i want to believe
LT World Trivia RT
 
50
 
สุดยอดฉากไล่ล่าบนถนนจาก Bullitt
10 นาทีของการไล่ล่ากันระหว่างฟอร์ด มัสแตง กับดอดจ์ ชาร์จเจอร์
800
Last update • Saturday, 22 August 2009
 
01-Bullitt
 
bullet aถ้าให้ลองนั่งไล่ภาพยนตร์ที่มีความเร้าใจในฉากไล่ล่าบนท้องถนน แน่นอนว่าจะต้องมีชื่อ Bullitt ของพระเอก สตีฟ แม็กควีน ผู้ล่วงลับรวมอยู่ด้วย ดีไม่ดีอยู่ในอันดับ 1 ของใครหลายคนเลยด้วยซ้ำ และนั่นคือความจริงของคนที่ได้เคยดู Bullitt

bullet a10 นาทีของการไล่ล่ากันระหว่าง ฟอร์ด มัสแตง GT390 รุ่นปี 1968 ของแม็คควีน กับ ดอดจ์ ชาร์จเจอร์ R/T 440 Magnum ตั้งแต่ในดาวน์ทาวน์ของซานฟรานซิสโก ไปจนออกนอกเมือง ถือเป็นความยอดเยี่ยมของฉากไล่ล่าที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างเร้าใจ และประทับใจคอหนัง และกลายเป็นหนึ่งในฉากไล่ล่าบนแผ่นฟิล์มที่สุดคลาสสิคตลอดกาล (แถมบางคนยังบอกว่าเป็นการจับคู่ที่เหมาะสมที่สุดในการฟาดฟันกันของฟอร์ดและดอดจ์ ซึ่งช่วงชิงความสำเร็จในตลาดรถสปอร์ตกลุ่ม Pony Car ในสหรัฐอเมริกา)

bullet aทั้งแม็คควีน และปีเตอร์ เยตส์ ผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ มีเป้าหมายในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Bullitt ออกมาเพื่อเป็นหนังที่มีการไล่ล่าบนถนน ที่เหมือนจริงมากที่สุด ในยุคที่ยังไม่มี CGI หรือ Blue Screen มาช่วยลดบรรยากาศและความเสมือนจริงลงไป

bullet aฉากการไล่ล่ามีการถ่ายทำจริงและขับเหมือนจริง โดยในตอนแรกผู้กำกับกะใช้ความเร็วในระดับไม่เกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สุดท้ายก็คุมไม่อยู่ เพราะรถทั้ง 2 คันใช้ความเร็วมากกว่า 170 กิโลเมตรในการขับบนถนนที่ขึ้นและลงเนินเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซานฟรานซิสโก โดยแม็คควีนต้องทำงานร่วมกับทีมสตั๊นท์แมนที่มีฝีมืออย่าง บิลล์ ฮิกแมน และรถแต่ละคันที่อยู่ในฉากต่างก็ได้รับการขับโดยสตั๊นท์แมนฝีมือดี เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน

 
 

bullet aนอกจากนั้น ต้องยอมรับว่ามุมกล้องที่เหมือนกับการนั่งอยู่ในรถสามารถสร้างบรรยากาศความเร้าใจได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับภาพที่มือปืนทั้ง 2 คนในรถดอดจ์ พยายามมองหารถของเป้าหมาย แต่อยู่ดีๆ ภาพของมัสแตง GT390 ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบนกระจกมองหลัง คือ ความคลาสสิคของมุมกล้องที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม

bullet aว่ากันว่าฉากที่รถ 2 คันกระโจนข้ามเนินในเมือง กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ถูกนำมาใช้กับหนังรถยุคหลังอย่าง The fast and the furious ภาคแรก เช่นเดียวกับการแต่งกายของ Max Payne ที่คล้ายกับตัวละครของแม็กคควีนในเรื่องนี้

bullet aในภาพยนตร์เรื่องนี้มีการนำฟอร์ด มัสแตง GT390 มาเข้าฉากเพียง 2 คัน โดยคันแรกสภาพดูไม่จืดหลังถ่ายทำเสร็จ ส่วนอีกคันถูกขายต่อให้กับพนักงานใน วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งตัวรถถูกเปลี่ยนมือไปมาหลายครั้ง แต่ตัวแม็คควีนที่พยายามตามหารถในตำนานคันนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของเลย และว่ากันว่าในตอนนี้มัสแตง คันประวัติศาสตร์ถูกเก็บเอาไว้ในคอลเล็กชั่นของนักสะสมที่ไม่ประสงค์ออกนามซึ่งอยู่ในโอไฮโอ ริเวอร์ วัลเลย์

bullet aส่วนฉากไล่ล่านี้ ตอนแรกเกือบจะเป็นการปะทะกันระหว่างรถยนต์จากค่ายฟอร์ด เมื่อทางฟอร์ดให้ยืมรุ่นกาแล็กซี่มาเข้าฉาก 2 คันเพื่อการนี้ แต่ทว่าหลังจากดูแล้วคาดว่าไม่น่าจะรับมือกับความโหดของการกระโดดไปมา เพราะดูแล้วช่วงล่างน่าจะกลับบ้านเก่าก่อน ทางทีมงานก็เลยตัดสินใจซื้อดอดจ์ ชาร์จเจอร์มา 2 คันจากตัวแทนจำหน่ายที่เกล็นเดล โดยเครื่องยนต์ไม่ได้โมดิฟาย แต่ช่วงล่างมีการอัพเกรดความทนทานกันหน่อย

bullet aฟอร์ด ซึ่งได้รับอานิสงส์ความโด่งดัง จากภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ผลิตเวอร์ชัน Bullitt ออกมาทำตลาด 2 ครั้ง คือ ในปี 2001 และ 2008 โดยใช้มัสแตงที่ทำตลาดอยู่ในช่วงนั้นมาปรับปรุงเพิ่มความดุดัน ซึ่งในรุ่นปี 2001 ถูกขายไปกว่า 5,800 คัน และมีให้เลือก 3 สี นอกจากสีตัวถังโทน Dark Highland Green แบบเดียวกับคันที่เข้าฉากแล้ว ก็มีสีน้ำเงิน และดำให้เลือก

bullet aที่เขียนเล่ามาทั้งหมดก็ไม่มีอะไรมาก แค่เหลือบไปเห็นกล่อง DVD เรื่องนี้บนชั้นวาง แล้วคิดถึงเท่านั้นเอง และคงไม่มีอีกแล้ว ที่เราจะได้เห็นฉากไล่ล่าที่สมจริง เหมือนกับที่แม็คควีนบรรยายเอาไว้ในเบื้องหลังการถ่ายทำ โดยเฉพาะในยุคที่ภาพยนตร์ยุคนี้พึ่งพาแต่คอมพิวเตอร์กราฟฟิก

 
02-Ford Mustang GT390
 
• ฟอร์ด มัสแตง GT390 ฟาสต์แบ็กรุ่นปี 1968 ที่โด่งดังอย่างมากจากภาพยนตร์เรื่องนี้
 
03-Mustang Bullitt
 
• ในปี 2008 เวอร์ชันตกแต่งพิเศษ Bullitt กลับมาอีกครั้งกับฟอร์ด มัสแตง
 
04-Mustang Bullitt Edition
 
• มัสแตง Bullitt Edition รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2001
 
05-Bullitt Model
 
• ไม่ได้ดังแค่รถจริง แต่ยังมีรถโมเดลให้แฟนๆ ได้สะสมด้วย
 
800
50
 
LB
all
Watch this
RB