motortrivia.com
m2 TIPS and TECHNIC SECTION | BACK TO TIPS and TECHNIC MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
Brake Fluid
 
เรื่อง : Garage Man Sunday, 3 July, 2011 0:29 AM
800x
 
Taking care of your car
ตอนที่ 3: จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อน้ำมันเบรกของรถคุณเสื่อมสภาพ
 
 
baหายไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากการงานรัดตัวจริงๆ ครับ อาทิตย์ที่ผ่านมาพอดีเพิ่งมีโอกาสเปลี่ยนน้ำมันเบรกรถตัวเอง นึกขึ้นได้ว่าน่าจะพูดถึงเรื่องนี้สักหน่อย เลยรีบปั่นแล้วส่งอี-เมลไปให้ มอเตอร์ทริเวีย น่าจะทันให้อ่านกันวันอาทิตย์สบายๆ (อย่าลืมออกไปเลือกตั้งกันด้วยนะครับ)

baเมื่อก่อน ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปทราบว่า เมื่อถึงกำหนดเวลา หรือระยะทางที่กำหนด เราก็ต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรก หรือ ถ้าใช้อย่างเดียว ไม่ได้จดบันทึกเอาไว้ว่า เปลี่ยนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ก็อาศัยการคาดคะเนเอาว่า ดูแล้วน้ำมันเบรกมันกลายเป็นสีคล้ำ ก็เปลี่ยนเสียทีนึง

baหากคุณเป็นคนช่างสงสัยแล้วถามว่า "ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรก? ใช้ไปเรื่อยๆ จะเป็นอะไรไหม?" คำตอบที่ได้ (ง่ายๆ) ก็คือ 'น้ำมันเบรกมันเสื่อมสภาพ' จึงต้องเปลี่ยน

เรื่องของทฤษฎี
baในปัจจุบัน ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น พูดกันแบบไม่อาย ความรู้ด้านทฤษฎีต่างๆ มีหลายครั้งผู้ใช้รถยนต์มีความรู้มากกว่าช่างเสียอีก เช่น เราทราบแล้วว่า คุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของน้ำมันเบรก คือ 'ต้องมีจุดเดือดสูง' เพื่อที่จะให้แน่ใจว่า เมื่อเราใช้เบรกรถยนต์ ไม่ว่าจะงานหนัก - เบาอย่างไร จะต้องไม่มีเหตุการ 'น้ำมันเบรกเดือด' (Vapor lock) อย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่น้ำมันเบรกเดือด นั่นหมายความว่า มีฟองอากาศเกิดขึ้นในระบบเบรก ผลที่ตามมาย่อมเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากเมื่อเราเหยียบเบรกลงไปแล้วพบว่า แป้นเหยียบเบรกจมวูบลงไป และไม่มีอาการหน่วงใดๆ เกิดขึ้นที่ล้อรถยนต์เลย (หายนะไหมล่ะ คุณว่า)

baและ... เราทราบว่า น้ำมันเบรกนั้นมีคุณสมบัติอีกอย่าง คือ 'มันรวมตัวกับความชื้น (น้ำ) ได้ดี' ดังนั้นต้องไม่มีน้ำแยกตัวเป็นอิสระอยู่ในระบบเบรก เพราะน้ำมีจุดเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส แต่น้ำมันเบรกมีจุดเดือดสูงกว่า 200 องศา น้ำมันเบรกจึงรวมเอาความชื้นเข้ามาผสมกับตัวมันเสมอ นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรกตามเวลา หรือระยะทางที่กำหนด 'เพราะน้ำมันเบรกจะมีจุดเดือดต่ำลงเรื่อยๆ'

ba
นี่เป็นความรู้ที่เราทราบ และถูกต้องตามทฤษฎี

baการที่เราทราบถึงทฤษฎีต่างๆ นั้นเป็นเรื่องดี แต่บางครั้งการหมกมุ่นกับทฤษฎีมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการวิตกจริตได้เช่นกัน อาทิ เรื่องความสำคัญของจุดเดือดน้ำมันเบรก พอเราทราบว่าน้ำมันเบรกจุดเดือดสูงๆ นั้นดีกว่า เราก็ไปเสาะหาน้ำมันเบรกที่มี DOT สูงกว่าที่เคยใช้ จาก DOT3 ก็ต้องเป็น DOT4, DOT5 ไปโน่น (เรื่อง DOT5 ไม่เหมาะอย่างไรจะว่าถึงอีกที) ซึ่งบางครั้งก็อาจจะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หรือกลายเป็นผลเสียก็มี

baเรื่องที่ว่า "ถ้าเราไม่เปลี่ยนน้ำมันเบรกตามระยะ...เดี๋ยวน้ำมันเบรกเดือด" ตามทฤษฎีนั้นจริงแท้แน่นอน แต่ในทางปฏิบัติ ยากมากๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวในงานช่างของผมเอง และจากการสอบถามเพื่อนๆ ที่เป็นช่างจำนวนมาก ยังไม่มีใครพบเจอกับรถยนต์ที่ประสบกับปัญหาน้ำมันเบรกเดือดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าน้ำมันเบรกนั้นจะดูแล้ว 'แย่' เพียงใดก็ตาม (การใช้งานเบรกหนักๆ จนเกิดความร้อนสูงๆ มักเกิดปัญหาอย่างอื่นมากกว่า)

ba"อ้าว...อย่างนั้นก็ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรกเลยสิ?" ไม่ครับ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น
 
Brake Fluid
 
ทำไมต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรก
baผมหมายความว่า เรื่องจุดเดือดของน้ำมันเบรกนั้นสำคัญ แต่บริษัทน้ำมันเบรกเขาก็กลัวเรื่องนี้เหมือนกัน และได้ผลิตน้ำมันเบรกที่มีจุดเดือดสูงกว่า DOT ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว เช่น DOT3 ต้องมีจุดเดือด 205 องศาเซลเซียส แต่น้ำมันเบรกหลายๆ ยี่ห้อก็ทำ DOT3 ที่มีจุดเดือด 230 องศา ซึ่งเทียบเท่ากับ DOT4 และน้ำมัน DOT4 ก็ผลิตออกมาให้มีจุดเดือด 260 องศา ซึ่งเทียบเท่าน้ำมันเบรก DOT5

baการไม่เปลี่ยนน้ำมันเบรก จะเกิดผลอย่างอื่นมากกว่า เริ่มแรก เมื่อน้ำมันเบรกเริ่มเสื่อมสภาพ หรือเรียกกันบ้านๆ ว่า 'น้ำมันเบรกเน่าเสีย' จะส่งผลต่อคุณสมบัติสำคัญอีกอย่างคือ 'การหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ในระบบเบรก' เช่น ลูกสูบ, เบรก และลูกยางต่างๆ รวมทั้งตัวน้ำมันเบรก จะมีสภาพคล้ายยางเหนียวๆ และมีตะกอนแข็งๆ จับตามผนังของแม่ปั๊มเบรก และกระบอกเบรกที่ล้อ

baสิ่งแรกที่มักจะเกิดขึ้นคือ ปัญหาน้ำมันเบรกรั่วตามกระบอกเบรกที่ล้อ โดยเฉพาะกระบอกเบรกแบบ ดรัมเบรก เพราะลูกสูบในกระบอกเบรกแบบดรัมเบรก จะเคลื่อนตัวเป็นระยะทางมากกว่า เมื่อเทียบกับแบบดิสก์เบรก ฉะนั้น ถ้าเป็นรถปิคอัพที่มักจะเป็นแบบดิสก์เบรกหน้า และดรัมเบรกหลัง เราก็จะพบว่า กระบอกเบรกหลังรั่ว ถ้าเราไม่รู้ น้ำมันเบรกก็จะไหลเลอะผ้าเบรก และจานเบรก ทำให้เกิดอาการเบรกไม่ค่อยอยู่

baถ้าเรายังไม่รู้อีก และใช้งานจนกระทั่งน้ำมันเบรกหมดกระปุก ก็จะพบกับอาการ เบรกต่ำ มาก คือ ต้องเหยียบแทบมิด หรือต้องย้ำ จึงจะพออยู่ เนื่องจากเบรกจะทำงานเฉพาะล้อหน้า (ระบบเบรกจะต้องแยกวงจรเสมอ เช่น หน้ากับหลัง, หน้าขวากับหลังซ้าย หรือ หน้าซ้ายกับหลังขวา เป็นต้น)

การแก้ไขแบบปกติ...ที่มักจะเกิดเหตุไม่ปกติตามมา
baเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็รีบเอารถรถไปซ่อม พอช่างตรวจ ก็จะทำการ 'แก้ไขปัญหาเบรกรั่วตามปกติ' ซึ่งถ้าช่างที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ มักจะมีปัญหาตามมา นั่นคือ หลังจากเปลี่ยนกระบอกเบรกหลัง หรือเปลี่ยนลูกยางเบรก ก็จะทำการไล่ลมเบรก ลองขับดูนิดหน่อย แล้วก็ปล่อยรถให้ลูกค้าไปใช้

baหลังจากนั้นวันสองวัน มักจะมีอาการที่สองตามมา คือ 'อาการเบรกจม' มักจะเกิดเวลาที่เราขับช้าๆ รถติดๆ ขับตามๆ กัน ตอนลงสะพาน แล้วเราเหยียบเบรกเบาๆ แป้นเหยียบเบรกจะค่อยๆ จมตามแรงเท้า จนกระทั่งลงไปยันกับพื้น

baนั่นทำให้เราตกใจ จนกระทั่งเราต้องย้ำเบรกอย่างรุนแรง (โดยอัตโนมัติ) ถึงจะเบรกอยู่

baเหตุที่มีปัญหาเบรกจมตามมา ก็เนื่องมาจากตอนช่างทำการย้ำเบรก ลูกยางในแม่ปั๊มเบรก (ที่อยู่ตรงหม้อลมเบรก เผื่อนึกภาพไม่ออก) จะเคลื่อนตัวเป็นระยะทาง 'มากกว่าปกติ' ทำให้ลูกยางที่ใกล้จะหมดสภาพ ครูดกับผนังกระบอกเบรกที่มีตะกอนแข็งเกาะอยู่ จนลูกยางเป็นรอยมาก พอเหยียบเบรกเบาๆ ลูกยางยังเบ่งตัวไม่เต็มที่ ก็จะทำให้เกิดการรั่วภายในตัวแม่ปั๊มเบรก ส่งผลให้เบรกจม ถ้าเหยียบแรงๆ ลูกยางก็เบ่งตัวมาก ทำให้เบรกอยู่
 
Brake Fluid
 
• หน้าตาของลูกยางในแม่ปั๊มเบรก
800x
 
baแน่นอน... รถเราเพิ่งไปซ่อมระบบเบรกมา เอาไปใช้ไม่กี่วัน ไฉนกลับมีปัญหาแบบอื่นอีก เป็นใครก็ย่อมต้องคิดในทางที่ว่า ช่างทำไม่ดี และอาจมีการกลับไปต่อว่าช่าง ว่าทำไปแล้วทำไมเบรกจม?

baถ้าช่างท่านนั้นพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ก็จะเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ปัญหาทุกอย่างก็อาจจะคลี่คลายไปโดยง่าย หรือคุณๆ ที่กำลังโมโห ก็อาจจะเย็นลงเมื่อได้รับคำอธิบาย

baแต่ถ้าไปเจอช่างท่านที่ไม่เก่ง แถมยังลองรถไม่เป็น พอขับทดสอบก็จะลองขับแล้วเหยียบเบรกแรงๆ เบรกมันก็ไม่จม ไม่พบอาการ ส่วนลูกค้าก็รู้แต่ว่าเบรกมันจม (ก็จมจริงๆ) เพียงแต่มันไม่ได้จมทุกครั้งที่เบรก อย่างนี้ก็มีปัญหาเถียงกันวุ่นวายแน่ เสียสุขภาพจิตกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ถ้าช่างท่านที่มีประสบการณ์สูง จะต้องแนะนำให้ซ่อม หรือเปลี่ยนแม่ปั๊มเบรกไปด้วยเลย ถ้าเห็นว่าน้ำมันเบรกมันเน่ามาก เนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเบรกมานาน

baส่วนรถที่เป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ จะไม่ค่อยพบอาการน้ำมันเบรกรั่ว แต่ถ้าใช้จนกระทั่งน้ำมันเบรกเน่าเสีย พอนึกได้ว่าควรจะเปลี่ยนน้ำมันเบรก ก็มักจะพบปัญหาอาการเบรกจม เวลาเหยียบเบรกเบาๆ ตามมาเช่นกัน หรือหนักหน่อยก็จะมีอาการ 'น้ำมันเบรกยุบหายไป แต่ตรวจหาที่ล้อกลับไม่พบรอยรั่ว' ปรากฏว่า 'น้ำมันเบรกรั่ว แล้วถูกดูดไปอยู่ในหม้อลมเบรก' ก็มี

baสรุปว่าน้ำมันเบรกนั้น ควรเปลี่ยนตามระยะทาง และเวลาที่กำหนด เรื่องจุดเดือดนั้นไม่ต้องกังวลมากนัก ไม่เช่นนั้นปัญหาจุกจิกจำพวกลูกยางเบรกรั่ว เบรกจมบางครั้งเวลาเหยียบเบรกเบาๆ จะทำให้เราหงุดหงิดเสียอารมณ์ เสียเวลา เสียเงินมากกว่าที่ควร หรือ พอดี พอร้าย อาจต้องไปทะเลาะกับช่างให้เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ครับ...

baว่าแต่ว่า คุณเปลี่ยนน้ำเบรกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? •
 
 
1000x
 
 
R E L A T E D   N E W S  :
• TECHNIC  : Taking care of your car ตอนที่ 02 : เหตุที่ไม่ควรเลี้ยวพวงมาลัยเพาเวอร์ (ค้างไว้) จนสุด
• TECHNIC  : Taking care of your car ตอนที่ 01: Oil filter - เหตุผลที่คุณไม่ควรใช้กรองน้ำมันเครื่องเทียม
800x
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail