Saturday, 9 October, 2010 0:10 AM
ริชาร์ด อาร์มสตรอง (Richard Armstrong) ผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์ Guggenheim และมูลนิธิ Solomon R. Guggenheim ร่วมกับ ดร. แฟรงค์-ปีเตอร์ อาร์น (Frank-Peter Arndt) กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ประกาศความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กร ในโครงการสร้างสรรค์มุมมองแห่งอนาคต ซึ่งเป็นโครงการระยะ 6 ปีด้วยห้องแล็ปเชิงพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ เพื่อสร้างสรรค์คอนเซ็ปต์ การมองอนาคตในแง่มุมต่างๆ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดีไซน์ เทคโนโลยี และการศึกษา
BMW Guggenheim Lab เป็นห้องแล็ปเชิงพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ สามารถเคลื่อนย้ายไปตั้งในเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยจะเริ่มจากภูมิภาคอเมริกาเหนือในปี ค.ศ. 2011 จุดประสงค์หลักของโครงการนี้ คือ การรวบรวมและแบ่งปันข้อมูล ความคิด และแรงบันดาลใจ ระหว่างนักคิดจากสาขาต่างๆทั่วโลก และรวมไปถึงสาธารณชนผู้สนใจ ในประเด็นการมองอนาคตของชีวิตเมือง ในรูปแบบต่างๆ
โครงการนี้จะประกอบด้วย BMW Guggenheim Lab 3 หลัง ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกันออกไป และสร้างโดยสถาปนิกต่างทีม แต่ละหลังจะถูกนำไปตั้งที่เมืองที่ 3 เมืองเป็นระยะเวลา 2 ปีต่อแห่ง โดยโครงการนี้จะดำเนินการเป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 6 ปี
กิจกรรมของ BMW Guggenheim Lab แต่ละแห่งจะประกอบด้วย เวิร์คช็อป สัมมนา การบรรยายเชิงการศึกษา รวมไปถึงการแสดง โดยจะมุ่งเน้นถึงการสร้างสรรค์มุมมองแห่งอนาคตในบริบทของเมืองนั้นๆ และผสมผสานกับมุมมองแห่งอนาคตจากเมืองอื่นๆ ผ่านทางวิทยากรพิเศษที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงการแบ่งปันข้อมูล ความรู้ และแนวคิดจาก BMW Guggenheim Lab แห่งอื่นๆ
BMW Guggenheim Lab จะเริ่มประเดิมเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ช่วงปลายฤดูร้อนของปีหน้า และจะย้ายไปสู่เมืองต่างๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจซึ่งจะกินเวลา 2 ปีในแต่ละรอบ ก็จะมีการจัดแสดงผลที่พิพิธภัณฑ์ Guggenheim ในกรุงนิวยอร์ค โดยหัวข้อแรกของ BMW Guggenheim Lab จะเจาะประเด็นเรื่อง Confronting Comfort: The City and You หรือ สมดุลแห่งความสุขและความสบายสำหรับชีวิตคนเมือง ซึ่งจะเป็นการเจาะลึกประเด็นด้านสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่ที่ผู้คนต้องการให้เป็น โดยเน้นที่ประเด็นของสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ และการอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เพื่อความสุขและอนาคตที่ยั่งยืน
ริชาร์ด อาร์มสตรอง กล่าวว่า “การร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์ Guggenheim และ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นการผนวกรวมของ แรงขับเคลื่อนสำคัญสามส่วน กล่าวคือ ความเชี่ยวชาญด้านการจัดแสดงในเชิงพิพิธภัณฑ์ ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และศักยภาพทางความคิดสาขาต่างๆ ซึ่งการผนวกรวมของแรงขับเคลื่อนทั้งสามนี้ จะเป็นการสร้างอานุภาพที่ไร้ขอบเขต สำหรับการเปิดกว้าง ความคิดสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนา เราต้องการเปิดกว้างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้กรอบและขอบเขตอย่างแท้จริง เราไม่ต้องการปักธงเพื่อกำหนดเป้าหมาย และทิศทางความคิดที่เราต้องการ เราต้องการให้อิสระแห่งการสร้างสรรค์ เป็นพลังในการขับเคลื่อนไปสู่มุมมองแห่งอนาคตอย่างมีคุณค่า เราขอขอบคุณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ร่วมสร้างเส้นทางสู่อนาคตอย่างสร้างสรรค์ครั้งนี้ ร่วมกันกับเรา”
ดร. แฟรงค์-ปีเตอร์ อาร์น กล่าวว่า “เป็นเวลาเกือบ 40 ปีแล้ว ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ และรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกของเราแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังได้เรียนรู้ผ่านการเปิดกว้างทางความคิด ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งการมีโอกาสได้ร่วมงานกับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim เพื่อสร้าง BMW Guggenheim Lab จึงเป็นเกียรติและความภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์โครงการดีๆ ระดับโลกในครั้งนี้”
สร้างสรรค์โดยทีมสถาปนิก Atelier Bow-Wow จากญี่ปุ่น
และทีมกราฟฟิกดีไซน์ Sulki & Min จากเกาหลื
BMW Guggenheim Lab แห่งแรกได้รับการสร้างสรรค์แบบโดยทีมสถาปนิก Atelier Bow-Wow (Yoshiharu Tsukamoto - Momoyo Kaijima) จากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และ บริษัทกราฟฟิคดีไซน์ Sulki & Min (Sulki Choi - Min Choi) จากกรุงโซล ประเทศเกาหลื โครงสร้างขนาด 5,000 ตารางเมตรนี้ จะเริ่มเปิดใช้งานในปลายปีหน้า
“โดยปกติแล้ว ไอเดียด้านการออกแบบของเรา สร้างอยู่บนพื้นฐานของความแปลกใหม่ ผสมผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งาน ภายใต้พื้นที่จำกัด อย่างเช่นในเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งการได้ร่วมสร้าง BMW Guggenheim Lab ในครั้งนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะว่าแนวคิด และดีไซน์ของเรา จะได้เป็นเวทีในการสร้างสรรค์ความคิด และไอเดียที่แปลกใหม่ต่อไป” โยชิฮารุ ซึกาโมโต แห่ง Atelier Bow-Wow กล่าว
การบริหารงานของ BMW Guggenheim Lab แต่ละแห่งนั้นจะรับผิดชอบโดยทีมงาน 4 คน ซึ่งแต่ละคนจะเป็นผู้นำทางความคิด ‘รุ่นใหม่’ ในสาขาของตน ซึ่งทีมนี้จะได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการของ BMW Guggenheim Lab ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์ และด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่คัดเลือกบุคลากรแล้ว ยังจะช่วยดูแลและให้คำปรึกษากับทีมงานบริหารอีกต่อหนึ่ง
ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างสรรค์ไอเดียอย่างอิสระ โดยอาศัยคนรุ่นใหม่เป็นกลจักรในการขับเคลื่อนกระบวนการความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการให้โอกาสผู้นำทางความคิดรุ่นใหม่เหล่านี้แสดงฝีมือ อีกทั้งยังเป็นการฝึกทักษะการบริหารไปในเวลาเดียวกัน โดยทั้งคณะกรรมการของ BMW Guggenheim Lab และทีมบริหารของ BMW Guggenheim Lab ทั้งสี่ จะมีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า •
• ที่มา : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย •
: อ่านข่าวทั้งหมดของ บีเอ็มดับเบิลยู คลิ๊กที่นี่ครับ : BMW News Section