ทีมงานมอเตอร์ทริเวีย ไม่ได้พิมพ์ผิดหรอกครับ เพราะทีมวิศวกรของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำโปรเจ็คนี้ขึ้น เพื่อแสดงถึงเทคโนโลยี เครื่องยนต์ดีเซลของเบนซ์ ที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมากว่า 20 ปี โดยนำเครื่องยนต์ดีเซลยุคปัจจุบัน วางใน เบนซ์ 190 E หรือที่บ้านเราเรียก เบบี้ เบนซ์ นั่นแหละครับ แล้วเปรียบเทียบสมรรถนะในด้านต่างๆ กับ เบนซ์ 190 D รุ่นดั้งเดิมจากโรงงาน
ทีมวิศวกรเลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ 4 สูบ ที่วางในซี-คลาส โฉมปัจจุบันรุ่น C250 CDI BlueEfficiency มีกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิด 51 กก.-ม. ที่รอบต่ำเพียง 1,600 รอบต่อนาที ซึ่งมากกว่าแรงบิดจากเครื่องยนต์ของ 190อี รุ่นพิเศษ 2.5-16 Evolution ปี 1990 ซึ่งมีการผลิตเพียง 502 คัน เพื่อให้ผ่านกฎ Homologation ของซีรีส์การแข่ง Group A DTM Touring Car
หลังจากวางเครื่องยนต์เสร็จแล้ว สมรรถนะก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.2 วินาที ไม่ต้องเทียบกับ 190 D รุ่นเดิมจากโรงงาน ที่ทำได้ 18.1 วินาที แต่เมื่อเทียบกับม้า 235 ตัวของรุ่น 2.5-16 EVO II ก็ยังพบว่า 190 D BlueEfficienc ยังมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่เร็วกว่าถึง 0.9 วินาที และเร็วกว่าคู่แข่งตัวฉกาจในสมัยนั้นอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู M3 รหัสตัวถัง E30 ซึ่งทำได้ 7.5 วินาที
190 D BlueEfficiency มีม้ามากกว่า 190 D รุ่นเดิมถึง 72 ตัว แต่กลับมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 20.4 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นเดิมปี 1988 ทำได้ 13 กิโลเมตรต่อลิตร •
|