motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
Honda Accord 2013
 
 
เรื่อง: นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ: ฮอนด้า ประเทศไทย Thursday, 25 April, 2013 10:29 PM
800x
 
All New Honda Accord 2.0 & 2.4
200 กิโลเมตร กับ 2 รุ่นท๊อป
 
baฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวในเมืองไทย ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสเดินทางไป ย้อนประวัติ ของรถยนต์รุ่นนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากผ่านพ้นวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ฮอนด้า ก็จัดทดสอบแบบกลุ่มสำหรับ แอคคอร์ด ใหม่ ทั้งในรุ่น 2,000 และ 2,400 ซีซี บนเส้นทางธรรมชาติของภาคใต้ พังงา-ระนอง ระยะทางประมาณ 202 กิโลเมตร

baเริ่มต้นออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเช้า มาลงที่สนามบินภูเก็ตและนั่ง ฮอนด้า สเต็ปแวกอน มาที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน สปา แอนด์ รีสอร์ท เขาหลัก จังหวัดพังงา ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร ซึ่งใช้เป็นจุดสตาร์ทและที่พัก จากนั้นจึงบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์โดยทีมวิศวกรจากญี่ปุ่น และผู้บริหารชาวไทยนำทีมโดย คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และพักทานอาหารกลางวัน ก่อนเริ่มการทดสอบในช่วงบ่าย
 
Honda Accord 2013
 
• (ซ้าย) คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และคุณศศิวรรณ ทองดีเลิศ ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
800x
 
2.4 TECH อุปกรณ์มาตรฐานจัดเต็ม
baผมและเพื่อนสื่อมวลชน 1 คน เริ่มต้นด้วยการขับรุ่นสูงสุด 2.4 TECH ราคา 1.799 ล้านบาท มีจุดเด่นที่เครื่องยนต์ใหม่ Earth Dreams 174 แรงม้า รองรับแก๊สโซฮอล์ E85, ไฟหน้าแบบ LED ปรับระดับอัตโนมัติ พร้อมไฟ Daytime และไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว ACL หรือ Active Cornering Light, ซันรูฟไฟฟ้า, ล้อแม็ก 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/45 R18, ระบบครูสคอนโทรลแบบ Adaptive สามารถตั้งระยะห่างจากรถคันหน้า พร้อมรักษาระยะห่างอัตโนมัติ, ระบบเตือนกันชนด้านหน้าด้วยเรดาห์ พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS หรือ Collision Mitigation Brake System และระบบ LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาผ่านจอภาพขนาด 8 นิ้ว

baระบบนี้จะทำงานอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้าย หรือเปิดกล้องด้วยการกดสวิตช์บนหัวก้าน สาเหตุที่ติดตั้งกล้องเฉพาะด้านซ้าย ทีมวิศวกรให้คำตอบว่า เมื่อผู้ขับหันไปมองด้านซ้าย จะต้องมองผ่านคอนโซลกลางอยู่แล้ว ถ้ามีกล้องถ่ายทอดภาพด้านขวาด้วย ผู้ขับหันขวาไปมองกระจกข้างขวา แล้วต้องหันซ้ายกลับมามองภาพที่คอนโซลกลาง ซึ่งเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ ในช่วงถาม-ตอบ มีเพื่อนสื่อมวลชนถามราคาอะไหล่ของกระจกมองข้างซ้ายพร้อมกล้อง ซึ่งไม่แพงอย่างที่คิด 10,500 บาท ส่วนข้างขวาที่ไม่มีกล้อง 6,500 บาท

baส่วนระบบช่วยเบรก CMBS จะทำงานเมื่อความเร็วของรถคันหน้าช้ากว่า ฮอนด้า แอคคอร์ด เกินกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบ่งการทำงานเป็น 3 ระดับคือ เมื่อเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป กลางมาตรวัดความเร็วจะขึ้นข้อความเตือนว่า BRAKE พร้อมกับไฟสัญญาณเตือนสะท้อนบนกระจกด้านหน้าผู้ขับ และสัญญาณเสียงเตือน ถ้าผู้ขับยังไม่เบรก เข็มขัดนิรภัยฝั่งผู้ขับจะสั่นเตือน และระบบจะช่วยเบรกให้เล็กน้อย และถ้ามีแนวโน้มว่าจะชนแน่ๆ เข็มขัดนิรภัยจะกระชับแน่นเพื่อรั้งร่างกายไว้ และเบรกจะช่วยเบรกแรงขึ้น

baรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูแบบเรียบๆ แฝงไว้ซึ่งความสปอร์ต เปลี่ยนแนวคิดจากการเพิ่มขนาดตัวถัง มาเป็นการลดขนาดลงและชดเชยด้วยการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ภายในใหม่ เพื่อคงความกว้างขวางของห้องโดยสารไว้เช่นเดิม โดยมิติตัวถังมีความยาว 4,870 มิลลิเมตร สั้นลง 76 มิลลิเมตร สูง 1,465 มิลลิเมตร เตี้ยลง 11 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร สั้นลง 25 มิลลิเมตร ซึ่งตลอดการทดลองขับก็ไม่รู้สึกว่าคับแคบอึดอัด พื้นห้องโดยสารด้านหลังแม้จะไปแบนราบ แต่ก็ยังมีที่วางเท้าเหลือเฟือ
 
Honda Accord 2013
 
baภายในคันที่ขับเป็นทูโทนดำ/เบจ ดูหรูโปร่งสบาย แต่ไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไรนัก ถ้าอยากได้ภายในสีดำล้วนต้องเลือกภายนอกสีอ่อน แผงคอนโซลชิ้นเดียวภายในบุด้วยวัสดุอ่อนนุ่มต่อเนื่องกับแผงประตู ตกแต่งด้วยลายไม้สีเข้มดูมีคุณภาพดี และแซมด้วยแถบอะลูมิเนียมชิ้นเล็กๆ ตามจุดต่างๆ ช่วยให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น สำหรับรุ่นนี้คอนโซลกลางด้านบนเป็นจอ i-MID แสดงข้อมูลได้หลากหลายทั้งข้อมูลการขับ, เครื่องเสียง และโทรศัพท์ ควบคุมการทำงานด้วยสวิตช์บนพวงมาลัย และแสดงแผนที่ของระบบนำทางผ่านดาวเทียม ซึ่งติดตั้งสวิตช์ควบคุมไว้ด้านล่างของคอนโซลกลาง ซึ่งถ้าเป็นผู้ขับจะใช้งานไม่สะดวกนักเพราะต้องยืดแขนไปไกล ถ้าขยับมาติดตั้งไว้แถวๆ ด้านข้างคอนโซลเกียร์น่าจะใช้งานได้ถนัดขึ้น

baระหว่างช่องแอร์ที่คอนโซลกลาง ติดตั้งจอสัมผัสสำหรับเลือก Source ต่างๆ เช่น การเลือกสื่อภายนอก เช่น USB หรือ iPod รวมทั้งการเชื่อมต่อกับ Bluetooth ถัดลงมาเป็นชุดสวิตช์แอร์พร้อมหน้าจอแสดงผล ข้างคอนโซลเกียร์มีสวิตช์เปิด-ปิดม่านไฟฟ้าด้านหลัง ในเกียร์เดินหน้ามีตำแหน่ง D และ S ซึ่งเมื่อเข้าเกียร์ S จะเป็นโหมด Sport และถ้าดึงแป้น +/- หลังพวงมาลัยจะเข้าโหมด Manual พวงมาลัยหุ้มหนังแซมลายไม้ วงอวบจับกระชับมือ ปรับได้ 4 ทิศทางด้วยระบบกลไก มีสารพัดสวิตช์ควบคุมระบบต่างๆ ฝั่งขวาครูสคอนโทรลและเรียกดู/รีเซตข้อมูล ฝั่งซ้ายควบคุมจอ i-MID ระบบเครื่องเสียง และระบบโทรศัพท์

baที่แผงคอนโซลฝั่งขวาติดตั้งสวิตช์เปิด-ปิด ECON Mode ถัดลงมาเป็นสวิตช์ VSA และระบบ CMBS เบาะคู่หน้าปรับทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า ตัวเบาะหนานุ่มนั่งสบาย ช่วงของการปรับสูง-ต่ำ ค่อนข้างเยอะ จึงน่าจะรองรับสรีระที่แตกต่างได้อย่างครอบคลุม ผมปรับเบาะลงต่ำนิดๆ เลื่อนเบาะนั่งและทดลองเหยียบเบรกแล้วให้เข่างอเล็กน้อย จากนั้นก็ปรับระดับและความห่างของพวงมาลัยให้ถูกต้อง ปรับกระจกมองข้างและกระจกมองหลังให้พอดี เลือกจุดหมายในระบบนำทางที่มีงานฮอนด้าได้บันทึกไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว จากนั้นก็พร้อมออกเดินทาง รับหน้าที่ขับช่วงแรก ระยะทางประมาณ 61.6 กิโลเมตร
 
Honda Accord 2013
 
baเครื่องยนต์ Earth Dreams Technology ปรับปรุงลดอัตราสิ้นเปลือง 6 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการออกแบบห้องเผาไหม้ให้มีขนาดเล็ก และลดความฝืดชิ้นส่วนภายใน ลดน้ำหนักเครื่องยนต์ลง 10 กิโลกรัม ด้วยการใช้เสื้อสูบน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC มีความจุ 2,356 ซีซี 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิด 23 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย รถที่ทดสอบใช้แก๊สโซฮอล์ 95 E10

baตลอดเส้นทางช่วงที่ผมขับ ได้ใช้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์บ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นถนน 2 เลน จึงต้องมีการเร่งแซงบ่อยๆ ช่วงแรกใช้เกียร์ D และเมื่อจะแซงก็คิ๊กดาวน์กดคันเร่งสุดเพื่อเปลี่ยนลงเกียร์ต่ำ พบว่าบางจังหวะยังไม่ทันใจนัก จึงลองเลื่อนคันเกียร์ลงมาที่ตำแหน่ง S และใช้แป้น +/- ซึ่งเปลี่ยนบุคลิกรถไปพอสมควร และช่วยให้แซงได้ฉับไวขึ้นด้วยการล็อกตำแหน่งเกียร์ให้รอบอยู่ที่ประมาณ 3,000 รอบต่อนาที

baเมื่อเลนฝั่งตรงข้ามว่างก็กดคันเร่งเพิ่มความเร็วเพื่อแซง รถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอให้เกียร์เปลี่ยนลงต่ำและไล่ขึ้นรอบสูง เพื่อแซงพ้นแล้วก็ดึงแป้น + เพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ถ้ากดคันเร่งต่อรอบจะตัดที่ประมาณ 6,500 รอบต่อนาที เพราะในโหมดนี้เกียร์จะไม่เปลี่ยนขึ้นสูงให้โดยอัตโนมัติ และก็คิ๊กดาวน์ไม่ได้ด้วย ต้องดึงแป้น - เพื่อเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ การใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพการขับ แต่อาจเป็นจุดด้อยทางการตลาด

baระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าเปลี่ยนเป็นแม็กเฟอร์สันสตรัต จากเดิมแบบปีกนก 2 ชั้น ลดน้ำหนักช่วงล่างด้านหน้าลง 15 กิโลกรัม ส่วนด้านหลังมัลติลิงก์เหมือนเดิมปรับปรุงเพิ่มของเหลวในบูชเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ส่วนพวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนเปลี่ยนเป็นเพาเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก จากรุ่นเดิมที่เป็นไฮดรอลิกล้วนแม้จะใส่ล้อ 18 นิ้วกับยางหน้ากว้างแก้มเตี้ย ก็ไม่ได้รู้สึกสะเทือนผิดปกติหรือขาดความสะดวกสบายแต่อย่างใด
 
Honda Accord 2013
 
baในด้านประสิทธิภาพการทรงตัวถือว่าทำได้ดี ในช่วงทางตรงสามารถใช้ความเร็วสูงได้โดยไม่เครียด เนื่องจากตัวรถนิ่งสนิทไม่มีอาการวูบวาบ เช่นเดียวกับการเข้าโค้งแคบๆ ด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ด้วยน้ำหนักของพวงมาลัยที่ไม่เบาจนเกินไป ทำให้การเลี้ยวเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องประคองพวงมาลัย

baส่วนการเปลี่ยนเลนกะทันหันด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ตัวรถไม่มีอาการยวบย้วย ความฉับไวในตอบสนองของพวงมาลัยอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ไม่เฉื่อยจนน่าเบื่อหรือเร็วเกินไปจนต้องเพ่งสมาธิตลอดเวลา และมีการผ่อนแรงที่เหมาะสมกับความเร็วที่ใช้ ให้การควบคุมที่คล่องแคล่วเบาแรง ไม่เหมือนกำลังขับรถคันใหญ่

baระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยครบครันทั้งเอบีเอส, อีบีดี และบีเอ ให้น้ำหนักในการเบรกสัมพันธ์กับน้ำหนักที่กดแป้นเบรก จึงควบคุมการเบรกได้ง่าย พลังในการเบรกเหลือเฟือ และเมื่อเบรกฉุกเฉินจะมีระบบ ESS หรือ Emergency Stop Signal ไฟฉุกเฉินทำงานอัตโนมัติเพื่อเตือนรถคันหลัง

baถึงจุดแวะสลับคนขับพร้อมพักดื่มกาแฟ ระยะทาง 61.6 กิโลเมตร ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.6 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าน่าพอใจ เพราะใช้ความเร็วสูง ช่วงที่เร่งแซงก็ใช้โหมด +/- แทบทุกครั้ง พักดื่มกาแฟแล้วย้ายมานั่งเบาะข้างผู้ขับ ลองเล่นอุปกรณ์ต่างๆ แล้วถือว่าใช้งานไม่ยาก ไม่ซับซ้อนจนต้องอ่านคู่มือ แต่ไม่ได้ลองใช้งานจีพีเอสว่าใช้ยากหรือไม่ เพราะเปิดให้นำทางอยู่ตลอดเวลา นั่งไปไม่ไกลแค่ 30 กว่ากิโลเมตรก็ถึงปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดหมายปลายทางของทริปนี้
 
Honda Accord 2013
 
2.0 EL NAVI ครบครัน คุ้มราคา
baจากนั้นสลับมาขับรุ่น 2.0 EL NAVI ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด ราคา 1.419 ล้านบาท โดยผมรับหน้าที่ขับก่อน ภายนอกต่างกันไม่มาก เช่น ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ ไม่มีระบบปรับสูงต่ำและไม่มีไฟส่องสว่างขณะเลี้ยว, ล้อแม็ก 17 นิ้ว ยาง 225/50 R17 และไม่มีซันรูฟ ส่วนภายในไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย ตำแหน่งเกียร์เป็น D, D3 และ L, พวงมาลัยไม่มีระบบเรียกดูข้อมูลการขับ, ครูสคอนโทรลไม่มีระบบ Adaptive, เครื่องเสียงแบบธรรมดา ไม่มีระบบ CMBS และไม่มีระบบ LaneWatch

baเท่าที่สัมผัสในช่วงสั้นๆ พบว่าในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐาน รุ่น 2.0 EL NAVI ถือว่าครบครันเกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แพงกว่ารุ่นตั้งต้น 2.0 EL (1.299 ล้านบาท) 120,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบความแตกต่างของอุปกรณ์มาตรฐาน ผมคิดว่ารุ่น 2.0 EL คุ้มค่าที่สุด ทั้ง 2 รุ่นย่อยใช้เครื่องยนต์เดียวกันแบบเบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 19.4 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบต่อนาที

baส่วนในเรื่องการขับ เมื่อเปลี่ยนจากรุ่น 2.4 เป็น 2.0 ซึ่งมีแรงม้าต่างกันประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ แต่น้ำหนักต่างกันแค่ประมาณ 2.8 เปอร์เซ็นต์ แม้รุ่น 2.0 จะปรับอัตราทดเกียร์ 1-5 ให้สูงกว่า (เฟืองท้าย 2.0 และ 2.4 เท่ากัน) ทำให้อัตราเร่งของรุ่น 2.0 อืดกว่าแบบรู้สึกได้ โดยเฉพาะการขับที่ต้องเร่งแซงบ่อยๆ อย่างในการทดสอบครั้งนี้

baก่อนออกเดินทางกลับผมเซตข้อมูลการขับเป็น 0 ช่วงแรกมีการตั้งขบวนเพื่อถ่ายรูป และการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ยังไม่มีโอกาสแซงและใช้ความเร็วได้แค่ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับไปได้สักพักได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.8 กิโลเมตรต่อลิตร และเมื่อรถเริ่มเบาบางผมก็เริ่มแซงรถที่ขับช้ามากๆ ลองใช้วิธีคิ๊กดาวน์ก็พบว่ากว่าจะไต่จากรอบต่ำๆ เพราะขับคลานตามคันหน้า กว่าจะขึ้นสู่รอบสูงใช้เวลาพอสมควร จึงเลื่อนคันเกียร์ลงมาที่ D3 การเร่งแซงก็ฉับไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยความสึกหรอและอัตราสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นด้วย

baจุดหมายต่อไปอยู่ที่ร้านกาแฟที่แวะตอนขามา แต่ในขากลับแค่แวะสลับคนขับเท่านั้น เกือบตลอดทางต้องเร่งแซงรถบรรทุกขนาดใหญ่บ่อยๆ แต่อัตราสิ้นเปลืองก็ไม่ได้ลดลงแบบฮวบฮาบ ถึงจุดเปลี่ยนคนขับระยะทาง 30 กว่ากิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองลดลงเหลือ 12.4 กิโลเมตรต่อลิตร

baความรู้สึกของระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว และการเบรก ไม่แตกต่างจากรุ่น 2.0 คือมีความหนักแน่นนุ่ม และมีช่วงยุบยืดที่กระชับ แต่ยังมีการให้ตัวได้ในระดับหนึ่ง ไม่ตึงจนกระชากและไม่ย้วย ใช้ความเร็วค่อนข้างสูงไล่ไปตามโค้งได้อย่างมั่นคง การเปลี่ยนเลนกะทันหันเช่น ขณะเร่งแซงรถคันหน้า พวงมาลัยก็มีความแม่นยำ สามารถบังคับรถคันใหญ่ได้ไม่ยากนัก

baถึงจุดสลับคนขับแล้วเดินทางกลับโรงแรม ลองใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ก็ไม่รู้สึกว่าขาดแคลน ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่าเหลือเฟือและคุ้มราคา ถ้าต้องการรถนั่งขนาดใหญ่ พอใจกับอุปกรณ์มาตรฐาน และไม่ได้ขับรถเร็วจัดบ่อยๆ รุ่น 2.0 ก็รองรับได้อย่างเพียงพอ นั่งเพลินๆ กลับถึงโรงแรมดด้วยอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 11 กิโลเมตรต่อลิตร เหมาะสมกับการขับแบบเร่งแซงและใช้รอบสูงเกือบตลอดการเดินทาง

ขอบคุณ: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
 
 
m2 2013 HONDA ACCORD  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
800x
Specification: Honda Accord 2.0 EL NAVI - 2.4 TECH
 
แบบตัวถัง ซีดาน 4 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,870 x 1,850 x 1,465 มม.
ฐานล้อ 2,775 มม.
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,584 / 1,583 - 1,584 / 1,586 มม.
ระยะต่ำสุดจากพื้น 141 มม.
น้ำหนัก 1,530 - 1,575 กก.
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC
ความจุ 1,997 - 2,356 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 81.0 x 96.9 - 87.0 x 99.1
อัตราส่วนการอัด 10.6:1 - 10.1:1
กำลังสูงสุด 155/6,500 - 174/6,200 แรงม้า/รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 19.4/4,300 - 23.0/4,000 กก.-ม./รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 5 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อมเอบีเอส อีบีดี และบีเอ
ผู้จำหน่าย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์ 0-2341-7777
เวบไซต์ www.honda.co.th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT HONDA : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Honda Civic Hybrid เครื่อง 1,500 และมอเตอร์ไฟฟ้าให้สมรรถนะที่ดีแค่ไหนทั้งในเมืองและเดินทางไกล
• GRAND OPENING : Honda Accord เจนเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Earth Dreams Technology
• MT REPORT : Honda Accord - The Journey of Accord ทดลองขับ Accord เจนเนอเรชั่นที่ 9 ณ สนามแข่ง Twin Ring Motegi
• TEST DRIVE : Honda Brio Amaze ทดลองขับซีดานอีโคคาร์รุ่นแรกของฮอนด้า กว่า 100 กิโลเมตรบนถนนจริง
• TEST DRIVE : Honda Eco Car Sedan ทดลองขับซีดาน 1.2 ลิตร ใหม่ ในแบบ Spy Shot
• TEST DRIVE : Honda CR-V 2.0 4WD ทดลองขับเดี่ยวกับรุ่นสูงสุดของเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี
• GRAND OPENING : Honda CR-V 2012 เจนเนอเรชั่น 4 มาพร้อมตัวช่วยความประหยัด ระบบ Eco Assist และ Econ Mode
• TEST DRIVE : Honda Jazz Hybrid ทดลองขับโดยเน้นไปที่อัตราสิ้นเปลืองทั้งการใช้งานในเมืองและขับทางไกล
• GRAND OPENING : Honda Jazz Hybrid ฮอนด้า ประเทศไทยเปิดตัวไฮบริดรุ่นแรกในรถคลาสซับคอมแพคท์
• GRAND OPENING : Honda Freed 2012 เปิดตัวฟรีดใหม่รุ่นปรับโฉม ตั้งเป้ายอดจำหน่ายที่ 12,000 คันภายในหนึ่งปี
• TEST DRIVE : Honda Odyssey 2.4 มินิแวนหรู 180 แรงม้า มีออฟชั่นอะไรบ้าง คุ้มไหมกับราคาสไตล์รถนำเข้า
• TEST DRIVE : Honda Civic E85 ทดสอบแบบกรุ๊ปเทสต์กรุงเทพ-เขาใหญ่ สมรรถนะ 1.8 - 2.0 ต่างกันแบบรู้สึกได้
• GRAND OPENING : Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 35,000 คันภายใน 1 ปี
• MT REPORT : Honda CBU Experience Trip ทดลองขับรถนำเข้า 3 รุ่น Odyssey, Stepwgn Prada และ CR-Z
• MT REPORT : Honda เปิดสายการผลิตรถยนต์อีกครั้ง เดินหน้าผลิตเต็มกำลัง พร้อมประกาศพันธสัญญาเพื่อสังคมไทย
• MT REPORT : Honda ทำลายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ย้ำดำเนินการทุกขั้นตอนภายในโรงงานเท่านั้น
• TEST DRIVE : Honda City SV ทดลองขับซิตี้ใหม่แบบกรุ๊ปเทสต์ 234.4 กิโลเมตร เที่ยวฉะเชิงเทรา
• TEST DRIVE : Honda Brio CVT / MT ความประหยัดที่ลงตัว ทั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
• TEST DRIVE : Honda Civic 1.8 E NAVI เติมอุปกรณ์เทียบชั้นรุ่นใหญ่
• TEST DRIVE : Honda Jazz SV เติมความเฉียบให้ความเอนกประสงค์
• MODIFIED - TH : Honda Mania Special รวมตัวพลพรรคคนรักฮอนด้า 3 คัน 3 สไตล์ ต่างรุ่นต่างแนวทางการตกแต่ง
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail