| |
| 1972 Nissan Skyline GT-R สำหรับไบรอัน ยังไงก็ยังเป็น จีที-อาร์ |
 |
|
| |
 |
| |
บทบาทของ Skyline ในภาคนี้ค่อนข้างน้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ ที่โดดเด่นจับใจนักเลงรถเสียเหลือเกิน แม้บทจะน้อย โผล่มาให้เห็นกันประเดี๋ยวเดียว แต่แฟนๆ ก็ชื่นใจแล้ว กับความพยายามของทีมงานที่อุตส่าห์ไปขุดเอาปู่ทวดของตระกูล GT-R มาให้เหล่าสาวกได้ยลโฉมกันพอหายคิดถึง
คงเพราะเรื่องในภาค 5 มาดำเนินกันที่ ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล แถมเป็นช่วงที่ ไบรอัน ถังแตก รถประจำตำแหน่งเลยต้องเก่าๆ ตามประสาคนไม่มีกะตังค์ แฟน Skyline พันธ์แท้อย่าง ไบรอัน เลยไปคว้าเอา GT-R รุ่นแรก ปี 1972 มาใช้แก้ขัด ถ้าว่ากันตามประสาคอหนังเกรียนๆ ก็คงต้องมีติกันหน่อยว่า คิดจะทำตัวเนียนหารถเก่ามาใช้ แต่แหม...คันนั้นมันไม่เวอร์เลยนะ ราคาของมันที่ขายกันในตลาดนักสะสมรถแถว L.A. ป้วนเปี้ยนอยู่เกือบ 4 หมื่นดอลลาร์เลยทีเดียว แถมขับขวาด้วยซ้ำ (อเมริกาขับซ้าย) ถ้าใครไม่ชอบรถสะสมก็เอาเงินจำนวนนี้ไปถอย BMW 328i ออปชั่นครบได้ |
| |
 |
| |
เอาเป็นว่าถ้าใครอุตริเกรียนได้อย่างที่ว่า ผมก็อยากจะหางบตั๋วเครื่องบินส่งไปขัดรองเท้าเฮีย ดอม ที่ริโอเสียเลย หนังเขาทำมาให้ดูกันสนุกๆ เอามันส์ ดันไปคิดว่าเป็นหนังกล่องหาความสมเหตุสมผลเสียอย่างนั้น แล้วอย่านึกว่าเกรียนจะได้ไปเที่ยวสบายๆ นะครับ ตั๋วที่เหมาะสมกับเกรียนระดับนี้ ก็ต้องราคาถูกที่สุดนั่นแหละ จำพวก เคนย่า แอร์ไลน์ บินเส้นทางหวานเย็นแวะไปเรื่อยๆ กรุงเทพ - สิงค์โปร์ - แฟรงค์เฟริต์ - นิวยอร์ค - ชิคาโก - ฟอริดา - ริโอ รวมแล้วก็ 2 วันครึ่ง ให้นั่งกันจนเปื่อยสมราคาเกรียน ระหว่างทางทั้งเหม็นทั้งแปลก จะได้รู้ว่าบนฟ้าไม่ได้มีก้อนเมฆกับสวรรค์เสมอไป
สำหรับคนปรกติที่รู้ว่าจะดูหนังเรื่องนี้กันยังไง ก็คงจะขอบอกขอบใจ ที่ทำให้เรามีโอกาสมานั่งนึกถึง 'รถที่เราไม่ค่อยจะได้นึกถึง' กันบ้าง GT-R ตัวปัจจุบันนั้นไม่ต้องห่วง เราๆ ท่านๆ ฝันถึงกันทุกวันอยู่แล้ว แต่ตัว C10 นี่สิครับ คันจริงๆ ตัวเป็นๆ ถ้าไม่ไป Back pack ท่องลานประมูลที่ญี่ปุ่นก็คงจะหาดูยาก
ฟังดูแล้วค่อยสมกับความเป็นรถสปอร์ตระดับตำนานหน่อยใช่ไหมครับ |
| |
 |
| |
| • ในตอนที่ 4 เราเห็นโฉมหน้าของ Father of the Corvette อย่าง Zora Arkus-Duntov กันไปแล้ว ภาพด้านบนนี้คือ Father of the Skyline ชินอิจิโระ ซากุราอิ ผู้ออกแบบ Skyline S50 ในปี 1961 - C10 ในปี 1968 และเพิ่งจากไปในวันที่ 17 มกราคม 2011 นี่เอง ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว สิริอายุรวม 81 ปี |
| |
 |
| |
| • (ซ้าย) ชินอิจิโระ ซากุราอิ ในวัยหนุ่ม |
 |
| |
GT-R รุ่นนี้ เรียกกันบ้านๆ ก็ต้องว่ามันเป็นปู่ทวดของเจ้า GT-R ก๊อดซิล่า แต่ถ้าสืบลงไปอีก จะพบว่าต้นตระกูลของมันเป็นเครื่อง Zero เครื่องบินขับไล่ชื่อกระฉ่อนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มิน่าล่ะ GT-R มันถึงปราดเปรียวได้ใจจริงๆ (ช่วงต้นๆ สงครามแปซิฟิก นักบิน P-51 Mustang ปวดหัวกับความเร็ว ความปราดเปรียวของ Zero เอามากๆ)
อย่าเข้าใจผิดว่า นิสสัน เป็นคนผลิตเครื่อง Zero นะครับ บริษัทที่ผลิตคือ ทาชิคาว่า แอร์คราฟ ชื่อดั่งเดิมของบริษัท Prince Motor ผู้ผลิตรถตระกูล Skyline และ Gloria รวมถึงรถรุ่นสำคัญๆ อีกหลายรุ่นของ นิสสัน ในปัจจุบัน
หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม บริษัท ทาชิคาว่า ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Fuji Precision Industries จากนั้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Prince Motor โดยชื่อ Prince นั้นตั้งเพื่อเชิดชูเกียรติ Prince Akihito กษัตริย์องค์ปัจจุบันที่สมัยนั้นยังเป็นรัชทายาท ชื่อ Prince Motor มาถึงจุดสิ้นสุดในปี 1966 เมื่อรวมบริษัทกับ นิสสัน แต่ตระกูลรถสำคัญๆ ก็ยังได้รับการสืบทอดมาถึงปัจจุบัน รวมถึงตระกูล Skyline ด้วย |
| |
 |
| |
| • บิดาของปู่ทวด GT-R อีกที Aggressive Look มาตั้งแต่ยุค 60 จุดเด่นคือแนวเส้นไฟหน้าที่ยกสูงขึ้น และเป็นมรดกตกทอดมาถึง Skyline ของไบรอัน ในภาพด้านบนคือ Prince Skyline Sports Coupe รุ่นปี 1962 เครื่องและแชสซีส์ยกมาจาก Gloria เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ รหัส GB30 ความจุ 1.8 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 94 แรงม้า (PS) ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.5 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ราคา 1.85 ล้านเยน ใครรักสายลมและแสงแดด มีรุ่นเปิดประทุนให้เลือกด้วย |
 |
| |
Nissan Skyline GT-R ปี 1970 ของ ไบรอัน เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของตระกูล C10 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1968 ด้วยรุ่น 4 ประตู โดยรุ่น GT-R เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดมา 1969 โดยมีเฉพาะรุ่น 4 ประตู รหัสที่ใช้เรียกคือ PGC10 ใช้เครื่องยนต์ S20 I6 แบบ 6 สูบเรียง 2.0 ลิตร 160 แรงม้า ถือว่าแรงมากในยุคนั้น เพราะเป็นเครื่องรหัสใหม่ พัฒนามาจากเครื่องแข่งรหัส GR8 ที่อยู่ใน R380 โครงการตัวแข่งที่ต้องการล้มความยิ่งใหญ่ของ Porsche ในรายการ Japanese Grand Prix โดยช่วงเวลานั้น 904 GTS ตัวแข่ง Group 7 ของ Porsche แรงมากๆ จนหาใครมาเทียบเคียงได้ยาก |
| |
 |
| |
| • R380 ที่ Prince ส่งลงชิงชัยใน Group 7 ซึ่งเป็นรุ่นโหดดิบที่สุด จนสุดท้ายรุ่นนี้ต้องยกเลิกกันไป เพราะเป็นรุ่นที่แทบจะไม่จำกัดสเปคใดๆเลย ใครมีเทคโนโลยีอะไรก็ใส่กันเต็มๆ R380 แม้จะแรงกว่า 904 แต่ก็ไม่สามารถช่วงชิงความยิ่งใหญ่มาได้ เพราะ Porsche ก็ออกรุ่นใหม่มาเช่นกัน เป็นรุ่น 906 เหตุผลหลักที่เอาชนะ Porsche ไม่ได้ก็เพราะ 904 และ 906 เป็นรถแข่งที่ทนทาน เครื่องแรงน้อยกว่าชาวบ้านเล็กน้อย แต่แทบไม่เคยพังคาสนาม เรียกว่ายังไงก็แข่งจบแน่ๆ |
| |
 |
| |
| • R380 ในรายการ Japanese Grand Prix ที่สนาม Fuji Speedway |
 |
| |
แฟน GTR ในญี่ปุ่นตั้งชื่อเล่นให้ Skyline GT-R ว่า Hakosuka โดย Hako นั้นแปลว่า Box ส่วน Suka ย่อมาจาก Su-ka-i-rai-n คำอ่านทับศัพท์ Skyline โดยแฟนๆ ต้องรอจนเดือนตุลาคมในปี 1970 รุ่น 2 ประตู รหัส KPGC10 จึงได้ฤกษ์เปิดตัว แต่กว่าจะเริ่มขายได้จริง ก็ปาเข้าไปเดือนมีนาคมปี 1971 ซึ่งเป็นช่วงปลายๆ อายุของตระกูล C10
เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง ค่าตัวแพงเป็น 2 เท่าของรุ่นธรรมดา 4 ประตูเลยทีเดียว เพราะมันถูกออกแบบเพื่อเป็นรถแข่งมากกว่ารถบ้าน ความกว้างฐานล้อขยายกว้างขึ้น ระยะห่างหน้า-หลังสั้นลง น้ำหนักลดลงไป 20 กก. เพื่อลบจุดอ่อน understeer ของ GT-R รุ่น 4 ประตู แต่ก็เพราะจุดอ่อนของรุ่น 4 ประตูนี่แหละ ที่ทำให้ GT-R นั้นโด่งดังเหลือเกิน อาการ understeer เอามากๆ ของมัน ทำให้นักแข่งต้องกระทืบเบรกแรงๆ เพื่อให้ท้ายสบัด แล้วก็ Drift ผ่านโค้งไป... ฟังดูเท่จริงๆ |
| |
|
| |
|
| |
แต่ความโด่งดังของมันเรื่องนี้ ไม่ใช่แง่บวกแน่ๆ เมื่ออยู่ในสนามแข่งความเร็ว เพราะนักแข่งจะเหนื่อยเร็วกว่าปรกติ และสำคัญที่สุดคือ มันทำให้รถช้าลง
GT-R ตัวนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของการเป็นรถแข่งในสนาม ระยะฐานล้อ สัดส่วนต่างๆ จึงสมบูรณ์แบบ นักแข่งฝีมือพระกาฬในญี่ปุ่น ที่มีโอกาสเล่นกับมันมากกว่าใครๆ ต่างลงความเห็นว่า Balance ของ KPGC10 นั้นดีกว่า R32 และ R34 เสียอีก
ปิดท้ายกันที่วีดิโอเท่ๆ ของ Skyline ครับ • |
| |
 |
| |
| • เจ้า GT-R ถูกยกฝากระโปรงออก และติดตั้งแท่นยึดกล้องสำหรับถ่ายช๊อต โคลส-อัพ |
| |
|
| |
| • ปิดท้ายจริงๆ กันแบบขำๆ พอล วอล์คเกอร์ ในหนังฝีมือดี ขับฝ่าดงกระสุนได้สบาย แต่ตัวจริงคงไปแข่งกับใครไม่ได้ ออกจากซองไปเบียด R8 เสียนี่ |
| |