motortrivia.com
m2 WORLD MOVEMENT SECTION  |  BACK TO WORLD MOVEMENT PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
 
Ford Pre-tax 2011
 
สารประชาสัมพันธ์ Sunday, 5 February, 2012 0:05 AM
800x
 
Ford
รายงานผลกำไรก่อนหักก่อนหักภาษีประจำปี พ.ศ. 2554 รายได้สุทธิ 2.02 หมื่นล้านเหรียญฯ
 
baฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี รายงานผลกำไรก่อนหักภาษีตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554 ที่ 8.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.64 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 463 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในทวีปอเมริกาเหนือ และจาก ฟอร์ด เครดิต ที่ช่วยชดเชยความท้าทายทางธุรกิจจากภูมิภาคอื่นๆ ของโลก นับเป็นปีที่ 3 แล้ว ที่ฟอร์ดมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจตลอดทั้งปีดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ba"เราประกาศผลประกอบการตลอดทั้งปีที่ดีเยี่ยม จากการนำเสนอรถยนต์ที่เหนือชั้นให้แก่ลูกค้าของเราทั่วโลก รวมทั้งการดำเนินงานตามแผน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับปี พ.ศ. 2558" มร. อลัน มูลัลลี (Alan Mulally) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฟอร์ด กล่าว

ba"แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมภายนอก ทว่าความแข็งแกร่งในการดำเนินงานของเราในทวีปอเมริกานเหนือ และฟอร์ด เครดิต ทำให้บริษัทเดินหน้าการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการเป็นผู้นำทั้งด้านคุณภาพที่ดี เทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัยต่อชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคุ้มค่าคุ้มราคา"

baกำไรสุทธิตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554 ของฟอร์ดอยู่ที่ 2.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.06 แสนล้านบาท) หรือ 4.94 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1.37 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.11 แสนล้านบาท) หรือ 3.28 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้สุทธิของบริษัทนี้ รวมถึงรายได้จากรายการพิเศษที่มิใช่เงินสด มูลค่า 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.72 แสนล้านบาท) จากการลดการเผื่อการปรับมูลค่าภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีสุทธิของบริษัท
 
Ford Pre-tax 2011
 
• มร. อลัน มูลัลลี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฟอร์ด
800x
 
baกำไรก่อนหักภาษีในไตรมาส 4 ของปี พ.ศ. 2554 อยู่ที่ 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) หรือ 20 เซนต์ต่อหุ้น ลดลง 189 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.67 พันล้านบาท) จากไตรมาส 4 ของปี พ.ศ. 2553 ฟอร์ดมีกำไรก่อนหักภาษีมาแล้วถึง 10 ไตรมาสต่อเนื่องกัน เนื่องจากยอดขาย และรายรับที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่วางจำหน่ายทั่วโลก

baรายได้สุทธิประจำไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.08 แสนล้านบาท) หรือ 3.40 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.02 แสนล้านบาท) หรือ 3.35 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบด้านบวก จากการลดการเผื่อการปรับมูลค่าของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีสุทธิ 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.72 แสนล้านบาท)

baทั้งนี้ ฟอร์ดเริ่มหักค่าเผื่อการปรับมูลค่าของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีสุทธิในไตรมาส 3 ของปี พ.ศ. 2549 ทำให้บริษัทมียอดขาดทุนสะสมจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางการเงินของบริษัทในเวลานั้น อย่างไรก็ดี การที่บริษัทมีพัฒนาการทางธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทลดการเผื่อการปรับมูลค่าของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีสุทธิเกือบทั้งหมดได้

baรายได้สุทธิในไตรมาส 4 ของบริษัท ยังได้รับผลกระทบด้านบวกจากรายการพิเศษมูลค่า 401 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท) จากการขายหน่วยงานด้านปฏิบัติการของ ฟอร์ด รัสเซีย ให้แก่ ฟอร์ด โซลเลอร์ส (FordSollers) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ ที่เริ่มดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554
 
Ford Pre-tax 2011
 
baจากผลประกอบการทางการเงินของฟอร์ดในปี พ.ศ. 2554 ฟอร์ดจะแบ่งผลกำไรให้แก่พนักงานประจำของบริษัทราว 41,600 คน ตามสูตรการคำนวณภายใต้ข้อตกลงของสหภาพแรงงานและฟอร์ด การที่ฟอร์ดในทวีปอเมริกาเหนือมีกำไรก่อนหักภาษี 6.2 พันล้านเหรีญสหรัฐ (ประมาณ 1.86 แสนล้านบาท) จะทำให้พนักงานประจำที่ทำงานครบทั้งปี ได้รับส่วนแบ่งประมาณ 6,200 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 186,000 บาท) ซึ่งอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่านี้ ขึ้นอยู่กับชั่วโมงการทำงานของพนักงาน

baฟอร์ดมีกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจยานยนต์เป็นบวกที่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาส 4 และ 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.68 แสนล้านบาท) ตลอดทั้งปี เพิ่มขึ้น 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) เทียบกับตลอดทั้งปี พ.ศ. 2553

baณ วันสิ้นปี ฟอร์ดมีเงินสดขั้นต้นจากธุรกิจยานยนต์ 2.29 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.87 แสนล้านบาท) เทียบกับเงินสดขั้นต้นจากธุรกิจยานยนต์ที่ 2.08 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.24 แสนล้านบาท) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 และ 2.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.15 แสนล้านบาท) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ฟอร์ดมีหนี้จากธุรกิจยานยนต์รวม 1.31 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.93 หมื่นล้านบาท) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เทียบกับมูลค่า 1.27 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.81 หมื่นล้านบาท) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 และ 1.91 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.73 แสนล้านบาท) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2553 สภาพคล่องจากธุริกจยานยนต์โดยรวมของบริษัท ณ วันสิ้นปี พ.ศ. 2554 อยู่ที่ 3.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9.72 แสนล้านบาท) ซึ่งรวมถึงวงเงินสินเชื่อทั้งหมด

baส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ในระยะยาวของบริษัท เพื่อลดความเสี่ยงจากแผนการจ่ายเงินบำนาญ บริษัทคาดว่าจะสามารถแบ่งสดเงินให้แก่แผนการจ่ายเงินบำนาญประจำปี พ.ศ. 2555 ประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท) ซึ่งรวมถึงแผนการจ่ายเงินบำนาญในสหรัฐมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท)

ba"พ.ศ. 2554 นับเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่งบดุลของบริษัท เราเพิ่มเงินสดในธุรกิจยานยนต์ ลดหนี้ และเพิ่มสภาพคล่องให้แก่บริษัท ซึ่งเป็นการปูทางสู่การกลับมาจ่ายเงินปันผลทุกๆ ไตรมาส" มร. ลูอิส บูธ (Lewis Booth) รองประธานบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของฟอร์ด กล่าว "จากรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ เราจะเติบโตยิ่งขึ้นไปอีกในปี พ.ศ. 2555 และจะพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อทำให้งบดุลของบริษัทมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
 
Ford Pre-tax 2011
 
มร. ลูอิส บูธ รองประธานบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของฟอร์ด
800x
 
ไฮไลท์สำคัญของฟอร์ดในไตรมาส 4 และตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554
 
สร้างความนิยมให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถกระบะระดับโลก Ford Ranger ใหม่ การเปิดตัวเครื่องยนต์ EcoBoost แบบ 3 สูบขนาด 1.0 ลิตร และการเผยโฉม Ford Escape ใหม่
มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่องกัน ขณะที่แบรนด์ฟอร์ดมีมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ในช่วงดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังมีส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกาเพิ่มขึ้น และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 3 ไตรมาสต่อเนื่องกันในทวีปยุโรป
เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในสหรัฐด้วยการลงนามในข้อตกลง 4 ปี ร่วมกับสหภาพแรงงาน
ประกาศการแบ่งผลกำไรประจำปีพ.ศ. 2554 และการกลับมาจ่ายปันผลรายไตรมาส
มีกำไรก่อนหักภาษีมากกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท) เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องกัน และมีกำไรต่อปีเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่องกัน
หนี้จากธุรกิจยานยนต์ลดลง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท) ณ วันสิ้นปี เงินสดขั้นต้นจากธุรกิจยานยนต์ของบริษัทมีมูลค่ามากกว่าหนี้อยู่ 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.94 แสนล้านบาท) ดีขึ้น 8.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.52 แสนล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา
ฟอร์ดเริ่มต้นการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์และระบบส่งกำลังใหม่ 4 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา และเปิดตัวบริษัทร่วมทุน ฟอร์ด โซลเลอร์ส (FordSollers) ในประเทศรัสเซีย
 
ธุรกิจยานยนต์
baผลกำไรก่อนหักภาษีจากภาคยานยนต์ในไตรมาส 4 อยู่ที่ 586 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.76 หมื่นล้านบาท) ลดลง 155 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.65 พันล้านบาท) เทียบกับไตรมาส 4 ของปีพ.ศ. 2553 เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านวัตถุดิบ และค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับข้อตกลงใหม่กับสหภาพแรงงาน และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ปัจจัยบวกประกอบด้วยการตั้งราคาที่เหมาะสม ยอดขายที่เพิ่มขึ้น และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

baผลกำไรก่อนหักภาษีตลอดทั้งปี พ.ศ. 2554 อยู่ที่ 6.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ปะมาณ 1.89 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากผลประกอบการที่ดีในทวีปอเมริกาเหนือ และกำไรที่แข็งแกร่งจากทวีปอเมริกาใต้ ขณะที่ปัจจัยลบมาจากผลประกอบการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา และทวีปยุโรป

baยอดค้าส่งรถยนต์โดยรวมในไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.4 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 38,000 หน่วยจากไตรมาส 4 ของปีพ.ศ. 2553 ยอดค้าส่งในทวีปอเมริกาเหนือมีปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะที่ทวีปอเมริกาใต้ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา มียอดค้าส่งลดลง ยอดค้าส่งตลอดทั้งปีอยู่ที่ 5.7 ล้านหน่วย ลดลง 382,000 หน่วย

baรายรับรวมจากธุรกิจยานยนต์ในไตรมาส 4 อยู่ที่ 3.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9.78 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.9 หมื่นล้านบาท) เทียบกับไตรมาส 4 ของปีพ.ศ. 2553 ขณะที่รายรับรวมจากธุรกิจยานยนต์ตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1.282 แสนล้านบาท (ประมาณ 3.85 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.1 แสนล้านบาท) เทียบกับปีก่อนหน้า
 
Ford Pre-tax 2011
 
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา:
ba
ในไตรมาส 4 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา รายงานผลประกอบการก่อนหักภาษีขาดทุน 83 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.49 พันล้านบาท) เทียบกับกำไรที่ 23 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 690 ล้านบาท) เมื่อปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดขายที่ลดลง และสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย รวมทั้งต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

baขณะที่ปัจจัยบวกประกอบด้วยรายได้ต่อหน่วยการขายที่เพิ่มขึ้น ยอดค้าส่งในไตรมาส 4 อยู่ที่ 219,000 หน่วย ลดลง 16,000 หน่วยเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทคาดว่าผลกระทบด้านการผลิตจากเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทยอยู่ที่ 34,000 หน่วย ด้านรายรับในไตรมาส 4 ไม่รวมยอดขายจากบริษัทร่วมทุน อยู่ที่ 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท) ลดลง 300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9 พันล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

baตลอดทั้งปี ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา รายงานผลประกอบการก่อนหักภาษีขาดทุน 92 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.76 พันล้านบาท) เมื่อเทียบกับกำไรที่ 189 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.67 พันล้านบาท) ในปีก่อนหน้า

ภาคบริการด้านการเงิน
ba
ในไตรมาส 4 ภาคบริการด้านการเงินของบริษัท มีผลกำไรก่อนหักภาษีที่ 518 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท) เทียบกับกำไร 552 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.66 หมื่ล้านบาท) ในปีก่อนหน้า

ฟอร์ด มอเตอร์ เครดิต คัมปะนี:
ba
ในไตรมาส 4 ฟอร์ด เครดิต รายงานผลกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 506 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.52 หมื่นล้านบาท) เทียบกับกำไร 572 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.72 หมื่นล้านบาท) ในปีก่อนหน้า ผลกำไรที่ลดลงตามที่คาดการณ์ไว้นี้เป็นผลมาจากการที่ยอดปิดบัญชีสินเชื่อลดลงและกำไรจากการขายรถต่อคันที่ลดลง

ภาพโดยรวมของปี พ.ศ. 2555
ba
ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นทำงานตามแผนกลยุทธ์ One Ford ตามหลักการที่ได้วางไว้เดิม ซึ่งประกอบด้วย
 
การปรับโครงสร้างบริษัทอย่างจริงจัง เพื่อผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของตลาดในปัจจุบัน
เร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
มอบการสนับสนุนทางการเงินเพื่อปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้ และการพัฒนางบดุลของบริษัท
ทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรระดับโลกของฟอร์ด
 
baฟอร์ดประสบความสำเร็จอย่างมาก จากการทำงานภายใต้แผน One Ford ในปี พ.ศ. 2554 และสามารถดำเนินงานได้ตามแผนงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ สำหรับปี พ.ศ. 2558 บริษัทได้เปิดตัวรถยนต์ระดับโลกรุ่นใหม่ๆ ประกอบด้วย Ford Focus และ Ford Ranger นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายโรงงานผลิตแห่งใหม่ๆ ในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต อาทิ ในประเทศจีน อินเดีย และรัสเซีย

baผลิตภัณฑ์ของฟอร์ด จะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2555 จากการเปิดตัวรถยนต์ระดับโลก Ford Fusion ใหม่ และ Lincoln MKZ ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากโครงสร้างตัวถังรถยนต์นั่งขนาดกลาง และขนาดใหญ่ชุดใหม่ของบริษัท

baตลาดรถยนต์ขนาดกลาง ฟอร์ดเตรียมเปิดตัว Focus ใหม่ รวมทั้งจะเปิดตัว Escape และ Kuga ใหม่ อีกด้วย สำหรับกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก ฟอร์ดเตรียมเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด ด้วยการเปิดตัว Ford B-MAX ในทวีปยุโรปและ Ford EcoSport ในตลาดทั่วโลก Ford Ranger ใหม่ จะเปิดตัวในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกตลอดทั้งปีนี้
 
Ford Pre-tax 2011
 
• Ford EcoSport Concept
800x
 
baบริษัทยัง เดินหน้าการผลิตเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน อีโคบู๊สต์ ในตลาดทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในทวีปอเมริกาเหนือ ที่บริษัทกำลังเพิ่มศักยภาพในการผลิตรถที่ติดตั้งเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์อีก 3 เท่าตัว

baฟอร์ดคาดว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในสหรัฐจะมียอดขายตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 13.5 - 14.5 ล้านคัน ขณะที่ใน 19 ประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งฟอร์ดมีการติดตามการเปลี่ยนแปลงนั้น อุตสาหกรรมยานยนต์จะมียอดขายตลอดทั้งปีอยู่ที่ 14 - 15 ล้านคัน โดยการคาดการณ์ทั้ง 2 นี้ รวมถึงยอดขายรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ด้วย

ba
บริษัทคาดว่า ส่วนแบ่งตลาดตลอดทั้งปีในสหรัฐและในทวีปยุโรป จะอยู่ที่ระดับเดียวกับในปี พ.ศ. 2554 โดยฟอร์ดมีส่วนแบ่งตลาดในปี พ.ศ. 2554 อยู่ที่ 16.5 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐ และ 8.3 เปอร์เซ็นต์ในทวีปยุโรป ฟอร์ดคาดว่า บริษัทจะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

baบริษัทยังได้เปิดเผยตัวเลขที่สำคัญ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับศักยภาพทางการเงินในปี พ.ศ. 2555 โดยฟอร์ดคาดว่า กำไรก่อนหักภาษีจากธุรกิจยานยนต์จะดีขึ้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2554 ฟอร์ด เครดิต คาดว่าจะมีกำไรอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าอาจจะเติบโตช้ากว่าในปี พ.ศ. 2554 ผลกำไรก่อนหักภาษีโดยรวมของบริษัท ไม่รวมรายการพิเศษ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับเดียวกับในปี พ.ศ. 2554 ค่าใช้จ่ายเชิงโครงสร้างของธุรกิจยานยนต์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าในปริมาณมากขึ้น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างเสริมการเติบโตตามแผนงานระดับโลกของบริษัท แม้บริษัทคาดว่า ราคาวัตถุดิบจะเพิ่มสูงขึ้น ทว่าจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก อัตรากำไรจากการดำเนินธุรกิจยานยนต์คาดว่าจะดีขึ้นกว่าปี พ.ศ. 2554

baฟอร์ดคาดว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในปี พ.ศ. 2555 จะอยู่ที่ 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.65 แสนล้านบาท) ถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท) เนื่องจากบริษัทยังคงเดินหน้าการลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ และลงทุนในแผนการสร้างความเติบโตให้แก่บริษัทอย่างต่อเนื่อง

ba"เรามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินงานตามคำมั่นสัญญาที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีเยี่ยม ลงทุนเพื่อการเติบโตทั่วโลก สร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมอบการเติบโตอย่างมีกำไรให้แก่ทุกคน" มร. มูลัลลี กล่าว

ba"เราตระหนักดีถึงความท้าทาย และโอกาสต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า เรารู้สึกตื่นเต้นกับศักยภาพในการผลิตสินค้าระดับโลก และกำไรจากการดำเนินธุรกิจที่จะเพิ่มขึ้น จากการทำงานภายใต้แผน One Ford และเรายังตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นแก่ทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากการที่เราสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรระดับโลกของบริษัทได้"
 
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT FORD  :  CLICK  >  FORD NEWS SECTION
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Ford Ranger Double Cap 2.2 Wildtrak 4x4 / 4x2 6AT ทดลองขับแบบกลุ่ม - แกร่งนอกนุ่มใน สไตล์เอสยูวี
• REPORT : Ford ฉลองการเปิดสายการผลิต Ford Ranger เตรียมส่งตรงจาก ออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง พฤศจิกายนนี้
• TEST DRIVE : Ford Focus TDCi PowerShift แม้จะขาดความสด แต่ก็ยังน่าสนใจที่เครื่องยนต์และเกียร์ PowerShift
• TEST DRIVE : Ford Focus 2.0L Sport+ กับราคา 8.49 แสนบาท ความลงตัวของสมรรถนะและความคุ้มค่า
• TEST DRIVE : Ford Fiesta 5Dr 1.6 Sport PowerShift ล้ำทั้งรูปลักษณ์และเทคโนโลยี เด่นที่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
• GRAND OPENING : Ford Ranger All-New เผยโฉมคันจริงเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ก่อนโชว์ตัวในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์
• GRAND OPENING : Ford Focus ปรับโฉมใหม่ มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สไตล์สปอร์ต เพิ่ม 3 อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
• GRAND OPENING : Ford Fiesta เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเผยโฉมทุกโชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศไทย
• REPORT : Ford ชวนสื่อฯ ทดสอบประสิทธิภาพเกียร์ PowerShift นวัตกรรมระบบเกียร์แห่งอนาคตจาก Ford
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail