สังเวียนในการทำสถิติคือ สนามบินของกองทัพอากาศ Edwards ในแคลิฟอร์เนีย โดยใช้ระยะทางในการแล่น 2.5 ไมล์เพื่อวัดความเร็วสูงสุด และก็ทำออกมาได้ที่ตัวเลข 139.843 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 225.007 กิโลเมตร/ชั่วโมงจากการวิ่ง 2 รันและนำมาเฉลี่ย ซึ่งในรันแรกฝีเท้าไม่ค่อยจัดเท่าไร ทำได้ 136.103 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 218.9 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนรันที่ 2 ทำได้ 151.085 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือ 243.096 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ตัวแรงสำหรับทำสถิติครั้งนี้ แม้ว่าจะสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งการขึ้นสเปซเฟรม และใช้คาร์บอนไฟเบอร์ในการผลิตตัวถังเพื่อลดน้ำหนัก แต่ด้วยตัวระบบการสร้างกำลังในสไตล์โบราณจึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวรถซึ่งมีความยาวขนาด 25 ฟุต หรือ 7.5 เมตรจะมีน้ำหนักมากถึง 3 ตัน
เพราะเครื่องยนต์แรงดันไอน้ำ ต้องใช้หม้อต้มถึง 12 ตัวโดยอาศัยก๊าซ LPG ในการสร้างความร้อน ใช้น้ำร้อนมากกว่า 140 ลิตร ในการปั๊มเข้าสู่ระบบด้วยอัตราการไหล 50 ลิตรต่อนาที และอุณหภูมิไอน้ำในการสร้างกำลังสูงถึง 400 องศาเซลเซียส โดยจะถูกขีดเข้าไปหมุนเทอร์ไบน์ของเครื่องยนต์ด้วยความเร็วที่ว่าเร็วกว่าเสียงถึง 2 เท่าเลยทีเดียว
สำหรับนักแข่งที่เสี่ยงตายในครั้งนี้ คือ ชาร์ลส์ เบอร์เน็ตต ที่ 3 (Charles Burnett III) ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่คุ้มมาก ในการได้รับการจารึกชื่อว่าเป็นนักขับตัวแรงพลังไอน้ำ เพื่อทำสถิติในด้านความเร็วครั้งใหม่ แค่เหลือเพียงแค่ทาง FIA ให้การรับรอง อย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง •
|