LT Bizzes News RT
50
 
ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปกันสักที
Saab - GM - Koenigsegg - Spyker
อีโคโน-มิยากิ : รายงาน
800
Tuesday, 30 March, 2010 9:41 PM
 
saab
 
SAAB
bullet aจั่วหัวอย่างนี้หลายคนคงทราบกันดีว่าเป็นเรื่องอะไร แน่นอนว่าพื้นที่สำหรับสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์รถยนต์สัญชาติสวีเดน ซึ่งรายหนึ่งหมิ่นเหม่อยู่บนปากเหว และพร้อมที่จะเหลือแค่ชื่อ ประดับอยู่ในประวัติศาสตร์รถยนต์โลก ส่วนอีกหนึ่งรายยังไม่รู้ชะตากรรมที่แน่นอนของตัวเองสักที

bullet aสำหรับเรื่องของ ซาบ แบรนด์รถยนต์ในเครือ จีเอ็ม หรือ เจนเนอรัล มอเตอร์ส เป็นหัวข้อที่ตกเป็นข่าวอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์ของรถยนต์มานานตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2009 หรือพูดง่ายๆ คือ ตั้งแต่ที่ โคนิกเซ็กก์ (Koenigsegg) แบรนด์ซูเปอร์คาร์ของสวีเดน เกิดล้มโต๊ะการซื้อกิจการของซาบจากจีเอ็มไปซะอย่างนั้น ทั้งที่การเจรจาใกล้จะถึงจุดสุดท้ายแล้ว

bullet aเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมา...งานเข้าทันทีแน่นอน และเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับจีเอ็มก่อนหน้านี้ไม่นาน นั่นคือ การที่เพนสกี้ ดีลเลอร์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ล้มโต๊ะเจรจาการซื้อกิจการของแซทเทิร์นจากจีเอ็ม

bullet aนั่นก็เลยทำให้อนาคตของซาบกำลังเดินไปสู่วิถีเดียวกับ แซทเทิร์น และ พอนติแอค อีกแบรนด์ที่โดนไปแล้วก่อนหน้านั้น คือ ในเมื่อขายไม่ได้ก็ปิดทิ้งไปให้รู้แล้วรู้รอด เพราะสถานการณ์ของจีเอ็มหลังการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ ก็ยังอยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ ยังต้องปรับโครงสร้าง และประคองบริษัทให้กลับมาเดินได้ตัวเองอีกครั้ง

bullet aข่าวของซาบในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จึงถือเป็นเรื่องที่ชวนหวานเสียวสำหรับแฟนๆ ของแบรนด์รถยนต์นี้ที่มีอยู่ทั่วโลก เพราะแม้ว่าจะมีผู้ที่พร้อมเข้ามาโอบอุ้มต่อจากโคนิกเซ็กก์อย่าง สปายเกอร์ แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติดัตช์ ซึ่งร่วมกับ Convers Group กลุ่มนายทุนชาวรัสเซีย ที่ถือหุ้นอยู่ในสปายเกอร์ เพื่อเทคโอเวอร์กิจการของซาบ แต่ดูเหมือนว่าทางจีเอ็ม จะไม่ค่อยกระตือรือล้นในการเจรจาสักเท่าไร เอาแต่ปัดข้อเสนออยู่เรื่อยมา

 
 

bullet aแถมซ้ำร้ายยังว่าจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการปิดบริษัท เข้ามาดูแลกระบวนการปิดบริษัทซาบซะอีก เช่นเดียวกับผู้บริหารของจีเอ็ม ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ว่ามีแต่คนติดต่อเข้ามา แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครอยากจะควักเงินกันเลย ซึ่งถ้ายังหาคนมารับช่วงต่อไม่ได้ ซาบก็คงต้องปิดกิจการกันไป

bullet aอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้คงมีข่าวดีให้แฟนๆ ซาบทั่วโลกชื่นใจกันบ้าง เมื่อทางจีเอ็มรับข้อเสนอครั้งล่าสุดของสปายเกอร์ไปแล้ว  หลังจากที่สปายเกอร์ต้องยื่นข้อเสนอรวม 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านความเห็นชอบของจีเอ็ม ในเรื่องของสถานะทางด้านการเงิน ซึ่งดูแล้วบริษัทที่มีการผลิตรถสปอร์ตเพียงแค่ 50 คันต่อปี จะมาแบกภาระบริษัทที่ต้องผลิตรถยนต์ในระดับ 100,000 คันต่อปีได้อย่างไร

bullet aอีกทั้งในช่วงนั้น สปายเกอร์ยังโดนทางกลุ่มทุน Genii ในลักเซมเบิร์ก (ซึ่งถือหุ้นอยู่ในทีมแข่งเรโนลต์ด้วย) ที่ได้รับการสนับสนุนจากทาง เบอร์นี แอคเคิลสโตน ผู้กุมสิทธิ์ประโยชน์ของ F1 เข้ามาแทรกแทรงการเจรจากับทางจีเอ็มด้วยการทุ่มเงินถึง 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 129,500 ล้านบาทในการเทคโอเวอร์ครั้งนี้ แต่สุดท้ายแล้วก็เหมือนกับเข้ามากวนน้ำให้มันขุ่นซะงั้น เพราะหลังจากนั้นข่าวของซาบกับ Genii ก็เงียบหายไป

bullet aการเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเรื่องของการเจรจาทุกอย่างภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยทั้ง 2 บริษัท จะมีการรวมตัวกันเป็นบริษัทใหม่ที่เรียกว่า Saab Spyker Automobiles N.V. ซึ่งว่ากันว่าสปายเกอร์จะต้องจ่ายเงินสดให้กับจีเอ็มเป็นจำนวน 74 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 2,590 ล้านบาท (ทั้งที่บริษัทสปายเกอร์มีราคาประเมินไม่เกิน 85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 2,975 ล้านบาท)

 
 
• แถลงการณ์ร่วมระหว่าง ซาบ และ สปายเกอร์ ที่สตอคโฮล์ม
800

bullet aโดยจะเป็นการแบ่งชำระ 2 งวด คือ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,750 ล้านบาทในวันที่การเจรจาเทคโอเวอร์เสร็จสิ้นลง ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ และอีก 24 ล้านเหรียฐสหรัฐฯ หรือ 840 ล้านบาทจะจ่ายในวันที่ 15 กรกฏาคม จากนั้นจะต้องจ่ายอีก 326 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 11,410 ล้านบาทแต่คราวนี้จะเป็นในรูปแบบของหุ้นในบริษัทใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นมา

bullet aงานนี้มีแต่คนบอกว่าเหมือนกับเตี้ยอุ่มค่อม เพราะตัวซาบเองก็ทำเอาจีเอ็มกระเป๋ารั่วมาทุกปี อย่างในปี 2008 ก็ขาดทุนร่วม 340 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 11,900 ล้านบาท ขณะที่สปายเกอร์เองก็ขาดทุนไปถึง 8.7 ล้านยูโร หรือ 435 ล้านบาทในการประกอบการช่วง 6 เดือนแรกของปี 2009

bullet aสำหรับเงินกู้ยืมจำนวน 562 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 19,670 ล้านบาทที่ทางซาบยื่นขอกู้ทางจาก ธนาคารเพื่อการลงทุนของยุโรป หรือ European Investment Bank โดยผ่านการรับรองของรัฐบาลสวีเดน ในตอนนี้ทางสหภาพยุโรป กำลังเดินหน้าเพื่อทบทวนถึงการอนุมัติเงินก้อนนี้ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งเงินก้อนนี้ จะช่วยในการต่อลมหายใจในการอยู่รอดของซาบ (และอาจจะรวมถึงสปายเกอร์ด้วย)

bullet aงานนี้ต้องดูกันต่อไปว่า...สุดท้ายแล้วจะไปลงเอยกันที่ไหน

800
VOLVO
 
Volvo
 

bullet aสำหรับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดนอีกรายที่กำลังจะกระเด็นออกจากอ้อมอกของผู้ผลิตรถยนต์อเมริกัน คือ วอลโว่ คาร์ ซึ่งในตอนนี้ข่าวระบุอย่างชัดเจนแล้วว่า คงไม่มีการล้มโต๊ะอย่างแน่นอน และทาง Geely ผู้ผลิตรถยนต์จากจีน ระบุวันอย่างแน่นอนออกมาแล้วว่า จะเซ็นสัญญาการซื้อกิจการของวอลโว่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ใช้เวลานานร่วม 2 ปีนับจากการประกาศขายในเดือนธันวาคม 2008 กว่าที่จะเจอเจ้าของใหม่

bullet aแน่นอนว่าราคาของการซื้อขายในครั้งนี้ไม่มีการเปิดเผย แต่ทางสื่ออย่างหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ นิวส์รายงานว่าตัวเลขน่าจะอยู่ที่ 1.5-2.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 525,000-700,000 ล้านบาท เรียกว่าขาดทุนแน่นอน เพราะว่าในปี 1999 ตอนที่ฟอร์ดซื้อกิจการของวอลโว่ เพื่อสานฝันการลุยตลาดรถยนต์หรูภายใต้กลุ่ม PAG-Premier Automotive Group นั้น ต้องควักเงินไปถึง 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 702,000 ล้านบาท

 
 

bullet aนอกจากนั้นทางหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ นิวส์รายงานอีกว่า Geely วางแผนเพิ่มตัวเลขกำลังการผลิตรถยนต์ของวอลโว่ในปี 2011 ทันที โดยจะมีตัวเลขมากกว่าปี 2009 ถึงเท่าตัว พร้อมกับเตรียมสร้างโรงงานแห่งใหม่ในกรุงปักกิ่ง โดยวางเป้าหมายว่า จะพาวอลโว่กลับมามีกำไรอีกครั้งภายในปี 2011

bullet aได้ยินอย่างนี้ แฟนๆ ของวอลโว่ก็คงเบาใจ •

 
Spyker
 

มาทำความรู้จักกันกันหน่อย
Spyker คือใคร

bullet a1875 : Hendrik-Jan และ Jacobus Spijker ก่อตั้งบริษัทผลิตรถพ่วงสำหรับใช้ในการขนย้ายม้าที่เมือง Hilversun ในเนเธอร์แลนด์

bullet a1898 : ชื่อของ Spyker เป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อผลิต Golden Coach ส่งให้กับพระราชินี Wilhelmina แห่งเนเธอร์แลนด์ และในปีเดียวกันนั้น Spyker ผลิตยานพาหนะคันแรกออกมาโดยใช้เครื่องยนต์สูบเดียวของเบนซ์

bullet a1903 : Spyker เปิดตัวรถแข่งกรังด์ปรีซ์ขนาด 60 แรงม้า และถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 6 สูบ และยังขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา

bullet a1925 : ชื่อของ Spyker หายไปจากตลาดรถยนต์ เพราะประสบปัญหาทางด้านการเงิน และตลอดการทำตลาดในช่วงนั้น มีการผลิตรถยนต์ออกมาประมาณ 2,000 คัน

bullet a2000 : Spyker กลับมาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวในงานบริติช มอเตอร์โชว์ โดยที่มีวิคเตอร์ มุลเลอร์เป็น CEO ซึ่งตัวเขาเองไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์มาก่อน เป็นทนายความและนักธุรกิจที่มีความหลงใหลในรถยนต์คลาสสิคเท่านั้นเอง

bullet a18 มกราคม 2010 : มุลเลอร์กล่าวในที่ประชุมของ Automotive News World Congress ว่า ตัวเขามีความคิดในการผนึกกำลังนำ Spyker และซาบรวมเป็นหนึ่งเดียว และจะผลักดันให้ Spyker ติดในท็อปไฟว์ของแบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับหรูหราในโลกต่อจากเฟอร์รารี, ลัมบอร์กินี, แอสตัน มาร์ติน และเบนท์ลีย์

800
R E L A T E D - N E W S :
 
GLOBAL NEWS : Volvo ใกล้ได้เจ้าของใหม่ Geely มาวิน
GLOBAL NEWS : BMW Group เตรียมเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ในประเทศจีน
GLOBAL NEWS : Ford ประกาศสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่
800
all  
 
50
 
LB
   
 
RB