| |
| Lexus LFA ซูเปอร์คาร์ในฝันของ Han Lue |
 |
|
| |
 |
| |
ถึงตอนนี้ผมก็ยังงง จับความไม่ถูกเหมือนกันว่า ตกลงแล้วตา Han Lue เค้ารอดมาจากภาค Tokyo Drift ได้อย่างไร? แต่เอาเถอะ ถ้ารอดมาได้จนถึงภาคนี้ แล้วยังร่ำรวยจากส่วนแบ่ง 11 ล้านดอลลาร์ บวกเงินแฟนใหม่เข้าไปอีกยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถือว่าทางเลือกรถในฝันที่เป็น Lexus LFA ปี 2010 นั้นสมบูรณ์แบบ น่าอิจฉาจริงๆ
หลังจากควักกระเป๋าจ่ายไป 400,000 ดอลลาร์ฯ สิ่งที่จะได้มาคือรถซูเปอร์คาร์ญี่ปุ่นอันดับ 1 ที่มีโครงสร้างตัวถัง 65% ทำมาจากวัสดุยอดฮิตแห่งยุค carbon fiber-reinforced polymer หรือ CFRP ที่มีคุณสมบัติ แข็งแรงมาก เบามาก และ...แพงมาก ไม่เพียงเท่านั้น เครื่องยนต์ 1LR-GUE วี 10 ขนาด 4.8 ลิตร ที่ทำมุม 72 องศา พร้อมระบบ dual VVT-i ยังให้กำลังมากถึง 560 แรงม้า ที่ 8,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 48.9 กก.-ม. ที่ 6,800 รอบ/นาที ซึ่ง 90% ของแรงบิดสูงสุด มาที่ 3,700 รอบ/นาที เท่านั้น อัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. เพียง 3.7 วินาที
Redline เครื่องยนต์ตัวนี้อยู่ที่ 9,000 รอบ/นาที แต่ถ้าลากเพลินไปถึง 9,500 รอบ/นาที ระบบน้ำมันก็จะตัดการทำงานให้เอง ไม่ต้องรอให้ถอนคันเร่งเพราะเห็นก้านสูบกับวาล์วไททาเนี่ยมทะลุออกมา ส่วนลูกสูบคงไม่ต้องห่วง เพราะทำจากอลูมิเนียม forged น้ำหนักเบา และทนทาน ลากรอบไปแค่ไหนก็คงไม่เป็นอะไรง่ายๆ |
| |
 |
| |
| • LFA ใน Fast Five ดุสุดๆ ด้วยสี Dark Gray |
| |
 |
| |
| • Lexus LFA Concept เผยโฉมในปี 2005 ที่งาน North American International Auto Show ใช้กล้องมองหลัง 2 ตัวติดตั้งแทนที่กระจกมองข้าง ไอเดียนี้ยืนยงมาถึงตัวต้นแบบของโตโยต้า อย่าง Yaris HSD Concept และเมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าเค้าโครงเส้นสายเดิมยังอยู่เกือบครบ เมื่อกลายมาเป็นตัวโปรดัคชั่นคาร์ |
| |
 |
| |
| • LF-A concept ในปี 2007 นอกจากจะดูคมคาย เพิ่มเหลี่ยมสันมากขึ้นแล้ว ทีมพัฒนายังเริ่มใช้โครงสร้างน้ำหนักเบา เปลี่ยนอลูมิเนียมเฟรม เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมๆ กับประกาศว่า เครื่องยนต์จะผลิตกำลังได้มากกว่า 500 แรงม้า โดยในเดือนธันวาคม ปีเดียวกันนั้นเอง LF-A ตัวโปรโตไทป์ ก็ลงวิ่งทดสอบที่สนาม Nurburgring ฝั่งเหนือ หรือ Nordschleife ด้วยเวลาต่อรอบ 7.24 นาที แบบไม่เป็นทางการ จากนั้นในปี 2010 เดือนพฤศจิกายน LFA (ไม่มี - คั่นกลางแล้ว) จึงได้มีการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการ ด้วยเวลาต่อรอบ 7.38 นาที ผู้ขับคือ Horst von Saurma บรรณาธิการ Automobile ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่สันทัดไลน์ของนูร์บูกร์ริงคนหนึ่ง และแลปเรคคอร์ดของ Koenigsegg, Porsche 911 GT2, Nissan GT-R, Chevrolet Corvette C6 ZR1, Ferrari 458 Italia หรือ Lamborghini Murcielago LP670-4 ก็เป็นฝีมือของเขา |
| |
 |
| |
| • ถัดมาในปี 2008 เลกซัส โชว์ตัวคอนเซปท์ของ LF-A ในแบบโรดเสตอร์ ที่ North American International Auto Show |
| |
 |
| |
| • LFA ตัวจริงเสียงจริง เปิดตัวในปี 2009 ที่ Tokyo Motor Show จากนั้นก็เริ่มเปิดรับจองทันที และจำกัดจำนวนไว้ที่ 500 คันทั่วโลก ด้วยกำลังการผลิตแบบคัสตอม ออร์เดอร์ 20 คัน/เดือน... มีคนถาม ทานาฮาชิ ฮารุฮิโกะ ผู้คุมโปรเจคท์ LFA ว่า ใช้รถอะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวัดเพื่อพัฒนา LFA บ้าง? เขาตอบได้อย่างน่าประทับใจว่า ไม่ต้องมีเบนช์มาร์คอะไรหรอก มีแค่ LFA นั่นแหละ |
| |
 |
| |
| • เหนือฟ้ายังมีฟ้า ในจำนวนลิมิเต็ด 500 คัน ยังมี 50 คันที่ถูกตัดออกมาเป็น Special Edition ในนาม Nurburgring Package จัดม้ามาให้อีก 10 ตัว แถมด้วยการลดน้ำหนักไปอีก 100 กิโลกรัม ด้วยบอดี้ CFRP ในบางจุด โดยเทคโนโลยีการผลิต เกิดจากแผนก in-house ของเลกซัสเอง ไม่ต้องง้อใคร เหมือนกับที่ แลมบอร์กินีมีแผนกวิจัย CFRP ของตัวเอง |
| |
 |
| |
| • ตัวนี้ไม่แรงเท่าตัวบน กำลังถูกลดลงเหลือ 533 แรงม้า แต่ความอึดนั้นมากกว่าแน่นอน เพราะเป็นตัวแข่งของ Gazoo Racing ที่ใช้สำหรับลุยเอนดูรานซ์ อย่างรายการ นูร์บูร์กริง 24 ชั่วโมง นำทีมโดย ฮิโรมุ นารุเสะ หัวหน้าทีมทดสอบรถคู่บุญของโตโยต้าผู้ล่วงลับ |
 |
| |
สาเหตุหลักที่ซูเปอร์คาร์คันนี้ราคากระโดดไปถึง 400,000 ดอลลาร์ฯ ก็เพราะเป็นรุ่นที่ โตโยต้า ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อโชว์เทคโนโลยี ให้ชาวโลกเห็นว่า พวกเขามีดีขนาดไหน อุปกรณ์มากมายบนตัวรถก็เลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ไม่เว้นแม้แต่หม้อพักไอเสีย ก็ยังอุตส่าห์เป็นไททาเนี่ยมกับเขาด้วย
ไล่ไปยังชุดเกียร์ โตโยต้า ก็ลงทุนผลิตเอง ไม่ได้ไปใช้ของโรงงานเกียร์เจ้าไหน เทคโนโลยีมีเท่าไรก็ใส่เข้าไปหมด จนกลายมาเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซีเควนเชียล คลัตช์คู่ ควบคุมด้วย Paddle-shifters ที่คอพวงมาลัยตามสมัยนิยม จังหวะเปลี่ยนเกียร์ก็รวดเร็วเอามากๆ ใช้เวลาแค่ 200 ms ถึงแม้จะเป็นเกียร์รถสปอร์ต แต่ก็ต้องทำงานนุ่มนวลตามารตฐานรถ เลกซัส มีลิมิเต็ลสลิป มีระบบ Launch Control ช่วยในการออกตัว ไม่มีคำว่าตุปัดตุเป๋ให้เสียอาการ |
| |
|
| |
| • ใครกระเป๋าแห้ง และคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีปัญญาซื้อหา LFA มาครอบครองแน่ๆ (แบบคนเขียนเป็นต้น) ไม่ต้องเตรียดมาก ไปคลองถมหา Xbox360 มาเล่น Forza Motorsport กันไปพลางๆ อาจพอแก้ขัดไปได้หน่อยนึง |
 |
| |
และสิ่งที่น่าประทับใจของ Han คือ นอกจากจะเลือกซูเปอร์คาร์ที่สุดแสนจะเหมาะสมโดนใจแล้ว เขายังให้รางวัลตัวเองด้วยการขับรถกินลมท่องยุโรป โดยมีสาวสวยนั่งไปข้างๆ... อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบ (แยกเป็นไซด์ สตอรี่ แบบ โตเกียว ดริฟท์ ทำเป็น Road Movie อีกภาคนึงไปเลย)
ถ้าใครทราบว่าเส้นทาง Amsterdam - Germany - Madrid - Tokyo ที่ Han จะผ่านไปนี่เป็นอย่างไร ก็รบกวนเขียนเข้ามาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ • |
| |