การซื้อขายในครั้งนี้ Geely จ่ายเงินจำนวน 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 59,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการทำธุรกรรมทางด้านการซื้อขายกิจการรถยนต์ในต่างประเทศ ของบริษัทรถยนต์จีนที่มีมูลค่าสูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยเงินส่วนนี้จะแบ่งออกเป็นการจ่ายเงินสดจำนวน 1,780 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 58,740 ล้านบาทให้กับฟอร์ด และอีก 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 6,600 ล้านบาทสำหรับสิทธิ์ในการเข้าควบคุมและบริหารกิจการของวอลโว่อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งก็รวมถึงการถือครองทรัพย์สินทางปัญญาของวอลโว่
เรียกว่าขายแบบขาดทุนเหมือนกัน เพราะฟอร์ดซื้อกิจการของวอลโว่มาอยู่ในเครือเมื่อปี 1999 ด้วยเงินถึง 6,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 211,200 ล้านบาท ขณะที่ทางมิสเตอร์ Li ว่า ราคาในการซื้อขายครั้งนี้กับ Geely ‘สมเหตุผลดีอยู่แล้ว’ และทางฟอร์ดเอง ก็แฮปปี้กับตัวเลขที่ทาง Geely เสนอมา
การดำเนินการซื้อขายกิจการของวอลโว่กับทาง Geely เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2009 หรือร่วม 1 ปี หลังจากที่ฟอร์ดประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะขายกิจการของวอลโว่อย่างแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าความเคลื่อนไหวจะเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่มีข่าวออกมาให้ติดตามมากนักเหมือนกับการซื้อขายกิจการของซาบ, ฮัมเมอร์ และแซทเทิร์นจากค่ายจีเอ็ม จนกระทั่งทางมิสเตอร์ Li ต้องออกมาบ่นในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึงความล่าช้า
ตามรายงานของรอยเตอร์ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ทาง Zhejiang Geely Holding Group มีความพร้อมที่จะควักเงินจำนวน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 66,000 ล้านบาท ในการเทคโอเวอร์กิจการของวอลโว่ในครั้งนี้ และการดำเนินการ ควรจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ทุกอย่างก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดด้วยวงเงินที่ต่ำกว่าที่คาดเอาไว้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวภายในของ Geely เผยว่า การซื้อขายกิจการในครั้งนี้ ทาง Geely จะต้องจ่ายมากกว่า 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างแน่นอน เพราะยังมีอีก 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 29,700 ล้านบาทรอให้ชำระ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะเป็นค่า Work Capital สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, การเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และการอัพเกรดไลน์ผลิตต่างๆ ซึ่งรวมแล้วเงินทุนที่ Geely จะต้องจ่ายในการดำเนินกิจการทั้งหมดอยู่ที่ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 89,100 ล้านบาท
การซื้อวอลโว่เข้ามาอยู่ในเครือ ทาง Geely จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะจะมีทีมบริหาร ทำหน้าที่ในการดำเนินธุรกิจของวอลโว่อยู่แล้ว ซึ่งทาง Geely จะแค่มองภาพรวม และการกำหนดนโยบายเหมือนกับที่ทางทาทา มอเตอร์ทำอยู่กับ แลนด์โรเวอร์ และจากัวร์
|