 |
| |
|
Friday, 28 January, 2011 1:11 AM
|
 |
| |
|
| |
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมฉลองโกลบอลแคมเปญ 125! Years of innovation ในโอกาสครบรอบ 125 ปี ที่รถยนต์ Mercedes-Benz ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมมุ่งสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อน และตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ครองความเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง ของตลาดรถยนต์หรูมากว่าศตวรรษ |
| |
 |
| |
| • สิทธิบัตรในการประดิษฐ์คิดค้นรถยนต์คันแรกของโลก Benz Patent-Motorwagen |
 |
| |
ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ (Alexander Paufler) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2011 นี้ เป็นปีสำคัญที่ เดมเลอร์ เอจี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศเยอรมนี จะจัดงานครบรอบ 125 ปี รถยนต์ เมอร์เซอร์เดส-เบนซ์ ที่ คาร์ล เบนซ์ (Karl Benz) ได้จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์คิดค้นรถยนต์คันแรกของโลกซึ่งมีชื่อว่า เบนซ์ มอเตอร์วาเก้น (Benz Patent-Motorwagen) เมื่อวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1886 ทำให้วันนี้ของทุกปี กลายเป็นวันสำคัญในฐานะ 'วันถือกำเนิดรถยนต์คันแรกของโลก' |
| |
 |
| |
| • ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ |
 |
| |
"แคมเปญเฉลิมฉลองการครบรอบในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการเป็นผู้นำด้วยความเชื่อมั่น และสไตล์ ที่เป็นบทพิสูจน์ในตัวเอง โดยได้ผสานทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของแบรนด์เราในแบบที่เรียบง่าย แต่สื่อสารได้อย่างชัดเจนว่า เราได้คิดค้นรถยนต์ขึ้นเมื่อ 125 ปีที่แล้ว เรายังคงคิดค้นอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ อย่างไม่ขาดสาย และเราจะยังรักษาบทบาทสำคัญ ในการกำหนดอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ด้วยการเป็นผู้นำนวัตกรรม"
"เราจะมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ใน 5 ด้าน ได้แก่ ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตรถยนต์ ผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยียนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ผู้นำนวัตกรรมด้านความสะดวกสบาย และผู้นำนวัตกรรมด้านดีไซน์" |
| |
 |
| |
| • Benz Patent-Motorwagen |
 |
| |
ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตรถยนต์
ถือเป็นหัวใจที่นำไปสู่ความสำเร็จ และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีบทบาทสำคัญสู่การเป็นผู้นำในการคิดค้น และพัฒนาเครื่องยนต์ หากไร้ซึ่งนวัตกรรมแล้ว รถยนต์ของเราก็จะไร้ซึ่งการพัฒนาโดยสิ้นเชิง หนึ่งในนวัตกรรมที่มีความสำคัญที่สุดของบริษัท ได้แก่ รถยนต์สมัยใหม่คันแรกรุ่น Mercedes 35 HP ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1900 |
| |
 |
| |
| • Mercedes 35 HP |
 |
| |
รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นต้นแบบของรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้กันอยู่จวบจนปัจจุบัน โดยมีการใช้หลักการติดตั้งเครื่องยนต์ตรงส่วนหน้ารถ และขับเคลื่อนด้วยแรงส่งของล้อด้านหลังสองล้อ อันเป็นแบบแผนทั่วไปของ เลย์เอ้าท์สำหรับรถยนต์ ที่มีการผลิตใช้กันมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ เมอร์เซเดส 35 HP ยังเป็นยานพาหนะคันแรก ที่ส่งให้แบรนด์ เมอร์เซเดส กลายเป็นตำนานในหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์ ในฐานะแบรนด์รถยนต์สมัยใหม่แบรนด์แรกของโลก
ผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยียนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์รถยนต์ที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในแง่ของความพยายามใช้พลังงานทางเลือก เมอร์เซเดส-เบนซ์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในด้านนี้มาตั้งแต่ปี 1906 โดยได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยี Hybrid จากพลังงานแบตตารี่อิเล็คทรอนิค มาใช้ควบคู่กับน้ำมันเชื้อเพลิง
ช่วงปลายทศวรรษ 60 ความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทางเลือกเดินทางมาถึงจุดที่มีความหลากหลาย และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีการทดสอบเชื้อเพลิงทางเลือกมากมาย อาทิ ก๊าซธรรมชาติ เชื้อเพลิงที่มีสารต้นเป็นแอลกอฮอล์ และไฮโดรเจน กระทั่งในปี 1994 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ช็อควงการยานยนต์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว NECAR 1 (NECAR ย่อมาจาก New Electric Car) ซึ่งเป็นรถรังเชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell |
| |
 |
| |
| • NECAR 1 ใช้พื้นฐานของ MB 100, NECAR 2 ใช้พื้นฐานของ W638 (V-Class) และ NECAR 3 พื้นฐานจาก A-Class |
 |
| |
ล่าสุดในปี 2010 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานจากแบตตารี่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันถึง 3 รุ่น คือ A-Class E-Cell, Vito E-Cell และ B-Class F-Cell โดยการสร้างสรรค์รถยนต์ในซีรีส์ต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น นำมาซึ่งแนวคิด BlueEFFICIENCY ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ นำมาปรับใช้กับการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพทางด้านสมรรถนะ และความรับผิดชอบที่มีต่อสภาพแวดล้อม และทรัพยากรของโลกเข้าด้วยกัน |
| |
 |
| |
| • Mercedes-Benz B-Class F-Cell BlueEFFICIENCY |
 |
| |
ผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัย
นับตั้งแต่ประดิษฐกรรมยานยนต์ได้ถูกสรรค์สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1886 เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่น สานต่อความทุ่มเทด้านการพัฒนาความปลอดภัยอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยมีพันธกิจหลักในการ ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ให้เป็นศูนย์ ดังนั้นนวัตกรรมชั้นนำต่างๆ ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เริ่มต้นบุกเบิกขึ้น จึงได้กลายเป็น บรรทัดฐานในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ส่วนที่นั่งสำหรับผู้โดยสาร ซึ่งได้รับสิทธิบัตรในปี 1951, ระบบเบรค ABS ป้องกันล้อล็อคในปี 1978, ถุงลมนิรภัยที่นำมาใช้ตั้งแต่ปี 1981 รวมไปถึงระบบทรงตัว อัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) ในปี 1995 และระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง PRE-SAFE ในปี 2002 ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ กลายมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบัน |
| |
 |
| |
ผู้นำนวัตกรรมด้านความสะดวกสบาย
ความสบายที่เหนือกว่า คือการเป็นเจ้าของโซลูชั่นเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ สามารถโลดแล่นอยู่บนถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2003 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการยานยนต์ถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้พัฒนาเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และนำมาใช้กับรถยนต์นั่งโดยสารรุ่นต่างๆ มากมาย อาทิ E 500, S 430, S 500, CL 500 และ SL 500 V8 เป็นครั้งแรกของโลก
การทำงานของเกียร์ชนิดนี้ พลิกโฉมการขับขี่ให้เกิดความสบายสูงสุดในการควบคุม ช่วยให้การทำงานประสานกับเครื่องยนต์ เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และล่าสุดในปี 2010 เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะนี้ ก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ที่เรียกว่า 7G-TRONIC PLUS โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Torque converter และใช้กับรุ่นท็อปโมเดลอย่าง CL-Class และ S-Class คู่กับเครื่องยนต์แบบ BlueDIRECT |
| |
 |
| |
ผู้นำนวัตกรรมด้านดีไซน์
รูปลักษณ์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ สำหรับนิยามของแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งถือเป็นดีเอ็นเอที่แสดงออกผ่านทางสัญลักษณ์ ดาวสามแฉก ที่สะท้อนถึงความหมายในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ความทันสมัย รวมถึงคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และนวัตกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน |
| |
 |
| |
หลังช่วงสงครามโลกที่สอง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้วางจำหน่าย Mercedes-Benz 300 SL หรือ เบนซ์ปีกนกนางนวล (Gullwing) ที่ได้ชื่อว่าเป็นดีไซน์ไอคอนแห่งยุค แม้ในปัจจุบัน รถรุ่นนี้ยังเป็นที่ต้องการของสาวกเบนซ์ทั่วไป และได้รับการโหวตให้เป็น รถสปอร์ตแห่งศตวรรษ โดยคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ในปี 1999 และอีกหนึ่งในโมเดลที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย คือ ซีรีส์ เบนซ์หางปลา (Fintail) ที่ประกอบด้วยรุ่น 220, 220 S และ 220 SE ในปี 1959 ซึ่งเป็นซีรีส์ที่มีความเด่นด้านการออกแบบส่วนหลังของรถ ที่ทั้งสวยงาม และให้ความสะดวก เมื่อเข้าจอดในช่องจอดรถแคบๆ |
| |
 |
| |
| • 1954 Mercedes-Benz 300 SL Gullwing |
 |
| |
นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "สำหรับการเฉลิมฉลองโกลบอลแคมเปญ 125! Years of innovation ถือเป็นการตอกย้ำแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะผู้สร้างประวัติศาสต์แห่งโลกยานยนต์มากว่า 125 ปี ในประเทศไทยนั้น บริษัทฯ จะมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ดูก้าวล้ำนำสมัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่เพียบพร้อมด้วยดีไซน์ และเครื่องยนต์ใหม่ๆ แบบหลากหลายขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้า ด้วยองค์ประกอบด้านการออกแบบอันน่าหลงใหลและทันสมัย พร้อมด้วยคุณภาพอันเป็นเลิศ และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และที่สำคัญต้องโดดเด่นในเรื่องสมรรถนะของรถด้วย" |
| |
 |
| |
| • นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ |
 |
| |
"นอกจากนั้น เราจะมีการจัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้า ภายใต้โปรแกรมที่ชื่อว่า Appreciation เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด รวมถึงการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ในส่วนของศูนย์ซ่อมบำรุง และโชว์รูมของผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับสากล" •
ที่มา: เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) • |
| |