 |
| |
|
Tuesday, 9 November, 2010 0:19 AM
|
 |
| |
|
| |
BMW Group เตรียมพลิกหน้าประวัติศาสตร์โลกยานยนต์ เดินหน้าขยายโรงงานที่เมือง ไลพ์ซิก (Leipzig) เตรียมผลิต MCV หรือ Megacity Vehicle ยานยนต์ปลอดมลพิษสำหรับมหานครเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ซึ่ง บีเอ็มดับเบิลยู วางแผนเปิดตัวในปี ค.ศ. 2013 โดยการขยายโรงงานในครั้งนี้ ใช้งบประมาณลงทุนราว 400 ล้านยูโร เพื่อขยายโครงสร้างอาคาร และซื้อเครื่องจักรสำหรับการผลิต MCV โดยมี ดร. แองเจลา แมร์เคิล (Dr. Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี, ดร. นอร์เบิรท โรท์โธเฟอร์ (Dr. Norbert Reithofer) ประธานบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี, นาย สตานิสลอว์ ทิลลิค (Stanislaw Tillich) นายกเทศมนตรีแห่งแคว้นแซ็กโซนี และ นาย คริส แกร็กกอร์ (Chris Gregoire) นายกเทศมนตรีแห่งรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมพิธีขยายโรงงานที่เมือง Leipzig ครั้งนี้
ดร. นอร์เบิร์ท โรท์โธเฟอร์ ประธานบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี กล่าวว่า “นอกจากโครงการ MCV - Megacity Vehicle จะแสดงถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู ในการพัฒนายานยนต์ปลอดมลพิษเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนแล้ว ยังเป็นการปฏิวัติโลกยานยนต์ ทั้งในด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน และระบบโครงสร้างตัวถัง รวมถึงเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการผลิตโครงสร้างตัวถังด้วยวัสดุคาร์บอนในจำนวนมาก" |
| |
 |
| |
| • โรงงานที่เมืองไลพ์ซิก - ภาพจาก urbArama |
 |
| |
"นอกจากโครงการ MCV จะมุ่งเน้นในการสร้างยานยนต์ปลอดมลพิษแล้ว เรายังให้ความสำคัญในขั้นตอนกระบวนการผลิต ที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นการลดการคายสารคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตด้วย โรงงาน Leipzig จะเป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุด และพร้อมที่สุดในการบรรลุจุดประสงค์ของเรา ในการลดปริมาณคาร์บอนลงตลอดทุกห่วงโซ่การผลิต”
MCV ใช้เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถัง LifeDrive ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดของระบบโครงสร้างน้ำหนักเบา โดยการประยุกต์ใช้วัสดุ CFRP หรือ Carbon Fiber Reinforced Plastic ที่จะช่วยลดน้ำหนักลงได้ราว 250-300 กิโลกรัม เพื่อลดภาระการ ‘แบกน้ำหนัก’ ของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า โดยในการผลิตชิ้นส่วนคาร์บอน บีเอ็มดับเบิลยู ได้ร่วมทุนกับบริษัท SGL Group ในการผลิตโครงสร้างตัวถังคาร์บอน ในขณะที่ระบบขับเคลื่อนและโครงสร้างแชสซี จะทำการผลิตจากโรงงานของ บีเอ็มดับเบิลยู ที่เมือง ดิงโกลฟิงก์ (Dingolfing) และระบบแบตเตอรี่จะรับหน้าที่ผลิตโดยพันธมิตร SB LiMotive ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Bosch และ Samsung - (อ่านรายละเอียดคอนเซ็ปต์ LifeDrive ที่นี่ครับ) |
| |
 |
| |
บุกเบิกยานยนต์ปลอดมลพิษ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Sustainability) โดยให้ความสำคัญในการลดมลพิษ ตลอดทั้ง Value Chain ซึ่งรวมถึงขั้นตอนในกระบวนการพัฒนา และกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ ไล่เรียงไปถึงเทคโนโลยีการผลิต และการประกอบ จนไปถึงยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งจะไม่มีการคายไอเสีย หรือ มลพิษเท่ากับศูนย์ (Zero Emission) เต็มรูปแบบ
ภายใต้ปรัชญา EfficientDynamics บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังได้เอาใจใส่ถึงขั้นตอนการผลิตแบบ Clean Production ได้แก่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนการผลิต การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศของชุมชนบริเวณโรงงาน ยกตัวอย่างเช่น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้วางเป้าหมาย ลดการใช้พลังงานที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ลงอีก 50% ลดการใช้น้ำ 70% อีกทั้งยังได้วางเป้าหมายในระยะยาวว่า พลังงานที่ใช้ในการผลิตทั้งหมด จะมาจากแหล่งพลังงานแบบ Renewable Energy หรือ 'พลังงานหมุนเวียน' *
ณ วันนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้แสดงความมุ่งมั่นผ่านนโยบาย และการปฏิบัติ ที่ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการลดมลพิษไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยี EfficientDynamics ในรถยนต์ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทุกคัน และในด้านการผลิตแบบ Clean Production ในโรงงานทุกแห่งของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั่วโลก
หมายเหตุ * : Renewable Energy คือ พลังงานจากธรรมชาติ และสามารถสร้างทดแทนได้ในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากมีการใช้ไปโดยธรรมชาติเอง อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานจากลม, พลังงานจากน้ำ, พลังงานความร้อนใต้พื้นดิน ฯลฯ
BMW ActiveE
การเรียนรู้ภาคสนามกับระบบขับเคลื่อน Electromobility
BMW ActiveE รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สร้างอยู่บนพื้นฐานของ BMW 1 Series Coupe เป็นการต่อยอดการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า Electromobility ในระดับภาคสนาม โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง และการปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้า โดย BMW ActiveE จะเริ่มการผลิตในระดับ Series Production จากโรงงาน Leipzig ในต้นปี 2011 ซึ่งการผลิตแบบ Series Production หมายถึง การผลิตเพื่อการพาณิชย์ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานในทุกด้าน รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้วย ซึ่งผู้บริโภคสามารถจดทะเบียน เพื่อใช้งานจริงบนท้องถนนได้ |
| |
 |
| |
| • BMW ActiveE |
 |
| |
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มุ่งมั่นในการเป็นแรงขับเคลื่อนโลกยานยนต์สู่อนาคต หรือ Future Mobility ด้วยการพัฒนาระบบขับเคลื่อน และยานยนต์ที่จะตอบสนองความต้องการด้านยานพาหนะส่วนบุคคล พร้อมกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของความเป็น บีเอ็มดับเบิลยู ในด้านของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จึงได้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และระบบโครงสร้างตัวถังพิเศษ ที่ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งในด้านวิศวกรรม ด้านการผลิต และด้านจัดซื้อจัดหา เพื่อที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับกระบวนการพัฒนา และผลิตยานยนต์แห่งอนาคต โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย การจัดจำหน่าย ไปจนถึงมือผู้ใช้งาน •
• ที่มา : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย • |
| |
 |
| R E L A T E D - N E W S : |
| |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ บีเอ็มดับเบิลยู คลิ๊กที่นี่ครับ : BMW News Section |
 |
 |
|
| |