 |
| |
|
Thursday, 21 October, 2010 0:53 AM
|
 |
| |
|
| |
2010 เป็นปีที่ เปอโยต์ มีอายุครบรอบ 200 ปี นับจากการก่อตั้งในปี ค.ศ.1810 ที่เมือง ซอโชซ์ (Sochaux) ประเทศฝรั่งเศส เปอโยต์ เป็นผู้ผลิตรถยนต์หนึ่งในไม่กี่ราย ที่มีประวัติน่าตื่นเต้นมายาวนานกว่าสองศตวรรษ และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกในปัจจุบัน
นับตั้งแต่ปี 1810 เป็นต้นมา เปอโยต์ ได้นำนวัตกรรมและความทันสมัยมาสู่โลกของอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ทำให้ชื่อ และ โลโก้รูปสิงโตของเปอโยต์ มีความผูกพันกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เลื่อย เครื่องมือช่าง โครงของกระโปรงทรงสุ่ม เครื่องบดกาแฟ จักรยาน มอเตอร์ไซค์ สกู๊ตเตอร์ ไปจนถึงรถยนต์
ยนตรกรรมภายใต้ชื่อ เปอโยต์ มากกว่า 55 ล้านคัน ทำให้เปอโยต์กลายเป็นหนึ่งแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของโลก และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในรัสเซีย จีน ละตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อนาคตของเปอโยต์ยังคงสดใส และพร้อมจะไต่อันดับผู้ผลิตรถยนต์ของโลกขึ้นไปอีก 3 อันดับ ตามแผนงานในปี 2015 โดยมียานยนต์รุ่นใหม่ของเปอโยต์ไม่น้อยกว่า 14 รุ่น ที่มีกำหนดเปิดตัวในระหว่างปี 2010-2012 รวมถึงคอนเซ็ปท์คาร์ Peugeot SR1 ที่เปิดตัวใน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2010 เผยให้เห็นดีไซน์แห่งอนาคต ที่จะพบในรถ เปอโยต์ รุ่นใหม่ที่กำลังจะตามมา
ย้อนประวัติสิงห์แห่งฝรั่งเศส
การเปลี่ยน โรงงานข้าวโพด เป็น โรงงานเหล็กกล้า ในปี 1810 เป็นจุดเริ่มต้นของ เปอโยต์ ในยุคอุตสาหกรรม ที่จุดประกายความคิดให้กับ ฌอง ปิแอร์ (Jean-Pierre) และ ฌอง เฟเดอริค เปอโยต์ (Jean Frederic Peugeot) แต่เส้นทางยนตรกรรมของ เปอโยต์ ยังรออยู่อีกยาวไกล ผลิตภัณฑ์ของ เปอโยต์ ในยุคนั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องบดกาแฟ เลื่อย โครงชุดคอร์เซ็ท (Corset หรือชุดรัดทรง) และจักรเย็บผ้า
การเติบโตของกิจการเหล่านี้ ต้องอาศัยการพัฒนากำลังการผลิตแบบใหม่ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ ความสามารถในการปรับตัว และการยอมรับความท้าทายใหม่ๆ ทำให้ เปอโยต์ สามารถผลิตจักรยาน และรถจักรยานยนต์ได้สำเร็จในปี 1886 ตามด้วยรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงโลกโดยสิ้นเชิงในปี 1891 |
| |
 |
| |
| • Peugeot Type 2 |
 |
| |
ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา เปอโยต์ ได้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์อันโดดเด่นของผู้ก่อตั้ง ตลอดจนความสามารถในการคาดการณ์อนาคต ก้าวทันโลก และฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ รถยนต์สี่ล้อที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันคันแรกของ เปอโยต์ ที่มีชื่อว่า Peugeot Type 2 ไปจนถึงยนตรกรรมรุ่นล่าสุด ล้วนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเปอโยต์ได้ดี
นอกจากนั้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านวิศวกรรม บุคลากร และอุตสาหกรรม ยังทำให้ เปอโยต์ ยืนหยัดเรื่อยมา นับตั้งแต่ยุคที่มีปริมาณการผลิตเพียงไม่กี่สิบคันต่อปี จนถึงยุคปัจจุบันที่ เปอโยต์ มีปริมาณการผลิตยนตรกรรมทั้ง 18 รุ่น สูงถึงหลายพันคันต่อวัน
โลโก้รูปสิงโต
ในปี 1858 ขณะที่การพัฒนายังอยู่ในขั้นเริ่มต้น เปอโยต์ เลือกใช้โลโก้รูปสิงโตที่มีชื่อว่า The Marque โดยมีที่มาจาก เลื่อยเปอโยต์ แสดงถึงความแข็งแรงของฟันเลื่อย ความโค้งงอของใบเลื่อย และความรวดเร็วในการใช้งาน โลโก้ The Marque นั้นมีรูปแบบแตกต่างกันไปถึง 8 แบบ รวมถึงแบบทูโทนที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกกับ Peugeot RCZ ในปี 2010
ยนตรกรรมสองล้อ
ตำนานการผจญภัยของ จักรยานเปอโยต์ เริ่มขึ้นในปี 1886 ด้วยจักรยานรุ่น Grand Bi ที่ดึงดูดใจด้วยล้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.35 เมตร จักรยาน เปอโยต์ ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ (Tour de France) ในปี 1905 และแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าชัยชนะมามากมาย
นวัตกรรมจักรยานของ เปอโยต์ มีพื้นฐานอยู่ที่คุณภาพเกียร์ ซึ่งทำให้เปอโยต์กลายเป็นผู้ผลิตจักรยานแถวหน้า และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนมียอดขายสูงถึง 50,000 คันในช่วงทศวรรษ 1950 และมากกว่า 400,000 คันในช่วงทศวรรษ 1970
ปี 1898 การผจญภัยครั้งใหญ่ของ เปอโยต์ ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งที่โรงงาน โบลิเออร์ (Beaulieu) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโลโก้ The Marque รวมทั้งจักรยานคันแรก รถยนต์คันแรก และมอเตอร์ไซค์คันแรกของ เปอโยต์ ในเวลาต่อมา
มอเตอร์ไซค์สามล้อ คันแรกของ เปอโยต์ ถูกผลิตขึ้นในปี 1898 ตามด้วย มอเตอร์ไซค์สี่ล้อ ในปี 1900 แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากการใช้งานค่อนข้างยาก ในที่สุด มอเตอร์ไซค์สองล้อ คันแรกของเปอโยต์ที่มีชื่อว่า Motobicyclette ก็ถูกจัดแสดงในงานแสดงสินค้าที่กรุงปารีส ปี 1901 โดยมากับเครื่องยนต์ 198 ซีซี 1.5 แรงม้า (bhp) จากนั้นหลายปีต่อมา จึงเริ่มมีการใช้ลูกสูบคู่ที่มีกำลังแรงขึ้น
และใน
ปี 1914 มอเตอร์ไซค์ของ เปอโยต์ ก็สามารถทำลายสถิติความเร็วได้ที่ 122 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
| |
 |
| |
| • 1901 Motobicyclette |
 |
| |
เปอโยต์ ยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และในปี 1993 ก็ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่น 515 ใช้เครื่องยนต์ 500 ซีซี แบบสี่จังหวะ โดยถือกำเนิดมาเพื่อเป็นคู่แข่งของมอเตอร์ไซค์จากอังกฤษ ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และมีกำลังแรง มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ได้รับความนิยมสูงมาก ด้วยรูปลักษณ์อันงดงาม และยังนับเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสรุ่นสุดท้ายอีกด้วย
หลายปีต่อมา เปอโยต์ ได้ขยายการผลิตไปสู่ตลาด สกู๊ตเตอร์ และ มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องมาจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจ โดยในปี 1982 เปอโยต์ ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ ที่ใช้ ตัวถังพลาสติก เป็นรายแรก และสร้างความโดดเด่นด้วยการติดตั้ง ระบบเบรกเอบีเอส ให้กับสกู๊ตเตอร์ขนาด 125 ซีซี เป็นรายแรกเช่นกัน
ปัจจุบัน เปอโยต์ เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์เพียงรายเดียว ในบรรดาผู้ผลิตกว่า 300 รายในประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์ฝรั่งเศส ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในตลาด ภายใต้การควบคุมของ พีเอสเอ กรุ๊ป (PSA Group) มาตั้งแต่ปี 1998
สู่โลกของนวัตกรรมรถยนต์
เปอโยต์ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งรถยนต์ในช่วงต้นปี 1889 จากวิสัยทัศน์และความหลงใหลในรถยนต์ของ อาร์มานด์ เปอโยต์ (Armand Peugeot) ซึ่งเริ่มจัดแสดงรถยนต์ Serpollet-Peugeot ที่ใช้พลังงานไอน้ำคันแรกของเขา ณ กรุงปารีส แต่อาร์มานด์รู้ดีว่า น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงที่มีข้อดีมากมาย เขาจึงหันมาพัฒนายนตรกรรมที่ใช้พลังงานจากน้ำมันแทน
ช่วงทศวรรษ 1890 เปอโยต์ ได้ผลิตรถยนต์ Peugeot Type 2 ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาขั้นสูงของ เปอโยต์ ได้เป็นอย่างดี โดยรถยนต์ของ เปอโยต์ ในช่วงแรก จะใช้รหัส Type นำหน้า รวมถึง Type 36 ที่เริ่มใช้พวงมาลัย และ Type 48 ที่วางเครื่องยนต์ในตำแหน่งด้านหน้า ตามรูปแบบของรถยนต์สมัยใหม่
เทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ยอดขายรถยนต์ เปอโยต์ เพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งในปี 1900 เปอโยต์ ก็มีปริมาณการผลิตรถยนต์สูงถึง 500 คันต่อปี และได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ขึ้นที่เมือง เลวัลลัวส์ (Levallois) กรุงปารีสในปี 1902 เพื่อตอบสนองความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาในปี 1925 รถยนต์ เปอโยต์ คันที่ 100,000 ก็ถูกผลิตออกมาสู่ตลาดในที่สุด |
| |
 |
| |
| • Peugeot Type 153 |
 |
| |
เปอโยต์ ผลิตรถยนต์ที่น่าจดจำมากมายหลายรุ่นในช่วงต้นทศวรรษ 1900 ไม่ว่าจะเป็น Type BP1, Type 153 และ Baoy จากนั้น เปอโยต์ ก็ได้เริ่มผลิตรถยนต์อย่างเต็มกำลังด้วย Peugeot 201 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1929 และมีราคาถูกที่สุดในตลาดประเทศฝรั่งเศส โดย 201 เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้โลโก้เปอโยต์แบบใหม่ เป็นเลข 3 ตัวที่มีเลขศูนย์อยู่ตรงกลาง และเป็นรถยนต์รุ่นแรก ที่ติดตั้งล้อหน้าแบบอิสระ เพื่อความผ่อนคลายอย่างเต็มที่ของผู้โดยสาร
ช่วงทศวรรษ 1930 เปอโยต์ ได้รับความนิยมอย่างมากจากการเปิดตัวรถเปอโยต์ทุกรุ่นที่มากับรูปทรงแอโรไดนามิค โดยมีไฟหน้าแบบกระจกครอบ หน้าหม้อน้ำที่ลาดเอียงเล็กน้อย รวมทั้งบังโคลนต่ำ ตามแบบฉบับรถยนต์สมัยใหม่อย่างแท้จริง นอกจากนั้น เปอโยต์ ยังได้เปิดตัว Peugeot 401 Eclipse ที่สามารถเปิดปิดหลังคาแข็งได้เป็นคันแรกของโลกในปี 1935 และได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ใน Peugeot 301 และ Peugeot 601
401 Eclipse ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 79 คันเท่านั้น แต่ด้วยดีไซน์อันดึงดูดใจของรถรุ่นนี้ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายหันมายึดเป็นต้นแบบ |
| |
 |
| |
| • Peugeot 201 |
 |
| |
ทศวรรษ 1940 และ 1950 เปอโยต์ เริ่มผลิตรถยนต์ Peugeot 203 และ Peugeot 403 ขึ้น โดย 403 เป็นรถยนต์ดีเซลรุ่นแรก ที่ เปอโยต์ ร่วมงานกับนักออกแบบชาวอิตาเลียน Pininfarina และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับ Peugeot 404 ที่ได้รับการออกแบบในสไตล์อิตาเลียนอย่างลงตัว ด้วยการผสมผสานรสนิยมอันยอดเยี่ยม กับความคลาสสิคแบบทันสมัย ความทนทาน และคุณภาพที่วางใจได้ 404 จึงได้รับความนิยมไปทั่วโลก และยังมีใช้อยู่ในแถบแอฟริกาบางประเทศจนถึงปัจจุบัน |
| |
 |
| |
| • Peugeot 404 |
 |
| |
เปอโยต์ พลิกหน้าประวัติศาสตร์โดยสิ้นเชิงในทศวรรษ 1960 ด้วยการเปิดตัว Peugeot 204 ขับเคลื่อนล้อหน้า ช่วงนั้นมีการสั่งซื้อรถยนต์รุ่นนี้มากกว่า 5,000 คัน ตั้งแต่ก่อนจะปรากฏตัวสู่สายตาสาธารณชน จนนำไปสู่นิยามใหม่ของตลาดรถยนต์ในประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว และในช่วงทศวรรษ 1970 เปอโยต์ ยังคงผลิตรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่าง Peugeot 604 ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่ เปอโยต์ ก้าวเข้าสู่ตลาดรถหรูได้สำเร็จ รวมทั้งได้รับคำชมอย่างมาก จากการออกแบบสไตล์ Pininfarina อันหรูหราและงดงามในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 1975 |
| |
 |
| |
| • Peugeot 604 |
 |
| |
ทศวรรษ 1980 เปอโยต์ เปิดตัว Peugeot 205 และได้รับการขนานนามว่า 'รถยนต์คลาสสิคยุคใหม่' ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ 205 ได้รับความนิยมอย่างมากคือ ระบบกันสะเทือนแบบ แมคเฟอร์สัน ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเกาะถนน และความเร้าใจในการขับขี่ นอกจากนั้น 205 ยังได้รับรางวัล Car of the Year ประจำปี 1984 จากนิตยสาร What Car? และได้รับเลือกให้เป็นรถยนต์แห่งทศวรรษโดยนิตยสาร CAR ในปี 1990
ในปีต่อๆ มา เปอโยต์ ยังประสบความสำเร็จจากการผลิตรถยนต์อีกหลายรุ่น นั่นทำให้ชื่อของ เปอโยต์ ได้รับความนิยมอย่างมาก และเอาชนะใจผู้คนทั่วโลกได้ด้วยการออกแบบอย่างมีสไตล์ สมรรถนะที่วางใจได้ และนวัตกรรมใหม่ๆ ของ เปอโยต์ |
| |
 |
| |
| • Peugeot 205 |
 |
| |
มุ่งสู่อนาคต
เปอโยต์ ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ใหม่ๆ หรือการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนในคอนเซ็ปท์คาร์ Peugeot SR1 และ Peugeot BB1
Peugeot SR1 มีรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวอย่างสมดุล ดีไซน์ภายในอันทันสมัย รถในฝันรุ่นนี้คือนิยามใหม่ของแนวคิด Grand Touring Car ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านวิศวกรรม และการออกแบบอย่างมีสไตล์ ด้วยเทคโนโลยี HYbrid 4 เครื่องยนต์ 313 แรงม้า (bhp) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เพียง 119 กรัมต่อกิโลเมตร (ปริมาณการปล่อยก๊าซในโหมดไฟฟ้าเท่ากับศูนย์) |
| |
 |
| |
| • Peugeot SR1 |
 |
| |
ส่วน Peugeot BB1 เปรียบเสมือนการปฏิวัติการผลิตรถยนต์ เพื่อตอบสนองการขับขี่ในเมือง ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต โดยคอนเซ็ปท์คาร์รุ่นนี้ เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ที่ฉีกกฎรถยนต์รุ่นเก่าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการออกแบบ สไตล์การตกแต่งภายใน สมรรถนะในการขับขี่ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ความลงตัวของ BB1 อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้าบริเวณล้อหลัง ที่มีกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 20 แรงม้า (10 แรงม้าต่อมอเตอร์) และ แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน คุณภาพสูง ที่สะสมพลังงานไฟฟ้าได้มากพอสำหรับระยะทาง 120 กิโลเมตร นอกจากนั้น ห้องโดยสารของ BB1 ยังประกอบขึ้นจากโครงสร้างคาร์บอนน้ำหนักเบา ส่งผลให้ BB1 มีน้ำหนักเพียง 600 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่) ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึง การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้เป็นอย่างดี |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Peugeot BB1 |
 |
| |
แม้กระทั่งในโลกรถจักรยานยนต์ เปอโยต์ ก็ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีล่าสุดของตน ด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Peugeot E-Vivacity ที่จะเปิดตัวในตลาดยุโรปช่วงปี 2011 E-Vivacity ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 แรงม้า (bhp) เก็บพลังด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สามารถทำระยะทางได้ถึง 100 กิโลเมตร ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับการใช้งานต่อวันโดยเฉลี่ยในเมือง
แบตเตอรี่ลูกนี้ สามารถชาร์จด้วยไฟมาตรฐาน 230 โวลต์ ระยะเวลาชาร์จเต็ม 1 ครั้ง เพียง 4 ชั่วโมง โดยสามารถชาร์จไฟได้มากกว่า 80% ภายใน 2 ชั่วโมงแรก และยังมีแบตเตอรี่พกพาขนาด 35 ลิตร เก็บไว้ใต้ที่นั่งผู้ขับขี่อีกด้วย นอกจากนี้ E-Vivacity ยังมีความเงียบ ขับขี่สะดวกสบาย และมีความเร็วที่พอเหมาะกับการขับขี่ในเมือง กล่าวได้ว่า นี่คือยนตรกรรมรูปแบบใหม่ที่มีสีสัน และเปิดโลกทัศน์สู่การเดินทางแห่งอนาคต |
| |
 |
| |
| • Peugeot E-Vivacity |
 |
| |
การดำเนินงานของ เปอโยต์ ประเทศไทย
พ.ศ. 2553 นี้ ถือเป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 38 ปี สำหรับ เปอโยต์ ในประเทศไทย โดยจุดเริ่มต้นของการดำเนินงานในประเทศไทย เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2515 บริษัท โอโตโมบิลส์ เปอโยต์ ประเทศฝรั่งเศส ได้แต่งตั้งให้ บริษัท นครหลวงยนตรการ จำกัด ซึ่งขณะนั้นเป็นหนึ่งในบริษัทของ ยนตรกิจกรุ๊ป (ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ยูโรเปียน โอโตโมบิลส์ จำกัด) เป็นผู้แทนจำหน่าย เปอโยต์ และได้นำเข้ารถยนต์ Peugeot 504 มาจำหน่ายเป็นรุ่นแรก
ปัจจุบัน ยูโรเปียน โอโตโมบิลส์ ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ยนตรกิจ ออโตโมบิลส์ จำกัด ซึ่งยังคงเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยมีโชว์รูมสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 3 และ BLUE BOX Dealer ทั้งหมดอีก 5 แห่ง กระจายทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาทองหล่อ สาขาอุดรธานี สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาภูเก็ต และ สาขาสงขลา
เปอโยต์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา ทั้งด้านการจัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายทั่วประเทศ ให้มีความพร้อมด้านการจำหน่าย และการให้บริการหลังการขาย อย่างมีมาตรฐาน เพื่อลูกค้าของเปอโยต์ทุกคน •
• ข้อมูลจาก : เปอโยต์ ประเทศไทย • |
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ เปอโยต์ คลิ๊กที่นี่ครับ : Peugeot News Section |
 |
 |
|
| |