motortrivia.com
m2 WORLD MOVEMENT SECTION | BACK TO WORLD MOVEMENT PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
ford
 
Friday, 29 October, 2010 0:19 AM
800x
 
Ford เผยผลประกอบการไตรมาส 3
กำไรสุทธิ 5.08 หมื่นล้าน พร้อมประกาศแผนปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดหนี้
 
baฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของปีนี้ กำไรสุทธิ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.08 หมื่นล้านบาท) หรือ 43 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 690 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.06 หมื่นล้านบาท) เทียบกับไตรมาส 3 ของปีพ.ศ. 2552 โดยสินค้าที่แข็งแกร่ง ความต้องการของลูกค้าในทวีปอเมริกาเหนือที่เพิ่มมากขึ้น และความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ ฟอร์ด เครดิต นับเป็นปัจจัยหลัก ที่ช่วยสร้างความเติบโตให้แก่บริษัท แม้ว่าสภาพทางธุรกิจโดยรวมยังคงมีความท้าทายอย่างมาก

baฟอร์ดรายงานผลกำไรก่อนหักภาษีโดยไม่รวมรายการพิเศษอื่นๆ อยู่ที่ 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.27 หมื่นล้านบาท) หรือ 48 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.29 หมื่นล้านบาท) เทียบกับปีที่แล้ว โดยฟอร์ดมีผลประกอบการที่มีกำไรก่อนหักภาษีถึง 5 ไตรมาสต่อเนื่องกัน

baรายรับของฟอร์ดในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้มีมูลค่า 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8.67 แสนล้านบาท) ลดลง 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.88 หมื่นล้านบาท) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่หากไม่นับรายได้ของ วอลโว่ ใน พ.ศ. 2552 รายได้รวมของฟอร์ดในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เพิ่มขึ้น 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.08 หมื่นล้านบาท) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

baในทวีปอเมริกาเหนือ ฟอร์ดมีกำไรก่อนหักภาษีในไตรมาส 3 ที่ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.78 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.88 หมื่นล้านบาท) เทียบกับไตรมาส 3 ของปี พ.ศ. 2552 บริษัทยังคงดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากยอดขายตลอดทั้งปีในประเทศสหรัฐ ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 2 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ที่ฟอร์ดมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 2 ปีต่อเนื่องกัน

baฟอร์ดยังได้ประกาศแผนปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดหนี้จากธุรกิจยานยนต์ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของบริษัท รวมทั้งจ่ายคืนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.97 หมื่นล้านบาท) และวางแผนที่จะจ่ายเงินสด 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.07 แสนหมื่นล้านบาท) คืนให้แก่ กองทุนประกันสุขภาพผู้เกษียณวัย หรือ VEBA (เวบา ทรัสต์) ภายในเดือนตุลาคมนี้ และบริษัทยังเตรียมยื่นเสนอแปลงสภาพตราสารหนี้ชนิดแปลงสภาพอีก 2 รายการในไตรมาส 4 ของปีนี้อีกด้วย

ba“ไตรมาส 3 นับเป็นอีกไตรมาสหนึ่งที่เราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จในการทำงานภายใต้แนวคิดแบบ One Fordอลัน มูลัลลี (Alan Mulally) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด กล่าว “การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพระดับโลก และการปรับโครงสร้างธุรกิจของเราอย่างแข็งขัน ทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างมีกำไร แม้ว่ายอดขายรถโดยรวมในตลาดหลักๆ ของโลกยังอยู่ในระดับต่ำก็ตาม”
 
Alan Mulally
 
• Alan Mulally
800x
 
ba“ในปี พ.ศ. 2554 เราจะได้เห็นพัฒนาการสำคัญหลายด้าน ทั้งจากการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสินค้าของเรา จากระบบเศรษฐกิจที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น และจากความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้กับหน่วยงานทุกภาคส่วนของเรา” มูลัลลี กล่าว

baทั้งนี้ กระแสเงินสดส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยานยนต์ในไตรมาส 3 ของฟอร์ดบวก 900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.69 หมื่นล้านบาท) สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มีกำไรก่อนหักภาษี ฟอร์ดปิดไตรมาส 3 ด้วยวงเงินสดหรือเทียบเท่าจากธุรกิจยานยนต์ที่ 2.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.11 แสนล้านบาท) เพิ้มขึ้น 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.69 หมื่นล้านบาท) นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้ และเมื่อรวมกับวงเงินสินเชื่อที่มีอยู่ สภาพคล่องโดยรวมในธุรกิจยานยนต์ของฟอร์ดจึงมีมูลค่ารวม 2.94 หมื่นล้าน (ประมาณ 8.78 แสนล้านบาท) เมื่อสิ้นไตรมาส

baการจ่ายคืนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.97 หมื่นล้านบาท) เมื่อวันที่ 9 กันยายน ทำให้ฟอร์ดลดการจ่ายดอกเบี้ยลงได้ โดยไม่กระทบกับสภาพคล่องโดยรวม และในวันที่ 30 กันยายน หนี้ของธุรกิจยานยนต์ทั้งหมดของฟอร์ด มีมูลค่าอยู่ที่ 2.64 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.9 แสนล้านบาท)

baและในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2553 ฟอร์ดจะจ่ายเงินสด 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.07 แสนล้านบาท) ซึ่งติดค้างอยู่ คืนให้แก่ เวบา ทรัสต์ (กองทุนประกันสุขภาพผู้เกษียณวัย) ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยที่บริษัทต้องจ่ายทุกปีลงได้ประมาณ 330 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9.88 พันล้านบาท) การจ่ายเงินคืนแก่ เวบา ในไตรมาส 4 จะทำให้ฟอร์ดสามารถลดหนี้ลงได้ทั้งหมดถึง 1.08 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.23 แสนล้านบาท) นับตั้งแต่สิ้นปีพ.ศ. 2552 ซึ่งทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยต่อปีลงได้ประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.39 หมื่นล้านบาท)

baนอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้ยื่นเสนอแปลงสภาพตราสารหนี้ ชนิดแปลงสภาพรายการใหญ่ ซึ่งรายการหนึ่งมียอดรวม 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.05 แสนหมื่นล้านบาท) และอีกรายการมูลค่า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.78 หมื่นล้านบาท) จะยังคงอยู่ในงบดุลของวันที่ 30 กันยายน 2553 ผู้ถือตราสารหนี้ของบริษัทจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินสดเพิ่มเติม เพื่อจูงใจให้นำตราสารหนี้ดังกล่าว มาแปลงเป็นหุ้นสามัญของฟอร์ด

baหนี้คงค้างและดอกเบี้ยของฟอร์ด จะลดลงจนถึงระดับที่ผู้ถือตราสารดังกล่าว เลือกที่จะรับข้อเสนอในการแปลงสภาพ อย่างไรก็ตาม การแปลงสภาพที่สมบูรณ์จะทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในรายการพิเศษ ที่เกิดจากการจ่ายผลตอบแทนที่เป็นเงินสดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินสดในไตรมาส 4 หุ้นใดๆ ที่ออกในช่วงของการแปลงสภาพดังกล่าว จะถูกนำมาคำนวณรวมในกำไรต่อหุ้นปรับลดทั้งหมดของฟอร์ด

baทว่า หากไม่นับรวมผลประโยชน์ที่จะได้รับจากข้อเสนอในการแปลงสภาพ ปัจจุบัน ฟอร์ดยังคาดว่า รายรับจากธุรกิจยานยนต์ของบริษัท จะมีมูลค่าเทียบเท่ากับมูลค่าหนี้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งนับว่าเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยบริษัทคาดว่าจะมีรายรับเพิ่มขึ้นราว 8 - 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.39 – 2.69 แสนล้านบาท) เทียบกับสิ้นปีที่แล้ว

ba“เห็นได้ชัดว่าผลการดำเนินงานตลอด 9 เดือนแรกของปีนี้ ดีกว่าที่เราคาดไว้ และทำให้เราสามารถปรับงบดุลของบริษัท ให้ดียิ่งขึ้นได้อีกในไตรมาส 4” ลูวิส บูธ (Lewis Booth) รองประธานบริหาร ฟอร์ด และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท กล่าว “ขณะนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงของการมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อสร้างความเติบโตอย่างมีผลกำไรให้แก่ธุรกิจของเราทั่วโลก หลังจากที่พวกเราทุกคนในทีมฟอร์ด ได้ทำงานกันมาแล้วอย่างหนัก เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดียิ่งขึ้นให้กับบริษัท”
 
Lewis Booth
 
• Lewis Booth (ภาพจาก caradvice.com.au)
800x
 
ไฮไลต์สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2553
baประกาศแผนการลงทุนกับบริษัทร่วมทุนในประเทศจีน เพื่อลงทุนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.54 หมื่นล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์แห่งใหม่ในเมือง จุงกิง ที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตกว่า 2 เท่าตัว

baฟอร์ด และ มาสด้า ประกาศว่าจะร่วมลงทุนเพิ่ม มูลค่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) ใน บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการผลิตรถกระบะคอมแพ็ครุ่นใหม่ในประเทศไทย

baประกาศแผนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ถึง 8 รุ่น ในประเทศอินเดียภายในพ.ศ. 2558 และส่งออกรถ Ford Figo จากอินเดียไปจำหน่ายใน 50 ประเทศ
 
Ford Figo
 
• Ford Figo
800x
 
baการบรรลุข้อตกลง เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้แก่โรงงานหลายแห่งในสหรัฐ ทำให้ฟอร์ดสามารถรับพนักงานชั่วคราว เข้าทำงานในบริษัทได้ประมาณ 2,000 ตำแหน่ง

baประสบความสำเร็จในการ เจรจาขาย วอลโว่ คาร์ คอร์เปอเรชั่น ให้แก่ ซีเจียง จีลี่ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Zhejiang Geely Holding Group) เพื่อดำเนินตามแผนการทำงานภายใต้แนวคิดแบบ One Ford

baเดินหน้าตามแผนการลดหนี้ด้วยการจ่ายคืนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.97 หมื่นล้านบาท)

baเผยโฉมรถ Ford Focus ใหม่ ครบทุกรุ่นตัวถังภายในงานมหกรรมยานยนต์ ปารีส มอเตอร์โชว์ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวรถ Ford Focus ST และระบบเทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสาร SYNC ในทวีปยุโรป โดย โฟกัส ใหม่ จะเริ่มวางจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย แปซิฟิก และแอฟริกา นับตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป
 
Ford Focus ST
 
• Ford Focus ST
800x
 
baFord Edge และ Lincoln MKX เริ่มต้นวางจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยี ระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร MyFord Touch และ MyLincoln Touch

baเริ่มต้นจำหน่าย Ford Fiesta ในประเทศไทย เดือนกันยายน 2553 พร้อมเดินหน้าเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าวทั่วทั้งทวีปเอเชีย และทวีปอเมริกา

baเผยโฉมรถยนต์อเนกประสงค์ Ford Explorer ใหม่ ที่สามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับรถรุ่นปัจจุบัน ฟอร์ด เอ็กซ์โพลเรอร์ จะเริ่มวางจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือช่วงปลายปีนี้

baเปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่สำหรับรถกระบะ Ford F-Series ที่มอบทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น
 
Ford F-150
 
• Ford F-150
800x
 
baเริ่มต้นวางจำหน่ายรถ Ford C-MAX และ Ford Mondeo ใหม่ ในยุโรป

baรถฟอร์ดรุ่นปี 2010 ในสหรัฐ ได้รับคัดเลือกจากสถาบันด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐ ให้เป็นรถที่มอบความปลอดภัยสูงสุดถึง 8 รายการ ฟอร์ดนับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับการคัดเลือกจาก Top Safety Picks สูงสุด

baรายงานยอดขายในสหรัฐเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์ และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 1.3 เปอร์เซ็นต์  โดยรถที่มียอดขายที่แข็งแกร่งประกอบด้วย Ford F-Series, Ford Taurus, Ford Fiesta และ Ford Edge

baฟอร์ด แคนาดา ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้ ด้วยการชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอีก 2.3 เปอร์เซ็นต์ และทำยอดขายเดือนกันยายนได้ในระดับสูงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี

baประกาศยอดขายเพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ในประเทศจีน มาจากความต้องการรถ Ford Fiesta และยอดขายที่เพิ่มขึ้น 190 เปอร์เซ็นต์ ในประเทศอินเดีย มาจากยอดขายรถ Ford Figo ใหม่ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
 
Ford Mondeo
 
• Ford Mondeo
800x
 
รายรับรวมจากธุรกิจยานยนต์ของฟอร์ดทั่วโลกไตรมาส 3
baในไตรมาส 3 ของปี พ.ศ. 2553 การดำเนินธุรกิจยานยนต์ของฟอร์ดทั่วโลกมีกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.88 หมื่นล้านบาท) เทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งมีกำไร 341 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.02 หมื่นล้านบาท) รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การตั้งราคาที่เหมาะสม และอัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้อต่อบริษัท ขณะที่ปัจจัยลบประกอบด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงต้นทุนด้านโครงสร้างที่ใช้ในการเพิ่มปริมาณการผลิต สนับสนุนการขยายตัวของแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น

baเมื่อเทียบกับผลกำไร 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.28 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ธุรกิจยานยนต์ของฟอร์ดมีกำไรก่อนหักภาษีลดลง 800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.39 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากการมียอดจำหน่ายลดลง และอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัท ขณะที่ปัจจัยด้านบวกมาจาก ราคาสุทธิหลังหักส่วนลด และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากปฏิบัติการลดหนี้ของฟอร์ด

baยอดขายรถให้ผู้จำหน่ายของฟอร์ดในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.3 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 91,000 หน่วย เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยไม่รวมยอดขาย วอลโว่ รายรับรวมจากธุรกิจยานยนต์ของฟอร์ดทั่วโลกในไตรมาส 3 อยู่ที่ 2.67 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.98 แสนล้านบาท) ลดลงจากมูลค่า 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ  8.16 แสนล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว แต่หากไม่รวมยอดขายวอลโว่ในปี พ.ศ. 2552 รายรับจากธุรกิจยานยนต์ของฟอร์ดเพิ่มขึ้น 2.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.18 หมื่นล้านบาท)
 
Ford
 
baทวีปอเมริกาเหนือ: สำหรับไตรมาส 3 ฟอร์ดในทวีปอเมริกาเหนือมีกำไรก่อนหักภาษี 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.78 หมื่นล้านบาท) เทียบกับกำไร 314 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9.39 พันล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว รายได้ต่อปีที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และราคาสุทธิหลังหักส่วนลดรายรับในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.84 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 1.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.01 แสนล้านบาท) ในปีก่อนหน้า

baทวีปอเมริกาใต้: สำหรับไตรมาส 3 ฟอร์ดในทวีปอเมริกาใต้มีกำไรก่อนหักภาษี 241 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.21 พันล้านบาท) เทียบกับกำไร 247 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.39 พันล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว รายได้ต่อปีที่ลดลงเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวกในตลาดเป็นผลจากราคาสุทธิหลังหักส่วนลด รายรับในไตรมาส 3 อยู่ที่ 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7.47 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.28 หมื่นล้านบาท) ในปีก่อนหน้า

baทวีปยุโรป: สำหรับไตรมาส 3 ฟอร์ดในยุโรปมียอดขาดทุนก่อนหักภาษี 196 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.86 พันล้านบาท) เทียบกับกำไร 131 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.92 พันล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว รายได้ต่อปีที่ลดลงเป็นผลมาจากยอดขายของทั้งอุตสาหกรรมที่ลดลง ส่วนแบ่งตลาดที่ลดลง และต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนเชิงโครงสร้างในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และด้านวิศวกรรม รวมทั้งค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เพิ่มขึ้น รายรับในไตรมาส 3 อยู่ที่ 6.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.85 แสนล้านบาท) ลดลงจาก 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.18 แสนล้านบาท) ในปีก่อนหน้า

baทวีปเอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา: สำหรับไตรมาส 3 ฟอร์ดในเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกามีกำไรก่อนหักภาษี 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 897 ล้านบาท) เทียบกับกำไร 22 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 657.8 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว รายได้ต่อปีที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากยอดขายของทั้งอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนด้านวัสดุที่ลดลง ขณะที่ปัจจัยลบประกอบด้วย ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการสนับสนุนการลงทุนในผลิตภัณฑ์และแผนการเติบโต และการเปลี่ยนแปลงของตลาด จากตลาดที่มีการขยายตัวเต็มที่มาสู่ตลาดที่กำลังเติบโต รายรับในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.38 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4.48 หมื่นล้านบาท) ในปีก่อนหน้า

baธุรกิจยานยนต์อื่นๆ: ธุรกิจยานยนต์อื่นๆ มีส่วนประกอบหลักๆ คืออัตราดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายด้านไฟแนนซ์อื่นๆ ซึ่งส่งผลให้มีอัตราการขาดทุนก่อนหักภาษีที่ 369 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากการจ่ายค่าดอกเบี้ย 346 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท)

baฟอร์ด มอเตอร์ เครดิต คัมปะนี: สำหรับไตรมาส 3 ฟอร์ด เครดิต มีกำไรก่อนหักภาษี 766 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.29 หมื่นล้านบาท) เทียบกับกำไร 677 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.02 หมื่นล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว รายได้ต่อปีที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาปริมาณหนี้สูญที่ลดลง และการที่รถให้เช่ามีมูลค่าลดลงไม่มาก ขณะที่ปัจจัยลบประกอบด้วยปริมาณลูกค้าที่ลดลง และการไม่ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว

• ที่มา : ฟอร์ด ประเทศไทย
 
800x
text: อ่านข่าวทั้งหมดของ ฟอร์ด คลิ๊กที่นี่ครับ : Ford News Section
800x
fcom
FLT   FRT
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail