 |
| |
| Thursday, 30 September, 2010 1:09 PM |
 |
| |
|
| |
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เปิดเว็บไซต์ www.project-i.com เพื่อเป็นเวที และคลังข้อมูลความรู้ออนไลน์ด้าน Sustainable Mobility หรือ ยานพาหนะแห่งอนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแบ่งปันความรู้ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้าน Sustainability หรือ อนาคตที่ยั่งยืน ในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยตำแหน่ง The World’s Most Sustainable Car Company จาก Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ถึง 6 ปีซ้อนแล้ว ยังเป็นเวทีเปิดกว้าง สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทั่วทุกมุมโลก ในแง่ต่างๆ ทั้งด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงด้านการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน และระบบขับเคลื่อนใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลกด้วย
project i โครงการสร้างสรรค์โลกยานยนต์แห่งอนาคต
โครงการ project i ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนแม่บทของ Strategy Number ONE ซึ่งเป็นแผนกลยุทธ์ระยะยาวของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่ได้พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์คุณค่าสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยศักยภาพของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ และด้วยความมุ่งมั่นอุตสาหะในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สำหรับรุ่นลูกรุ่นหลาน |
| |
 |
| |
โครงการ project i ได้เริ่มขึ้นในปี 2007 เพื่อบุกเบิกคอนเซ็ปต์ พาหนะแห่งอนาคตที่ยั่งยืน โครงการนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นเฉพาะ ในเรื่องของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่มองในบริบทที่กว้างกว่า รวมถึงกระบวนการขั้นตอนการพัฒนา การผลิต เครือข่ายการจำหน่าย พฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภค เรื่อยไปจนถึงกระบวนการแยกชิ้นส่วน การรีไซเคิล และการทำลายเมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นสุดอายุการใช้งาน โดยในแต่ละขั้นตอนของ Value Chain จะต้องมีการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และคายไอเสียสร้างคาร์บอนไดอ๊อกไซด์น้อยที่สุด ซึ่งเป็นการพิจารณาแบบองค์รวม มิใช่เพียงการลดมลพิษของตัวยานพาหนะเท่านั้น
กระบวนการสร้างสรรค์ ความคิดที่ไร้กรอบ
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ตระหนักถึงความต้องการความอิสระทางความคิดสร้างสรรค์ในโครงการ project i อีกทั้งต้องผสมผสาน ทั้งการสร้างสรรค์แบบบูรณาการ และการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเชิงลึก จึงได้สร้างองค์กรพิเศษสำหรับโครงการ project i โดยเฉพาะ ซึ่งมุ่งเน้นการมองอนาคตอย่างไร้กรอบ ไร้พันธนาการทางความคิดต่างๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้รับการสนับสนุนโดย หน่วยงานเชี่ยวชาญเฉพาะกิจด้านต่างๆ เช่น ด้านเทคโนโลยี ด้านการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค ด้านทิศทางของเทรนด์แห่งอนาคต รวมไปถึงด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมการผลิต |
| |
 |
| |
| • วัสดุที่มีความแข็งแกร่งสูง แต่มีน้ำหนักเบา CFRP หรือ Carbon Fiber Reinforced Plastic |
 |
| |
ปีเตอร์ ราทซ์ (Peter Ratz) วิศวกรโครงการ project i กล่าวว่า “การทำงานภายใต้โครงสร้างองค์กรพิเศษสำหรับ project i เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ การได้พบปะเพื่อนร่วมงานจากสาขาต่างๆ ที่มาร่วมมองอนาคตด้วยกัน เป็นการกระตุ้น กระบวนการความคิดสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิผล สิ่งแวดล้อมในการทำงานก็ให้อิสระทางความคิด ไม่ยึดติดกับธรรมเนียมปฏิบัติ ขั้นตอนกระบวนการ หรือแม้กระทั่ง แบรนด์ นี่อาจกล่าวได้ว่า การทำงานของโครงการ project i เปรียบเสมือนการเริ่มสร้างบริษัทใหม่ เพียงแต่เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เรามีศักยภาพด้านเทคโนโลยี คลังความรู้ อีกทั้งยังมีศูนย์ทดสอบทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และด้านแอร์โร่ไดนามิกส์ ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ด้วย”
สู่อนาคตกับ project i จาก MINI E สู่ MCV Megacity Vehicle
หนึ่งในผลลัพธ์ขั้นต้นของโครงการ project i คือ MINI E ซึ่งเป็นโครงการบุกเบิกด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า หรือ e-Mobility ซึ่ง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน และระบบแบตเตอรี่ ที่สามารถสร้างบรรทัดฐานใหม่ ด้วยระยะทำการเฉลี่ยถึง 150 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันของผู้บริโภคส่วนใหญ่ อีกทั้งยังสามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ถึง 204 แรงม้า ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการด้านการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม และที่สำคัญ MINI E เป็นอีกก้าวสำคัญของ CO2-free Mobility หรือ ยานพาหนะไร้มลพิษ |
| |
 |
| |
| • ภาพร่างของ BMW Megacity EV เตรียมผลิตปี 2013 |
 |
| |
ในปี 2011 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีแผนต่อยอดโครงการวิจัยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า e-Mobility ด้วยโครงการทดสอบพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านการให้เช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันที่สอง ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของ BMW ActiveE Concept ที่ได้เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2009 โดย BMW ActiveE Concept ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของระบบแบตเตอรี่ ที่สามารถแยกส่วน เพื่อเก็บในส่วนต่างๆ ของตัวรถ เช่น ในส่วนของห้องเกียร์ หรือ ช่องเก็บยางอะไหล่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการปรับปรุงด้านประโยชน์ใช้สอย ซึ่ง BMW ActiveE Concept มีพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกับรถ BMW Series 1 Coupe ซึ่งเป็นรถสปอร์ตสี่ที่นั่งพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถขนาด 200 ลิตร ในด้านระบบขับเคลื่อน BMW ActiveE Concept สามารถผลิตกำลังสูงสุด 170 แรงม้า และมีระยะทำการเฉลี่ย 160 กิโลเมตร |
| |
 |
| |
อีกเพียง 2 ปีกว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จะนำเสนอผลงานเต็มรูปแบบของโครงการ project i ภายใต้ แบรนด์ย่อยของ BMW ซึ่งในขณะนี้ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า MCV - Megacity Vehicle โดย MCV จะเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์โลกยานยนต์ ด้วยคอนเซ็ปต์ LifeDrive แบ่งโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วน คือ Drive Module ที่รวมระบบขับเคลื่อน, ระบบแบตเตอรี่, ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย และระบบแชสซีส์ เข้าไว้เป็นหน่วยเดียวกัน และ Life Module ซึ่งจะเป็นส่วนของห้องโดยสารความแข็งแกร่งสูง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่มีน้ำหนักเบา ผลิตจากวัสดุ CFRP หรือ Carbon Fiber Reinforced Plastic
ในด้านของการออกแบบวิศวกรรมและกระบวนการผลิต คอนเซ็ปต์ LifeDrive จัดเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยระบบโครงสร้างตัวถังสองส่วนที่เป็นอิสระต่อกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในแง่ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังใช้กระบวนการผลิตใหม่ที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าขั้นตอนการผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน •
• ที่มา : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย • |
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ บีเอ็มดับเบิลยู คลิ๊กที่นี่ครับ : BMW News Section |
 |
 |
|
| |