 |
| |
| เรื่อง : จีเอ็ม ประเทศไทย |
Monday, 9 May, 2011 0:19 AM |
|
 |
| |
|
| |
General Motors ประกาศผลประกอบการกำไรสุทธิ ส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญในไตรมาสแรก อยู่ที่ 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.77 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นปรับลด ซึ่งนับเป็นการสร้างผลกำไรได้เป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันของ GM ขณะที่รายได้สามเดือนแรกของปีนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 36,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
"เราดำเนินงานได้ตามแผนงานที่วางไว้" มร. แดน เอเคอร์สัน (Dan Akerson) ประธานใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว "จีเอ็ม มีผลกำไรเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน อันเป็นผลจากความต้องการของลูกค้าที่มีต่อยานยนต์ประหยัดพลังงานของเรา ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงโครงสร้างต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ที่เอื้อให้เราสามารถยกระดับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้ทุกภูมิภาคทั่วโลก และมุ่งเน้นที่การสร้างผลกำไร จากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์"
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ ยังเพิ่มขึ้น 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการจำหน่ายหุ้นบุริมสิทธิ์ของ Delphi Automotive LLP และ Ally Financial Inc. ขณะเดียวกันยังรวมถึง การลดมูลค่าในบัญชีในส่วนของค่าความนิยมที่ไม่มีมูลค่าแล้ว (goodwill impairment charge) จำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐของ จีเอ็ม ยุโรป ซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนมาตรฐานการจัดการบัญชี และค่าใช้จ่ายของ เจนเนอรัล มอเตอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ อันเกิดจากการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านภาษี ที่ส่งผลต่อการร่วมทุนการค้าของ จีเอ็ม ในอินเดียจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรายการพิเศษเหล่านี้ เพิ่มกำไรสุทธิต่อหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญเป็น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 0.82 เหรียญสหรัฐ ต่อหุ้นปรับลด
ตัวเลข EBIT อยู่ที่ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ยอด EBIT-adjusted อยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นสูงกว่าไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ |
| |
 |
| |
| • มร. แดน เอเคอร์สัน |
 |
| |
| ผลประกอบการของจีเอ็มโดยรวม (หน่วยพันล้านเหรียญสหรัฐ ยกเว้นในส่วนของจำนวนต่อหุ้น) |
| |
| ผลประกอบการ |
ไตรมาสที่ 1 ปี 2553 |
ไตรมาสที่ 1 ปี 2554 |
| รายได้ |
31.5 |
36.2 |
| กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ |
0.9 |
3.2 |
| กําไรต่อหุ้นปรับลด |
0.55 |
1.77 |
| EBIT |
1.8 |
3.5 |
| รายการพิเศษ |
0.1 |
1.5 |
| EBIT - adjusted |
1.7 |
2.0 |
| ผลของรายการพิเศษที่มีต่อกําไรต่อหุ้นปรับลด |
0.08 |
0.82 |
| กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน |
1.9 |
(0.6) * |
กระแสเงินสดที่เหลืออยู่ หลังจากกิจกรรมต่างๆ ทางการค้าตามปกติ
(ขาย จ่ายค่าใช้จ่าย ที่เป็นเงินสด)
และหักกระแสเงินสดจ่ายจากการลงทุนแล้ว (free cash flow) |
1.0 |
(1.9) * |
|
| |
| * รวมส่วนของผลกระทบจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันเนื่องมาจากการยกเลิกข้อตกลงทางการเงินล่วงหน้า |
| |
 |
| |
จีเอ็ม อเมริกาเหนือ หรือ GMNA ได้รายงานตัวเลข EBIT ของไตรมาสแรกในปีนี้ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับจำนวน 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปี 2553 โดยในส่วนของ EBIT-adjusted จีเอ็มเอ็นเอ สามารถทำรายได้สุทธิในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นถึง 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 0.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้บริษัทฯ คาดการณ์ว่า EBIT-adjusted ของ จีเอ็มเอ็นเอ โดยเฉลี่ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะปรับตัวดีขึ้นได้มากกว่ารายได้สุทธิในไตรมาสแรก อันเนื่องมาจากปัจจัยบวกเรื่องราคาขายสินค้า และต้นทุนคงที่ที่ปรับตัวดีขึ้น มีมากกว่าปัจจัยลบทางด้านต้นของทุนโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงปัจจัยลบอื่นๆ
จีเอ็มอี ได้รายงานตัวเลข EBIT ที่ 0.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ผลของ EBIT-adjusted ของ จีเอ็มอี ปรับตัวสูงขึ้น 0.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 และสามารถเข้าสู่ก้าวย่างที่สำคัญอย่างยิ่งด้วยการมีผลประกอบการ ณ จุดคุ้มทุน ซึ่งตามแผนธุรกิจปัจจุบัน จีเอ็มอี ได้ตั้งเป้าที่จะบรรลุจุดสมดุลทางธุรกิจของ EBIT-adjusted ก่อนปรับโครงสร้างปีนี้
ทางด้าน จีเอ็มไอโอ ก็ได้รายงานตัวเลข EBIT ที่ 0.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับจำนวน 0.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 โดยหลังจากปรับ EBIT-adjusted แล้ว จีเอ็มโอ มีรายรับรวมอยู่ที่ 0.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสแรก ซึ่งลดลง 0.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปี 2553
จีเอ็ม อเมริกาใต้ รายงานตัวเลข EBIT ที่ 0.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลดลง 0.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 ทั้งนี้ไม่มีรายงานปรับลดเพิ่มรายรับรายจ่ายด้านอื่นๆแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จีเอ็ม คาดว่าตัวเลข EBIT-adjusted ของทั้งปี 2554 จะดีขึ้นกว่าปี 2553 อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ จีเอ็ม ยังคงการคาดการณ์ว่าผลกำไรสุทธิทั้งปีของบริษัทฯ จะยังคงไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงใดๆ อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ในญี่ปุ่น
สำหรับไตรมาสนี้ กระแสเงินสดของอุตสาหกรรมรถยนต์จากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีมูลค่า 0.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่กระแสเงินสดที่เหลืออยู่หลังจากกิจกรรมต่างๆ ทางการค้าตามปกติ และหักกระแสเงินสดจ่ายจากการลงทุนแล้ว มีมูลค่า 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตัวเลขทั้งสองได้รวมผลกระทบจำนวน 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากประกาศด้านการตัดสินใจทางการเงิน เมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการยกเลิกข้อตกลงทางการเงินการขายส่งล่วงหน้า กับบริษัททางการเงิน อัลลี่ (Ally)
จีเอ็ม สามารถดำเนินธุรกิจและจบไตรมาสแรกได้อย่างสวยงาม จากสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยมูลค่ารวมทั้งหมด 36.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งเงินสด และหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดในไตรมาสนี้ มีมูลค่าถึง 30.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับสถิติของไตรมาสสุดท้ายเมื่อปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่า 27.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ
"จีเอ็ม ได้แสดงศักยภาพของการเติบโตทางธุรกิจอย่างยอดเยี่ยมในการสร้างผลกำไรของบริษัทฯ ในทุกประเทศทั่วโลก อันแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง" มร. แดน อัมมาน (Dan Ammann) รองประธานอาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินกล่าว
"ในขณะที่เราได้รับการสนับสนุน และให้กำลังใจจากทุกฝ่าย เราตระหนักดีว่า เรามีโอกาสในการยกระดับขนาดธุรกิจของเรามากขึ้น ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพด้านการใช้จ่าย และลงทุน รวมถึงการรักษาสภาพงบดุลของเราอย่างเหมาะสม" •
SOURCE :
GM THAILAND |
| |