 |
| |
| เรื่อง : ฟอร์ด ประเทศไทย |
Sunday, 19 June, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
เสียงของแตรรถยนต์ ใครคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ และหากลองฟังให้ดี ก็จะสังเกตได้ว่า เสียงแตรของรถแต่ละคัน หรือแม้แต่เสียงแตรของรถในแต่ละประเทศนั้น ก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย
การบีบแตรเกิดขึ้นได้จากหลายวัตถุประสงค์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในบางครั้งยังขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้ขับขี่ ในบางกรณี ผู้ขับขี่ใช้การบีบแตรเพื่อทักทายเพื่อนบ้าน แจ้งเตือนให้เจ้าของบ้านทราบว่ามีคนมาหา หรือแม้แต่เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อส่วนบุคคล
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย การบีบแตรส่วนใหญ่นับว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนรถคันอื่นๆ บนท้องถนน ให้ระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น หรือบางครั้งก็ถือเป็นการ 'ต่อว่า' (หรือระบายความหงุดหงิด) ในกรณีที่ผู้ร่วมทางมีพฤติกรรมการขับขี่ ที่ผิดไปจากวินัยการจราจร หรือมารยาทที่ดีตามที่ควรจะเป็น
แพทริเชีย ซีชอร์ (Patricia Seashore) วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจาก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี อธิบายว่า เสียงแตรรถไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เสียง 'ปี๊น ปี๊น' แบบเดียวเท่านั้น แต่อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ในรถยนต์นี้ มีความสำคัญอย่างมากต่อความรู้สึก พฤติกรรม ความถี่ และวิธีการใช้งานของผู้ขับขี่ทั่วโลก |
| |
 |
| |
| • แพทริเชีย ซีชอร์ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจาก ฟอร์ด มอเตอร์ |
 |
| |
"การที่ฟอร์ดมีรถจำหน่ายทั่วโลก ทำให้เราตระหนักถึงความแตกต่างในการใช้แตรของผู้ขับขี่ในแต่ละประเทศมากขึ้น" ซีชอร์ กล่าว "ผู้คนในแต่ละประเทศ ล้วนแต่มีพฤติกรรมการใช้แตรที่แตกต่างกัน"
บางประเทศในทวีปยุโรป รถยนต์จะมีแตร 2 ชุด ชุดหนึ่งบนพวงมาลัยสำหรับใช้ในการจราจร และอีกชุดหนึ่งอยู่ด้านหลังของรถ ซึ่งจะใช้เป็นระบบกันขโมย ในทวีปอเมริกาเหนือ ผู้ขับขี่นิยมบีบแตรทักทายกันมากขึ้น และเสียงแตรก็ถูกคาดหวังว่า จะต้องแสดงถึงความเป็นมิตรต่อกันด้วย
ชีชอร์ ขยายความต่อไปว่า "เราไม่ได้ใช้แตรเพื่อส่งสัญญาณเตือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังมีการใช้กันในหลายกรณี ทั้งในขณะที่มีรถคันอื่นพุ่งมาตัดหน้า หรือแม้แต่ในเวลาที่ไม่พอใจกันบนถนน อย่างไรก็ตาม เสียงแตรรถที่เกิดขึ้นในทางที่ดี ก็ยังมีให้ได้ยินกันบ้าง เช่น เสียงแตรจากเพื่อนบ้าน ซึ่งตามมาด้วยการทักทายกัน หรือการบีบแตรเมื่อรถจอด เพื่อเรียกให้คนที่ยืนรออยู่เดินมาขึ้นรถ เป็นต้น"
นอกจากนี้ ในทวีปอเมริกาเหนือ แตรยังถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนในการล็อกรถ เพื่อยืนยันให้ผู้ขับขี่ทราบว่า รถของคุณล็อกเรียบร้อยแล้ว และบางครั้งเจ้าของรถก็ใช้เสียงแตรในการมองหาว่า รถจอดอยู่ตรงไหนของลานจอดรถที่แออัด จนยากต่อการสังเกตรถของตัวเอง |
| |
 |
| |
ด้วยเหตุนี้ ผู้ขับขี่ในทวีปอเมริกาเหนือ จึงต้องการเสียงแตรที่ไม่กระด้างนัก ฟอร์ด เลือกใช้ 'แตรแบบทรัมเปต' หรือ Trumpet horns ซึ่งทำจากพลาสติกที่มีรูปร่างเหมือนทรัมเปต และแตรแบบทรัมเปตนี้ จะให้เสียงที่ไพเราะยิ่งขึ้น โดยรถส่วนใหญ่จะมีแตรแบบทรัมเปต 2 ชุด ที่ได้รับการปรับความถี่ให้มีเสียงสูง - ต่ำต่างกัน แต่ไม่ถึงกับทำให้เสียงดังจนแสบหู
"ถึงจะไม่อยากให้เสียงแตรดังแบบกรรโชกจนเกินไป แต่เราก็ไม่ได้ต้องการให้เสียงแตรรถดังในลักษณะที่ไพเราะจนเกินไป จนไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากผู้ที่ได้ยินเสียง" ชีชอร์ กล่าว
แม้จะเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับผู้ขับขี่ในประเทศสหรัฐฯ แต่เสียงแตรแบบทรัมเปต ไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ทุกประเทศ เพราะในทวีปอเมริกาใต้นั้น ผู้ขับขี่ต้องการแตรที่สามารถใช้งานได้บ่อยๆ ในสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยนิยมเสียงแตรสั้นๆ แบบ 'ปิ๊น ปิ๊น' ในขณะที่ทวีปเอเชียนั้น ประเทศอินเดียเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการใช้แตรอย่างหนัก เนื่องจากผู้ขับขี่มักจะบีบแตรตลอดเวลา เมื่อต้องขับรถฝ่าการจราจรที่หนาแน่น และเมื่อขับบนถนนที่ขรุขระ
"สำหรับประเทศที่ผู้ขับขี่บีบแตรกันเป็นประจำในแต่ละวัน เราเลือกใช้ 'แตรแบบดิสก์' (Disc horn) ซึ่งมีอายุการใช้งานนานกว่า"
ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าที่ต้องการแตรทั้ง 2 แบบ "ในประเทศจีน ผู้ขับขี่จะวางมือหนึ่งบนพวงมาลัย และอีกมือหนึ่งอยู่บนแตร ซึ่งแตรรถในประเทศจีนมีขนาดใหญ่มาก แม้คนจีนจะใช้แตรบ่อยมากก็จริง แต่พวกเขาก็ต้องการเสียงแตรที่นุ่มนวล ดังนั้น เราจึงเลือกใช้ 'แตรไฟฟ้า' (Electronic trumpet) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ และสามารถตอบสนองการใช้งานของชาวจีนได้ดี"
สำหรับประเทศไทย ฟอร์ด เลือกใช้แตรแบบไฟฟ้าเสียงเดียว และมีความดังพอสมควร ตามเกณฑ์ที่ กรมการขนส่งทางบก ประกาศกำหนด ซึ่งนับว่าดังพอที่จะเรียกความสนใจจากผู้ร่วมใช้ถนน แต่ไม่ดังเกินไปจนเกิดความรำคาญหรือรบกวนผู้อื่น • |
| |