 |
| |
| เรื่อง : ฟอร์ด ประเทศไทย |
Monday, 19 September, 2011 0:09 AM |
|
 |
| |
|
| |
ช่วงนี้ทุกท่านคงได้ยินข่าวอุทกภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงอิทธิพลของมรสุมฤดูฝน ที่พัดผ่านเข้าประเทศไทย ทำให้พายุฝนฟ้าคะนองมีให้เห็นกันเกือบทุกวัน ในช่วงอากาศแปรปรวนสุดจะคาดเดาเช่นนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย มีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน เตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วม รวมถึงเทคนิคง่ายๆ ในการดูแลรักษารถยนต์หลังผ่านช่วงวิกฤติ
การเตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วม
สถานการณ์น้ำท่วมนับเป็นเหตุสุดวิสัย แต่หากเราพอจะมีเวลาหลังทราบข่าว ขอแนะนำให้นำรถยนต์ของคุณไปจอดไว้ในที่สูง (ถ้าเป็นไปได้) และเก็บสิ่งของมีค่าออกจากรถ ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไฟลัดวงจร
ทำอย่างไรเมื่อน้ำท่วมมาถึง
สำรวจเส้นทางก่อนการเดินทางให้ดี หากหลีกเลี่ยงได้ ควรขับรถอ้อมเส้นทางปกติที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากจะสามารถลดความเสียหาย และค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะน้ำท่วมได้ แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ การขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วม มีข้อควรปฎิบัติดังนี้ |
| |
| • |
ปิดแอร์ - การทำงานของพัดลมระบายความร้อน และสายพานจากคอมเพสเซอร์แอร์ ซึ่งปกติมักจะติดตั้งอยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้เกิดการตีน้ำเข้าไปในห้องเครื่อง ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับ หรือตีเศษขยะ, ถุงพลาสติก, เศษไม้ ขึ้นมาทำความเสียหายให้เครื่องยนต์ได้ ทั้งนี้ระบบระบายความร้อนควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพราะการปิดแอร์ จะทำให้พัดลมระบายความร้อนจากแอร์หยุดทำงาน หากระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์จุดอื่นไม่สมบูรณ์ ก็อาจส่งผลเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้เช่นกัน |
| • |
ใช้รอบเครื่องต่ำ ใช้เกียร์ต่ำ - แนะนำให้ใช้เกียร์ 2 สำหรับรถยนต์ทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ (หรือ L ในเกียร์อัตโนมัติบางรุ่น) ค่อยๆ ขับรถช้าๆ พยายามอย่าเหยียบเบรก หรือเร่งความเร็วโดยไม่จำเป็น |
| • |
อย่าเบิ้ล หรือเร่งเครื่องแรงๆ - เพราะผู้ขับหลายๆ ท่าน เกรงน้ำจะเข้าเครื่องยนต์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แรงดันจากท่อไอเสีย ก็เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่ท่อไอเสีย การเร่งเครื่องจะสร้างภาระการทำงานให้เครื่องยนต์ ทำให้เกิดความร้อนที่สูงขึ้น และใบพัดลมระบายความร้อนก็จะตีเอาน้ำหรือเศษขยะเข้าใส่ห้องเครื่องอีกเช่นกัน |
| • |
ค่อยๆ เบรก ซ้ำๆ บ่อยๆ - เมื่อพ้นจากพื้นที่น้ำท่วมขังแล้ว สิ่งที่อันตรายในลำดับต่อมาคืออาการ 'เบรกลื่น' วิธีการง่ายๆ ที่จะแก้ไข คือ ค่อยๆ เหยียบเบรก เหยียบย้ำๆ เบาๆ แต่ทำบ่อยๆ การเหยียบเบรกแรงๆ อาจทำให้เกิดการล็อคของระบบเบรก ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ นอกจากนี้การเหยียบเบรกแรงๆ จะทำให้เกิดความร้อนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จานเบรกคด จากการขยายตัวและหดตัวของเนื้อเหล็ก |
|
| |
|
| |
| • Mr.Tom Dohrmann วิศวกรของฟอร์ด ได้ปรับตำแหน่งการจัดวางชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเลคทรอนิคและท่อดักอากาศ ให้สูงขึ้นกว่าปกติ เพื่อช่วยให้รถสามารถลุยน้ำได้สูงสุด และทำการทดสอบ Ford Ranger ด้วยการลุยน้ำในระดับ 800 มม. ใช้ความเร็ว 7 กม./ชม. |
 |
| |
สิ่งที่ควรทำ…หลังน้ำท่วม
เมื่อระดับน้ำเริ่มลด หนึ่งในสิ่งแรกที่เจ้าของรถส่วนใหญ่มักนึกถึง คือ 'รถจะเป็นอย่างไรบ้าง?' ฟอร์ด ประเทศไทย ขอแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ต่อไปนี้ |
| |
| • |
เปิดประตูรถ และกระจกรถออกให้กว้าง - เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ป้องกันกลิ่นอับชื้น |
| • |
อย่าสตาร์ทรถทันที - ควรเปิดฝากระโปรงรถเพื่อสำรวจให้มั่นใจว่า ไม่มีเศษอะไรมาติดอยู่ในตัวเครื่องยนต์ ตรวจเช็คชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคต่างๆ ในตัวถัง รวมทั้งสายไฟในบริเวณต่างๆ ว่ายังอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ หากไม่มั่นใจควรนำรถเข้าศูนย์บริการโดยใช้รถยก เพื่อป้องความเสียหายที่ไม่คาดคิดได้ |
| • |
อย่าพ่วงไฟ - ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีระบบไฟฟ้าลัดวงจร ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบเครื่องยนต์ และระบบไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หากไม่มั่นใจ นำรถเข้าศูนย์บริการโดยใช้รถยก |
| • |
ทำความสะอาดรถยนต์ โดยเฉพาะภายใน - แนะนำให้ทำความสะอาดภายในรถอย่างละเอียด ตั้งแต่การถอดพรมปูพื้น การซักทำความสะอาดเบาะในกรณีที่เป็นเบาะผ้า รวมถึงการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคในฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของอากาศที่จะหมุนเวียนในรถเมื่อเราเปิดแอร์ |
| • |
นำรถเข้าศูนย์ให้เร็วที่สุด - ให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาแอร์ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย รวมถึงน้ำมันรถในถัง ที่อาจจะเกิดการเสื่อมคุณภาพจากการถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน • |
|
| |