 |
| |
| เรื่อง : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย |
Wednesday, 11 May, 2011 0:12 AM
|
|
 |
| |
|
| |
ปลายปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์ Guggenheim และมูลนิธิ Solomon R. Guggenheim ประกาศความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กร ในโครงการสร้างสรรค์มุมมองแห่งอนาคต ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว 6 ปี ด้วยห้องแล็ปเชิงพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ มองอนาคตในแง่มุมต่างๆ ทั้งสถาปัตยกรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดีไซน์ เทคโนโลยี และการศึกษา
ล่าสุด มร.
ริชาร์ด อาร์มสตรอง (Richard Armstrong) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Guggenheim และมูลนิธิ Solomon R. Guggenheim ร่วมกับ มร. จิม โอ' โดเนลล์ (Jim O'Donnell) ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู อเมริกาเหนือ ร่วมประกาศเปิดตัวครั้งแรกของโครงการ BMW Guggenheim Lab ในมหานครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม ถึง 16 ตุลาคม ซึ่งหลังจากการจัดแสดงที่นิวยอร์ก จะต่อด้วยการจัดแสดงที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และหลังจากนั้นจะเป็นเมืองในทวีปเอเชีย ซึ่งจะประกาศเร็วๆ นี้
จุดประสงค์หลักของโครงการนี้ คือ การรวบรวมและแบ่งปันข้อมูล ความคิด และแรงบันดาลใจ ในประเด็นการมองอนาคตของการดำเนินชีวิตในเมือง ภายใต้รูปแบบและสภาวะแวดล้อมต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญ และนักคิดจากสาขาต่างๆ ทั่วโลก รวมไปถึงสาธารณชนผู้สนใจจากทั่วโลก รวมไปถึงฟอรั่มออนไลน์ผ่านเว็บ www.bmwguggenheimlab.org โครงการนี้จะประกอบด้วย BMW Guggenheim Lab 3 หลัง โดยแต่ละหลังมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน สร้างโดยทีมสถาปนิกที่แตกต่างกัน แต่ละหลังจะถูกนำไปตั้งที่เมืองที่แตกต่างกัน 3 เมืองเป็นระยะเวลา 2 ปีต่อแห่ง โดยโครงการนี้จะดำเนินเป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 6 ปี
BMW Guggenheim Lab ที่จะเปิดทำการในมหานครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคมถึง 16 ตุลาคมนี้ ตั้งอยู่ที่ 33 East First Street (อยู่ระหว่างถนน First และ Second Avenue) ในเขตแมนฮัตตันด้านตะวันออก บนพื้นที่ของฝ่ายสวนสาธารณะ และสันทนาการแห่งมหานครนิวยอร์ก |
| |
 |
| |
| • ทีมสถาปนิก Atelier Bow-Wow โยชิฮารุ สึคาโมโตะ และ โมโมโยะ ไคจิมะ (Yoshiharu Tsukamoto - Momoyo Kaijima) |
 |
| |
คอนเซ็ปต์ของ BMW Guggenheim Lab แห่งแรกนี้ออกแบบโดย Atelier Bow-Wow ซึ่งเป็นสำนักออกแบบด้านสถาปัตยกรรมจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยอาคารใช้โครงสร้างที่สามารถถอดประกอบได้ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,500 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นอาคารชั่วคราวขนาดกะทัดรัด ที่สามารถถอดประกอบเพื่อเคลื่อนย้ายไปติดตั้งตามเมืองต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดแสดงในรอบแรกนี้ จะปิดท้ายด้วยการจัดแสดงพิเศษที่พิพิธภัณฑ์ Solomon R. Guggenheim ในนครนิวยอร์กในปี 2013 ซึ่งจะเป็นการแสดงสรุปผลของไอเดียความคิดสร้างสรรค์ ที่สะสมได้จากโครงการ BMW Guggenheim Lab ในเมืองต่างๆ ในรอบแรกนี้ โดยธีมและคอนเซ็ปต์การจัดแสดงรอบแรกนี้ คือ Confronting Comfort ซึ่งจะมุ่งเน้นถึงความสุขที่สมดุลในการใช้ชีวิตเมือง ทั้งในแง่ของปัจเจกบุคคล สังคม สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งจะเป็นการเจาะลึกประเด็นด้านสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่ ที่ผู้คนต้องการให้เป็น โดยเน้นที่ประเด็นของสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ และการอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เพื่อความสุขและอนาคตที่ยั่งยืน
กิจกรรมของ BMW Guggenheim Lab แต่ละแห่งจะประกอบด้วยเวิร์คช็อป สัมมนา การบรรยายเชิงการศึกษา รวมไปถึงการแสดง โดยจะมุ่งเน้นถึงการสร้างสรรค์มุมมองแห่งอนาคต ในบริบทของเมืองนั้นๆ ผสมผสานกับมุมมองแห่งอนาคตจากเมืองอื่นๆ ผ่านทางวิทยากรพิเศษที่เข้าร่วมกิจกรรม และการแลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูล ความรู้ และแนวคิดจาก BMW Guggenheim Lab แห่งอื่นๆ |
| |
|
| |
| • บทสัมภาษณ์ของผู้เข้าร่วมทีม New York BGL |
 |
| |
มร.
ริชาร์ด อาร์มสตรอง ผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์ Guggenheim และมูลนิธิ Solomon R. Guggenheim กล่าวว่า "BMW Guggenheim Lab จะเริ่มประเดิมเป็นแห่งแรกในมหานครนิวยอร์ก และตามมาด้วยเบอร์ลินเร็วๆ นี้ ซึ่งทั้งสองเมืองแรกเป็นศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรมเมืองยุคใหม่ เราจะร่วมบุกเบิกแนวคิดใหม่ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดีไซน์ เทคโนโลยี และการศึกษา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้ชีวิตเมืองอย่างสมดุล และมีความสุข ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับเมืองที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในทวีปต่างๆ ทั่วโลก"
ดร. แฟรงค์-ปีเตอร์ อาร์น (Frank-Peter Arndt) กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กล่าวว่า "BMW Guggenheim Lab เป็นโครงการร่วมมือด้านวัฒนธรรมของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่เป็นการฉลองการครบรอบ 40 ปีของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านวัฒนธรรมของบริษัท เรามีความภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับทางพิพิธภัณฑ์ Solomon R. Guggenheim สำหรับหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งในแง่ของการลงทุน และในแง่ของกรอบทางความคิด ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือจากคนกลุ่มใหญ่ ให้เข้ามามีส่วนรวมในการคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตอบโจทย์ด้านอนาคตที่ยั่งยืน หรือ Sustainability ในทุกแง่มุม ทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การดีไซน์ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องพิจารณาแบบองค์รวมไปพร้อมๆ กัน"
มร. จิม โอ' โดเนลล์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู อเมริกาเหนือ กล่าวเสริมว่า "การเริ่มต้นโครงการ BMW Guggenheim Lab ที่มหานครนิวยอร์ก มีนัยสำคัญอย่างมาก เนื่องด้วยนครนิวยอร์กเป็นหนึ่งในเมืองระดับ Megacity ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ประกอบด้วยเสน่ห์ด้านความคิดสร้างสรรค์ และความซับซ้อนทางสังคมในเวลาเดียวกัน"
คณะกรรมการของโครงการ BMW Guggenheim Lab ในรอบแรกนี้ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติในหลายสาขา เช่น... |
| |
 |
| |
1 - แดเนียล โบรเรมบอม (Daniel Barenboim - วาทยกรและนักเปียโนจากอาร์เจนติน่า)
2 - อลิซาเบธ ดิลเลอร์ (Elizabeth Diller - ดีไซน์เนอร์จากสหรัฐอเมริกา)
3 - นิโคลัส ฮัมฟรีย์ (Nicholas Humphrey - นักจิตวิทยาจากอังกฤษ)
4 - มุชาเดยี มาซุนดา (Muchadeyi Ashton Masunda - นายกเทศมนตรีเมืองฮาเเรย์ จากประเทศซิมบับเว)
5 - ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวณิช (Rirkrit Tiravanija - ศิลปินแนวคอนเทมโพรารี่อาร์ตชาวไทย) เป็นต้น
กรรมการของโครงการนี้ มีหน้าที่เฟ้นหาผู้เข้าร่วมทีม BGL หรือ BMW Guggenheim Lab ใน 3 เมืองของรอบแรก อีกทั้งยังสามารถนำเสนอไอเดียสร้างสรรค์ในธีมที่กำหนด และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ ในรอบแรกทีม New York BGL ประกอบด้วย...
• ชาร์ล มอนโกเมอรี่ (Charles Montgomery - นักข่าวชาวแคนาดา)
• โอลาตุนโบซุน โอบาโยมี (Olatunbosun Obayomi - นักวิทยาศาสตร์ด้านจุลชีวะชาวไนจีเรีย)
• โอมาร์ ไฟร์รา (Omar Freilla - นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและผู้ก่อตั้ง Green Worker Cooperatives)
• เอลมา วานน์ โบเซล (Elma van Boxel - สถาปนิกชาวฮอลแลนด์) •
SOURCE : BMW THAILAND |
| |