 |
| |
|
Thursday, 10 September 2009
|
 |
| |
|
| |
นอกจากตัวรถจะเป็นที่ชื่นชอบ และเป็นเป้าหมายสูงสุดในการไต่ไปให้ถึงของคนที่รักรถยนต์เกือบทั่วโลกแล้ว ต้องยอมรับว่าโลโก้ ‘ม้าผยอง’ หรือ Prancing Horse ของ เฟอร์รารี่ ยังมีความคลาสสิค และเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก เรียกว่าแค่แวบแรกที่เห็นก็รู้ได้ทันทีเลยว่า เป็นโลโก้ของแบรนด์อะไร
ตรงนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมโลโก้จึงได้รับเลือกจากการสำรวจครั้งล่าสุดให้เป็น The Most Iconic Car Bage in the World หรือ โลโก้แบรนด์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นมากที่สุดในโลก ในช่วง MPH ในรายการ Top Gear Live ของอังกฤษ เรียกว่าทิ้งห่าง แอสตัน มาร์ติน แบรนด์รถสปอร์ตของอังกฤษเป็นเท่าตัวเลย
ทางผู้จัดให้เหตุผลว่า จากการที่เฟอร์รารี่เข้าร่วมการแข่งขันฟอร์มูลา วันมาตลอดตั้งแต่ปี 1950 รวมถึงเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลก และมีรถสปอร์ตหลายต่อหลายรุ่นที่กลายเป็นรุ่นคลาสสิค ทำให้เกือบ 48% ของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจความคิดเห็นจากจำนวน 5,235 คนเลือกโลโก้ของรถสปอร์ตแบรนด์นี้ ซึ่งมีอีกชื่อว่า Cavalino Rampante |
| |
 |
| |
| • ถ้าเป็นรถสปอร์ตที่ขายในท้องตลาด โลโก้ Prancing Horse จะเป็นแบบรูปทางด้านซ้ายมือ...ต่างจากที่ใช้กับรถแข่ง F1 |
| |
 |
| |
| • เคาน์ฟราสเชสโก บารักคา นักบินฝีมือดีของกองทัพอากาศอิตาลี และเป็นวีรบุรุษของชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งใช้โลโก้ม้าบนเครื่องบินของเขา |
 |
| |
นอกจากนั้น สปอร์ตจากค่ายอิตาลีถือว่ามีความคลาสสิคและเป็นที่จดจำของผู้คนได้ง่าย เพราะนอกจาก เฟอร์รารี่ แล้ว ทาง Lamborghini ยังติดอยู่ในอันดับที่ 3 โดยโลโก้กระทิงเปลี่ยวได้รับเสียงโหวตเป็นจำนวน 8%
สำหรับโลโก้ของเฟอร์รารี่มี 2 รูปแบบ ถ้าเป็นแบบสำหรับใช้ในรถแข่ง F1 จะเป็นรูปโล่พื้นเหลือง พร้อมกับมีคำว่า SF ซึ่งย่อมาจาก Scuderia Ferrari หรือ Ferrari Stable หมายถึงคอกม้าของเฟอร์รารี่ ที่ทาง เอ็นโซ่ เฟอร์รารี่ ผู้ก่อตั้งบริษัท ใช้เป็นตัวแทนของรถสปอร์ตที่มีความแรง ซึ่งมีความหมายไม่ต่างจากม้าฝีเท้าดี ขณะที่โลโก้ของแบรนด์รถสปอร์ต จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางในแนวตั้ง และด้านล่างจะมีคำว่า Ferrari ส่วนด้านบนไม่ว่าจะเป็นของที่ใช้กับรถแข่งหรือรถสปอร์ตจะมีแถบ 3 สี คือ แดง-ขาว-เขียว ที่มีความหมายถึงธงชาติอิตาลีคาดอยู่ |
| |
 |
| |
| • แอสตัน มาร์ติน มาเป็นอันดับที่ 2 ในการสำรวจความเห็นครั้งนี้ |
| |
 |
| |
| • ลัมบอร์กินีติดอยู่ในอันดับที่ 3 - ( อ่านเรื่องของ Lamborghini Emblem ได้ที่นี่ ) |
 |
| |
จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็มีที่มา เพราะในวันที่ 17 มิถุนายน 1923 หลังจากที่ เอ็นโซ่ เฟอร์รารี่ คว้าชัยในสนามแข่ง Savio ในเมืองราเวนน่า เขาก็ได้พบกับ เคาน์เตสส์ เพาลิน่า แม่ของ เคาน์ฟราสเชสโก บารักคา นักบินฝีมือดีของกองทัพอากาศอิตาลี และเป็นวีรบุรุษของชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งใช้โลโก้ม้าบนเครื่องบินของเขา และทาง เคาน์เตสส์ เพาลิน่า ถามว่า เอ็นโซ จะใช้โลโก้ม้าแบบเดียวกับลูกชายของเขาไหม เพราะเธอเชื่อว่านี่คือโลโก้ของความโชคดี
โลโก้ม้าป่า หรือ Prancing Horse ที่ทาบนเครื่องบินของ เคาน์บารักคา เป็นตัวสีแดงบนพื้นขาว และมีอยู่ในกรอบที่มีรูปทรงคล้ายเมฆ แต่เอ็นโซ่เลือกเอา ม้าป้าสีดำ และพื้นเหลืองซึ่งเป็นสีประจำเมือง โมเดน่า บ้านเกิดของ เอ็นโซ่ เฟอร์รารี่ และโลโก้นี้ มีชื่อเรียกในภาษาอิตาลีว่า Cavalino Rampante ซึ่งทางเอ็นโซ่นำมาใช้อย่างเป็นทางการในบริษัท นับตั้งแต่ปี 1929 และใช้กับรถแข่งของ อัลฟา ที่ลงแข่งในนามของทีม Scuderia Ferrari ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 1932 ในรายการ Spa 24 ชั่วโมง •
MOST ICONIC PERFORMANCE CAR BADGES
01 - Ferrari • 2,525 Votes
02 - Aston Martin • 1,289 Votes
03 - Lamborghini • 470 Votes
04 - Bugatti • 263 Votes
05 - Porsche • 234 Votes
06 - Maserati • 143 Votes
07 - Spyker • 117 Votes
08 - Lotus • 80 Votes
09 - Koenigsegg • 70 Votes
10 - Pagani • 44 Votes |
| |
 |
| R E L A T E D - N E W S : |
| |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ เฟอร์รารี่ คลิ๊กที่นี่ครับ : Ferrari News Section |
 |
 |
|
| |