไม่หวือหวาหรือเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวมากนัก รุ่นที่ทดลองขับเป็นรุ่นสูงสุด ไม่มีชุดแต่งตัวถังรอบคัน ส่วนในรุ่น 1.6 SV มีชุดแต่งให้ครบ เดาว่ารุ่น 1.8V ซึ่งมี 2 รุ่นย่อย ราคาเกิน 9 แสนบาท กลุ่มเป้าหมายน่าจะเป็นผู้ใหญ่สักนิด ส่วนรุ่น 1.6SV ราคาเบาลงมานิด 8.725 แสนบาท สำหรับเจาะกลุ่มวัยรุ่น จึงมีชุดแต่งมาให้

baด้านหน้าดูลงตัวทั้งในส่วนของโคมไฟโปรเจ็คเตอร์แบบไบ-ซีนอน และกระจังหน้าทรงสปอร์ตเป็นชิ้นเดียวกับกันชน มีสปอตไลต์ทรงกลมที่มุมล่าง ถ้ามีลิ้นเล็กๆ อีกชิ้นก็จะดูสปอร์ตยิ่งขึ้น เส้นด้านข้างตัวถังดูเหมือนเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ นิสสัน ไปแล้ว ล้อแม็กพร้อมยางขนาด 205/50 R17 ลวดลายพอไปกันได้กับดีไซน์รถ มุมมองด้านข้างดูโล่งไปนิดเพราะขาดสเกิร์ต

baชุดไฟท้ายโอบมาถึงด้านข้าง ออกแบบให้สัมพันธ์กับเส้นบนตัวถัง ประตูบานท้ายแบบเดี่ยวเปิดขึ้นบน มีสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 มาให้ มองด้านท้ายมุมตรงอาจรู้สึกว่าชุดไฟท้ายมีขนาดเล็กไปนิด โดยเฉพาะส่วนที่กินพื้นที่ของประตูบานท้าย ถ้าออกแบบให้ใหญ่ขึ้นอีกนิดน่าจะลงตัวกว่านี้

baมิติตัวถังมีความยาว 4,295 มิลลิเมตร กว้าง 1,760 มิลลิเมตร สูง 1,520 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,257 กิโลกรัม
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
ภายในกว้างขวางอุปกรณ์ครบ
baอีกจุดที่ นิสสัน ทำได้ดี คือ การออกแบบรถสปอร์ตทรงแฮทช์แบ็ค ที่มีห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย มีความโปร่งโล่งไม่อึดอัด และมีมิติภายนอกไม่ใหญ่โตเกินไป แผงคอนโซลหลักใช้ร่วมกับ ซิลฟี ปรับสีเป็นโทนดำล้วนเพื่อความสปอร์ต ตกแต่งด้วยหนังแท้ เปลี่ยนการตกแต่งจากลายไม้เป็นลายกราฟิกสีเงิน ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพดี

baแผงคอนโซลช่วงครึ่งบนบุด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม ส่วนครึ่งล่างเป็นพลาสติกแข็งปั๊มลายกลมกลืนกัน ลดความอับทึบจากการใช้สีดำล้วน กับการตกแต่งด้วยโทนสีเงิน ชุดมาตรวัดทรงกลม มีจอบอกข้อมูลการขับตรงกลาง ควบคุมด้วยสวิตช์บนพวงมาลัยฝั่งซ้าย ซึ่งมีชุดควบคุมเครื่องเสียงและระบบโทรศัพท์ด้วย ส่วนฝั่งขวามีสวิตช์สำหรับครูสคอนโทรล พวงมาลัยหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง

baอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ได้ใช้บ่อยๆ คือ ระบบ Keyless Entry พร้อมสวิตช์ Start/Stop ส่วนอุปกรณ์ที่แทบจะไม่ได้ใช้คือ ซันรูฟไฟฟ้าพร้อมม่านบังแดดแบบเลื่อนเปิด-ปิดด้วยมือ คอนโซลกลางติดตั้งอุปกรณ์แบบ Built-In บนสุดเป็นจอสัมผัสเชื่อมต่อกับกล้องมองหลังพร้อมเส้นกราฟิกกะระยะ ใช้เป็นจอแสดงข้อมูลเครื่องเสียง ระบบนำทางผ่านดาวเทียม และแสดงข้อมูลลักษณะการขับ พร้อมให้คะแนนการขับด้วย ถัดลงมาเป็นชุดสวิตช์ควบคุมเครื่องปรับอากาศ

baคอนโซลเกียร์ไม่มีลูกเล่นมากนัก มีแค่ตำแหน่งพื้นฐานและ L ที่หัวเกียร์มีสวิตช์เปิด-ปิดโหมดสปอร์ต เบาะนั่งโอบกระชับพอเหมาะด้วยปีกด้านข้างที่สูงและกว้างจึงไม่บีบมากจนอึดอัด ฝั่งผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ ที่เท้าแขนกลางเบาะหน้าสามารถเลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังได้ ด้านในมีช่องเสียบ USB การเท้าแขนไม่ค่อยถนัดเพราะอยู่ต่ำเกินไป ส่วนที่เท้าแขนบนแผงประตูทั้ง 4 บานมีความสูงพอเหมาะและบุด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม

baความกว้างขวางของที่นั่งด้านหลัง น่าจะเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ เพราะแม้จะเลื่อนเบาะหน้าถอยหลังมาจนสุด ก็ยังมีพื้นที่วางขาเหลือเฟือสำหรับผู้โดยสารที่สูงประมาณ 170 เซนติเมตร พนักพิงเบาะหลังปรับมุมมาพอเหมาะ และสามารถแยกพับได้ บริเวณเพดานช่วงเหนือศีรษะก็ออกแบบให้เว้าลึกเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะได้อีกนิด มาพร้อมเข็มขัดนิรภัย 3 จุด 3 ตำแหน่ง มีหมอนรองศีรษะมาให้ครบ แต่น่าจะออกแบบให้เก็บได้แนบเนียนกว่านี้ โดยเฉพาะหมอนรองศีรษะตรงกลาง ซึ่งบดบังทัศนวิสัยด้านหลังไปพอสมควร

baการเก็บเสียงนับว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ ทั้งการเก็บเสียงจากยางที่บดพื้นถนนและเสียงลมปะทะ ถ้าขับเดินทางด้วยความเร็วตามกฎหมาย จะรู้สึกเงียบสงบผ่อนคลาย จะเริ่มมีเสียงลมดังขึ้นที่ความเร็วประมาณ 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ส่วนเสียงเครื่องยนต์ถ้าเร่งรอบสูงๆ ก็จะมีเสียงกระหึ่มเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างชัด
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
เครื่องยนต์อยากได้อีกนิด
baในรุ่น 1.8 ใช้เครื่องยนต์รหัส MRA8DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC มีวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย หัวฉีดมัลติพอยต์ ECCS 32 bit ความจุ 1,798 ซีซี กำลังสูงสุด 96 กิโลวัตต์ หรือ 131 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 17.8 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่มีอัตราทดระหว่าง 4.006 ถึง 0.550 เฟืองท้าย 3.517

baจากสเปคเครื่องยนต์ที่อยู่ในระดับกลางๆ และใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ไม่มีช่วงรอบตก ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่ดี รวมทั้งน้ำหนักตัวรถที่อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย จึงคาดหวังว่าอัตราเร่งน่าจะทันใจพอสมควร แต่หลังจากการทดสอบแล้ว ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ ตรงข้ามกับอัตราสิ้นเปลืองที่ดีกว่าที่คิด และดีกว่าที่เคยสัมผัสเมื่อตอน ทดสอบแบบกลุ่ม

baในช่วงการทดสอบอัตราเร่งพบว่า เมื่อยกเท้าขวาจากแป้นเบรกมากดคันเร่งสุด รอบจะตวัดขึ้นไปและชลอที่ 2,500 รอบต่อนาที ก่อนจะกวาดขึ้นอย่างรวดเร็วไปค้างอยู่แถวๆ 6,000-6,250 รอบต่อนาที และในช่วงที่ความเร็วบนมาตรวัดประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบจะถอยลงไปที่ 5,750 รอบต่อนาที แล้วจึงขยับขึ้นมาใหม่ อัตราเร่งจึงขาดความต่อเนื่องไปเล็กน้อย

baการเพิ่มความเร็วจาก 170 ไป 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องลากกันยาวจนคิดว่าจะไปไม่ถึงแล้ว เสียงจากเครื่องมือวัดอัตราเร่งเตือนว่าถึงความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามที่ตั้งไว้ ดังขึ้นเมื่อเข็มความเร็วชี้ไปแถวๆ เกือบ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่วนที่ความเร็วของชุดมาตรวัด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องมือวัดอัตราเร่งและจีพีเอส แสดงตรงกันที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือไมล์อ่อนไป 5 เปอร์เซ็นต์

baลองเปิดครูสคอนโทรลและใช้ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,750 รอบต่อนาที ลองเปิดโหมดสปอร์ต รอบจะตวัดขึ้นไปที่ 4,000 รอบต่อนาที โดยที่ความเร็วเท่าเดิมเพราะล็อกความเร็วเอาไว้ คันเร่งตอบสนองไวไปนิด ขับแรกๆ กดคันเร่งเบาๆ รถก็พุ่งพรวดออกไปทันที ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
อัตราเร่ง นิสสัน พัลซาร์ 1.8V Navi / Honda Civic FB 1.8 / Hyundai Elantra 1.8
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 1.95 /0.66 / 0.61 1.57 / 0.84 / 0.82
20 2.78 / 1.34 / 1.30 4.97 / 3.71 / 3.72
30 3.44 / 2.19 / 2.03 9.68 / 9.61 / 8.83
40 4.31 / 3.05 / 2.75 18.19 / 17.97 / 15.78
50 5.23 / 3.89 / 3.54 29.71 / 28.53 / 25.74
60 6.27 / 4.77 / 4.56 45.58 / 41.92 / 41.35
70 7.46 / 6.00 / 5.63 67.24 / 64.37 / 60.65
80 8.73 / 7.40 / 6.75 93.50 / 93.37 / 83.98
90 10.36 / 8.82 / 8.30 132.08 / 127.10 / 120.59
100 12.12 / 10.32 / 9.96 178.81 / 166.51 / 164.30
110 14.16 / 12.12 / 11.71 238.10 / 219.25 / 215.43
120 15.90 / 14.54 / 13.57 294.18 / 296.75 / 274.89
130 19.58 / 17.22 / 16.24 422.27 / 389.85 / 367.92
140 24.30 / 20.03 / 19.18 598.55 / 495.30 / 478.01
150 29.83 / 23.19 / 22.70 822.45 / 622.38 / 620.12
160 39.55 / 26.74 / 26.50 1244.11 / 775.62 / 784.15
170 49.70 / 32.41 / 32.69 1711.87 / 1036.12 / 1068.96
180 89.58 / 43.23 / 42.24 3663.54 / 1563.21 / 1534.67
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 09.0 /07.6 / 07.4 82.0 / 81.7 / 84.0
0-200 12.9 / 11.4 / 11.2 103.9 / 104.5 / 105.2
0-402 19.0 / 17.6 / 17.2 128.4 / 129.7 / 132.6
0-1000 34.0 / 31.8 / 31.4 156.2 / 168.5 / 165.6
 
ความเร็วสูงสุด 180.1 / 194.4 / 195.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
baอัตราสิ้นเปลืองเคยลองวัดคร่าวๆ ตอนที่ทดสอบแบบกลุ่ม พบว่าไม่ค่อยประทับใจนักเพราะกินค่อนข้างดุ แต่เมื่อมีโอกาสได้ทดสอบเดี่ยว ลองวัดอัตราสิ้นเปลืองอีกครั้งด้วยการใช้ความเร็วนิ่งๆ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยครูสคอนโทรล มีการเร่งรอบบ้างเมื่อขึ้นสะพานหรือเนินชันๆ มีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองบ้าง แต่ก็คุ้มเมื่อแลกกับความสะดวกสบาย รอบประมาณ 1,750 รอบต่อนาที ได้อัตราสิ้นเปลืองตามชุดมาตรวัด 15.2 กิโลเมตรต่อลิตร ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เล็กน้อย เพราะใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำ น่าจะประหยัดกว่านี้

baส่วนการขับใช้งานในเมือง ช่วงนำรถไปคืนเจอกับการจราจรช่วงเช้าในวันฝนตก แต่ยังไม่ถึงกับติดสาหัส สามารถคลานตามกันไปได้เรื่อยๆ ถ้ารักษาระยะห่างจากคันหน้าให้พอดี ไม่ต้องเบรกหรือเร่งตามบ่อยๆ อัตราสิ้นเปลืองก็ไม่ได้ลดฮวบฮาบแต่อย่างใด เฉลี่ยจากการวัดอัตราสิ้นเปลืองแล้ว ลดลงเหลือ 12 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อถึงตึกของ นิสสัน
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
ช่วงล่างเน้นนุ่มนวล
baแม้รูปลักษณ์จะเป็นทรงสปอร์ต แต่บุคลิกโดยรวมของ พัลซ่าร์ ก็เน้นความเรียบหรูหรา ทุกอย่างจึงถูกปรับเซตไปในทางนั้น รวมไปถึงช่วงล่างที่แม้จะใช้ล้อแม็ก 17 นิ้ว แต่หน้ายางก็กว้างเพียง 205 มิลลิเมตร กับแก้มยางซีรีส์ 50 จึงยังคงดูดซับแรงสะเทือนได้ดีและไม่กระด้าง

baระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ได้รับการปรับตั้งมาอย่างเหมาะสมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ มีความนุ่มนวลแต่ยังไม่ถึงกับยวบยาบ ถ้าไม่เล่นแรงจนเกินไปนัก การทรงตัวบนทางตรงและโค้งกว้างๆ อยู่ในเกณฑ์ดี รถมีการโยนตัวไม่มากนัก

baสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าการควบคุมยังไม่แม่นยำนักคือ ระบบบังคับเลี้ยวแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า เบาแรงที่ความเร็วต่ำก็จริง แต่จะรู้สึกว่าเบาเกินไปเมื่อใช้ความเร็วปานกลางขึ้นไป การเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงต้องใช้สมาธิในการประคองพวงมาลัย เพื่อไม่ให้หมุนมากเกินไป ขับไปหลายกิโลเมตรก็ยังไม่ชิน และส่งผลให้ตัวรถมีอาการวูบวาบเล็กน้อยเวลาเลี้ยว ถ้าปรับให้หนืดกว่านี้ได้ก็จะดี

baประสิทธิภาพของระบบเบรกไม่เสียชื่อ นิสสัน ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยเอบีเอส อีบีดี และบีเอ ให้ความมั่นใจแม้ลองเบรกหนักๆ บนถนนที่เปียกลื่น เอบีเอสทำงานในเวลาที่เหมาะสม ไม่เร็วหรือช้าเกินไป เบรกพร้อมประคองพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทางหลบเลี่ยงได้ เมื่อเบรกหนักๆ มีอาการหน้าทิ่มท้ายโด่งให้สัมผัสไม่มากนัก การตอบสนองของแป้นเบรกมีความเป็นธรรมชาติ ช่วยให้เบรกได้อย่างนุ่มนวลตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ

baนิสสัน พัลซาร์ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถแฮทช์แบ็คทรงสปอร์ตโฉบเฉี่ยว และมีห้องโดยสารที่ออกแนวหรูหราและกว้างขวาง ช่วงล่างมีความนุ่มนวลสะดวกสบายในการขับใช้งาน เครื่องยนต์ทำงานราบเรียบต่อเนื่อง ไม่เน้นแรงมากมายนัก ตั้งราคาไว้ 976,000 บาท เป็นทางเลือกใหม่ที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว

ขอบคุณ: บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
 
 
 
m2 NISSAN PULSAR 1.8V NAVI  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
800x
Specification: Nissan Pulsar 1.8 V Navi
 
แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ก 5 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,295 x 1,760 x 1,520 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,530/1,530 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 137 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,257 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
ความจุ 1,798 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 79.7 x 90.1 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 9.9:1
กำลังสูงสุด 131 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 17.8 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ CVT
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อมเอบีเอส อีบีดี และบีเอ
ผู้จำหน่าย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์ Call center 0-2401-9600
เวบไซต์ www.nissan.co.th
 
Nissan Pulsar 1.8V Navi
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT NISSAN/DATSUN: CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• REPORT : Nissan เปิดสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์แห่งแรกในอาเซียน ที่ถนนบางนาตราด กม. 22 สมุทรปราการ
• REPORT : Nissan ลงนาม MOU ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงในการทดลองใช้ Nissan LEAF เป็นระยะเวลา 1 ปี
• TEST DRIVE : Nissan Pulsar ทดลองขับรุ่นสูงสุด 1.8V Navy CVT เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี
• GRAND OPENING : Nissan Pulsar เปิดตัวรถยนต์รุ่นที่ 3 ภายใต้แผนงาน NMT Power Up 2016
• MT REPORT : Nissan Slyphy 1.6 Eco Test Drive ขับประหยัดสไตล์ท่องเที่ยว กทม. - เกาะสีชัง 36.12 กิโลเมตรต่อลิตร
• TEST DRIVE : Nissan Sylphy 1.8V Navi ทดลองขับบนเส้นทางเชียงใหม่-ลำพูน
• GRAND OPENING : Nissan Sylphy เปิดตัวคอมแพคท์ ซีดาน รุ่นใหม่ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายทั้งปีที่ 20,000 คัน
• TEST DRIVE : Nissan X-Trail 2.0V เอสยูวีพันธุ์แกร่ง มาพร้อมการปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยตลอดคัน
• TEST DRIVE : Nissan Teana 200XL Sports Series Navi สปอร์ตหรูฟูลออฟชั่น
• TEST DRIVE : Nissan Navara Sports Version 4x4 5AT เยือนไนแองการ่าแห่งเอเชีย
• TEST DRIVE : Nissan Almera VL ทดสอบแบบกลุ่ม - อีโคคาร์พาเที่ยววัดแบบ One Day Trip บนเส้นทางสยามสแคว์-อัมพวา
• GRAND OPENING : Nissan Almera อีโค คาร์ แบบ 4 ประตู คันแรกของเมืองไทย รุ่นใหม่ล่าสุดจาก นิสสัน
• MT REPORT : Nissan เตรียมต่อยอดผู้นำรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม จัดทดสอบ Nissan Leaf
• MT REPORT : Nissan ประกาศแผนธุรกิจสำหรับภูมิภาคอาเซียนใหม่ พร้อมเผยแผนธุรกิจ Nissan Power Up 2016 เฉพาะประเทศไทย
• TEST DRIVE : Nissan Leaf แฮทช์แบ็คทรงล้ำยุคขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เงียบ สะอาด และประหยัด
• TEST DRIVE : Nissan March 1.2 E MT สนุกและประหยัดในคันเดียว
• TEST DRIVE : Nissan Navara Calibre LE 144 แรงม้า ยกสูงขับ 2
• TEST DRIVE : Nissan Teana 200 XL ลดขนาดเครื่องยนต์ ไม่ลดความหรู
• TEST DRIVE : Nissan Teana 250 XV สุภาพนุ่มนวลซ่อนความดุดัน
• MODIFY - TH : Nissan Sunny B14 Face off: LUCINO โมดิฟายเพิ่มทั้งความสวยและความแรง
• MODIFY - TH : Nissan March Clean Look แต่งนิสสัน มาร์ช ในรูปแบบสะอาดตา เรียบง่ายแต่โดดเด่น
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail