i want to believe
LT RT
 
50
 
GT ที่ไม่ใช่ Gran Turismo แต่เป็น Gran Torino
800
Last updateSunday, 28 March, 2010 11:45 PM
 
bullet aวันนี้มีพอมีเวลาว่าง...ผู้เขียนเลยได้ออกไปเดินเล่นตามห้าง ก็เลยแวะร้านหนังสือเพื่อยืนอ่านฟรีเสียหน่อย

bullet aหยิบหนังสือเกี่ยวกับหนังมาอ่านเพลินๆ พลันสายตามาเจอกับโฆษณาเกี่ยวกับ DVD และ Blue Ray Disc ของภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เพิ่งลาโรงไปได้ไม่นาน

bullet aภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า Gran Torino ของปู่ คลินต์ อีสต์วู้ด กับชื่อไทยว่า แกรน โทริโน คนกร้าวทะนงโลก ซึ่งจากสายตาที่มองผ่านหน้าปกแล้ว หนังมันออกแนวดรามาที่มีบู๊นิดๆ (เพราะเฮียคลิ๊นต์แกเล่นถือปืนอยู่บนหน้าปก) นี่หว่า แต่ไหงใน Special Feature ของตัวแผ่นดันมีบอกทำนองที่ว่า มารู้จักกับรถยนต์ที่อยู่ในเรื่องนี้กันดีกว่า ทั้ง

- Manning the Wheel: The Meaning of Manhood As Reflected in Wmerica Car Culture
- Gran Torino: More Than a Car: Visit Detroit and the Woodward Dream Cruise, an Annual Vintage Car Event Where Buffs Describe the Unique Bond Between Men and Vehicles

bullet aอ่านแล้วยังกับหนังเกี่ยวกับรถยนต์ยังไงยังงั้น...

bullet aอะฮ๊า...นี่ก็เลยเป็นเป็นตัวจุดชนวนความสงสัยว่า จริงๆ แล้ว Gran Torino หรืออาจจะเรียกว่า GT ก็ได้ แต่ไม่ใช่ Gran Turismo มันคือ อะไรกันแน่

 
01-ฌพฟื ธนพรืน
 
ใบปิดของภาพยนตร์เรื่อง Gran Torino กับรถสปอร์ตของฟอร์ดรุ่นปี 1972
 
 

bullet aความจริงแล้ว รถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับชื่อหนัง คือ รถยนต์ของฟอร์ดที่ผลิตขายในช่วงปี 1968-1976 ในชื่อ ฟอร์ด โตริโน่ โดยเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการอัพสเปก โดยใช้พื้นฐานของรถยนต์รุ่น แฟร์เลน (Fairlane) ของฟอร์ดที่ผลิตในระหว่างปี 1960-1970 ซึ่งในช่วงแรกของการทำตลาด ทั้ง 2 รุ่นจะขายคู่กัน แต่จากนั้นเมื่อแฟร์เลนโดนปลดออกจากตลาด โตริโน่ ก็เลยกลายมาเป็นชื่อเดี่ยวๆ ในการทำตลาด

bullet aโตริโน่ หรือตูริน ในอิตาลี แฟนๆ บอลกัลโช่คงทราบกันดี จาก 2 ทีมฟุตบอลชั้นนำอย่าง ยูเวนตุส และ โตริโน่ เช่นเดียวกับนักเลงรถ เพราะเมืองนี้ถือเป็นเส้นเลือดของอุตสาหกรรมรถยนต์อิตาลี และมีความสำคัญเช่นเดียวกับเมืองดีทรอยต์ของสหรัฐอเมริกา และที่สำคัญนี่คือหนึ่งในชื่อที่ถูกเสนอขึ้นมา สำหรับใช้ตั้งรถสปอร์ต Pony Car รุ่นใหม่ที่ฟอร์ดจะส่งลงขายในตลาด แต่สุดท้าย ‘มัสแตง’ ก็ได้สิทธิ์นี้ไปครองแทน

bullet aในช่วงแรกของการทำตลาด โตริโน่มีทั้งตัวถังซีดาน แวกอน คูเป้ และเปิดประทุน จากนั้นเมื่อถึงช่วงปี 1972-1976 ฟอร์ดส่งอีกทางเลือกในชื่อ  GT หรือ แกรน โตริโน่ตามออกมาขาย โดยเป็นเวอร์ชันพิเศษที่ทำตลาดคู่กับโตริโน่รุ่นปกติ แต่เน้นไปกับรุ่นที่มีสเปกสูง เครื่องยนต์แรงมีทั้งซีดานและคูเป้ 

bullet aรุ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ สปอร์ตคูเป้กับรูปทรงที่โค้งเว้าในสไตล์ Coke Bottle Styling เหมือนกับโอเปิล GT ขณะที่กระจังหน้าทำให้รู้สึกคล้ายกับปลาวาฬเพชฌฆาตนามว่า Namu The Killer Whale ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังมากในปี 1966 ส่วนเครื่องยนต์ก็มีให้เลือกทั้ง 6 สูบเรียง วี6 และวี8 ที่มีความจุระหว่าง 4,100-7,000 ซีซี

bullet aในปี 1972 โตริโน่ และแกรน โตริโน่ ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยการทำยอดขายมากถึง 496,645 คัน และเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดสามารถแซงหน้ารถสปอร์ตรุ่น Chevelle ของเชฟโรเลตไปได้นับตั้งแต่รถสปอร์ตรุ่นนี้เปิดตัวออกมาในปี 1964

bullet aอย่างไรก็ตาม ความต้องการของตลาดที่ลดลงบวกกับปัญหาเรื่องวิกฤตการณ์น้ำมัน ทำให้โตริโน่ประสบปัญหาในด้านยอดขายเหมือนกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ และฟอร์ดตัดสินใจที่จะยุบสายพันธุ์นี้ออกจากไลน์ผลิต โดยในปี 1976 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการผลิต โตริโน่มียอดการผลิตอยู่ที่ 193,096 คัน ก่อนที่ฟอร์ดจะนำแชสซีส์ของโตริโน่ไปพัฒนาเป็นรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง LTD II ออกมาทำตลาดแทนที่ในปี 1977

bullet aรถยนต์ที่เข้าฉากในเรื่อง Gran Torino เป็นรุ่นปี 1972 กับรุ่น Gran Torino Sport SportsRoof ส่วนโตริโน่อีกรุ่นที่ได้เข้าฉากในภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ คือ รุ่นปี 1975 กับเรื่อง Starsky and Hutch

bullet aเห็นอย่างนี้แล้วอยากซื้อ DVD มาดูจังเลย...แต่คงต้องอดใจสักนิด ให้เงินเดือนออกมาเสียก่อน เพราะของลิขสิทธิ์ ราคาเอาเรื่องเหมือนกัน

 
02-Gran Torino
 
03-Gran Torino
 
Gran Torino Sport SportsRoof รุ่นปี 1972 ที่เข้าฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้
 
04-Gran Torino
 
อีกรุ่นของโตริโน่ที่ได้รับความนิยมในวงการภาพยนตร์คือ รุ่นปี 1975 กับซีรีส์ทางโทรทัศน์ Starsky and Hutch
 
05-Gran Torino
 
งานรีเมคที่กลายมาเป็นภาพยนตร์ใหญ่ที่เบน สติลเลอร์เล่นกับโอเวน วิลสันก็ยังใช้โตริโน่ 1975 เหมือนเดิม
 
06-Gran Torino
 
โตริโน่รุ่นแรกเปิดตัวในปี 1968 และถือเป็นรุ่นย่อยหนึ่งในรถยนต์ตระกูลแฟร์เลน
 
800
50
 
LB
all
Watch this
RB