 |
| |
| บทความประชาสัมพันธ์ |
Monday, 2 January, 2012 0:02 AM |
|
 |
| |
|
| |
ย้อนไปในปี ค.ศ.1886 Benz Patent-Motorcar รถยนต์คันแรกของโลกได้ถูกประดิษฐ์ขึ้น ช่วยให้วิถีการดำเนินชีวิตในสังคม เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการเดินทาง ที่รถยนต์เข้ามามีบทบาทต่อการชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ตลอด 125 ปี หรือกว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา รถยนต์ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง Mercedes-Benz ในฐานะผู้นำแห่งโลกยานยนต์ ยังคงเดินหน้าคิดค้น พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์ ดีไซน์ สมรรถนะ ตลอดจนเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวกสบาย และความเพลิดเพลินในการขับขี่มากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยปกป้องชีวิตของผู้ขับขี่ รวมถึงผู้ที่สัญจรไปมาบนท้องถนนได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
ความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เล็งเห็นถึงความสำคัญ เพราะความสะดวกสบาย จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถโลดแล่นอยู่บนถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ด้วยแนวคิดที่ว่า 'ผู้ขับขี่ที่รู้สึกผ่อนคลายเท่านั้นที่จะเป็นผู้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย'
เราคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นอันดับแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องต่างๆ ในระหว่างการขับขี่ และมีสมาธิในการขับรถไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟังก์ชั่นการควบคุมสมรรถนะรถยนต์ การดีไซน์ตามหลักสรีรศาสตร์ การควบคุมระบบปรับอากาศภายในรถ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อให้ง่ายต่อการขับขี่ และปัจจัยต่างๆ ที่สามารถช่วยสร้างความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้นให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ ตลอดจนการช่วยเสริมให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น
การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือ การออกแบบฐานล้อยาว และระบบโครงสร้างตัวถังแบบ เทลเลอร์เมด ตามคอนเซ็ปต์ต่างๆ ที่ช่วยให้ทุกการขับขี่เป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยในปี ค.ศ.1931 นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการผสานการใช้งาน ระบบช่วงล่างแบบอิสระ กับล้อทั้ง 4 ล้อ โดยทำงานร่วมกับแกนล้อ แบบ Swing axle ทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวล ผู้ขับขี่สามารถขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับระยะใกล้หรือไกล |
| |
 |
| |
| • ระบบช่วงล่างแบบอิสระกับล้อทั้ง 4 ล้อ ซึ่งทำงานร่วมกับแกนล้อ แบบ Swing axle ทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวล เป็นเทคโนโลยีโครงสร้างช่วงล่างที่ได้ถูกนำมาใช้ใน Mercedes-Benz 170 |
 |
| |
เทคโนโลยีโครงสร้างช่วงล่างที่มีความโดดเด่นในยุคนั้น ได้ถูกนำมาใช้ใน Mercedes-Benz 170 ต่อมาในปี ค.ศ.1961 มีการนำระบบช่วงล่างแบบ Air suspension เข้ามาใช้ใน Mercedes-Benz 300 SE ซึ่งระบบนี้ช่วยสร้างความสมดุลให้แก่การขับขี่ ด้วยการช่วยลดแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากสภาพพื้นผิวถนนที่ขรุขระ โดยเทคโนโลยีนี้ยังได้รับการพัฒนา และนำมาใช้กับโมเดลตัวท็อปอีกมากมาย อาทิ Prestigious 600 ซึ่งทำให้มาตรฐานความสะดวกสบายในยานยนต์รุดหน้าไปอีกขั้น
ในปี 1998 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่ อันเป็นที่กล่าวขวัญเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมยานยนต์ นั่นคือ ระบบ AIRMATIC หรือ Adaptive Intelligent Ride Control ซึ่งเป็นระบบที่บูรณาการการทำงานของช่วงล่างแบบ Air suspension เข้ากับระบบ ADS (Adaptive Damping System) ให้การควบคุมการเคลื่อนไหวของล้อแต่ละข้างเป็นไปอย่างอิสระ และยังสามารถปรับการทำงานตามสภาพการขับขี่ บนพื้นผิวถนนในลักษณะต่างๆ รวมไปถึงสไตล์การขับขี่ |
| |
 |
| |
| • ระบบ AIRMATIC หรือ Adaptive Intelligent Ride Control ระบบที่ช่วยให้การควบคุมการเคลื่อนไหวของล้อแต่ละข้าง ให้เป็นไปอย่างอิสระ สามารถปรับการทำงานตามสภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนในลักษณะต่างๆ รวมไปถึงสไตล์การขับขี่ |
 |
| |
พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาระบบ Intelligent Driver Assistance ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นพาร์ทเนอร์คู่ใจ พร้อมที่จะลุยไปได้ในทุกสภาพของท้องถนน ด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยประมวลผลสภาพแวดล้อมระหว่างการขับขี่ ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยสร้างสุนทรียภาพในการขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่อย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงสภาพภายนอกว่าจะเป็นอย่างไร
ในปี ค.ศ.2003 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการยานยนต์ถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้พัฒนาเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ โดยนำมาใช้กับรถยนต์นั่งโดยสารรุ่นต่างๆ มากมาย อาทิ E 500, S 430, S 500, CL 500 และ SL 500 V8 เป็นครั้งแรกของโลก โดยเทคโนโลยีนี้ได้ยกระดับความสะดวกสบายสูงสุดในการควบคุมขณะขับขี่ ช่วยให้การทำงานประสานกับเครื่องยนต์ เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ |
| |
 |
| |
| • เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (7G-TRONIC PLUS) ที่ช่วยให้การควบคุมขณะขับขี่มีความสะดวกสบายสูงสุด และช่วยให้การทำงานประสานกับเครื่องยนต์ เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ |
 |
| |
และล่าสุดในปี 2010 เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะนี้ ก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่เรียกว่า 7G-TRONIC PLUS ทำให้การปรับเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบเรียบและนุ่มนวล โดยนำมาใช้กับท็อปโมเดลอย่าง CL-Class และ S-Class ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ BlueDIRECT ที่ช่วยประหยัดการใช้น้ำมันถึง 24%
นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในขณะจอดรถอย่าง ระบบช่วยการนำรถเข้าจอด (Parking Assist System) ผ่านเซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถได้อย่างง่ายดายมากขึ้น โดยมีกล้องแสดงภาพจับภาพด้านหลังขณะถอยรถ และถ่ายทอดสัญญาณภาพให้ปรากฏบนจอแสดงผล (COMAND Display) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวางได้อย่างชัดเจน และสามารถกะระยะได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกใน Mercedes-Benz S-Class ในปี ค.ศ. 2005 |
| |
 |
| |
| • ระบบช่วยการนำรถเข้าจอด (Parking Assist System) ผ่านเซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด โดยถ่ายทอดสัญญาณภาพให้ปรากฏบนจอแสดงผล |
 |
| |
นอกจากระบบและโครงสร้างต่างๆ ที่ช่วยให้การขับขี่และการควบคุมรถ เป็นไปด้วยความสะดวกสบายแล้ว อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยหลักสำคัญในการดีไซน์ห้องโดยสาร คือ การดีไซน์รถที่ปรับตัวเข้าหาความต้องการของผู้ใช้งาน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี ที่ช่วยเสริมให้ภายในห้องโดยสาร มีสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อาทิ การควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร
ในปี ค.ศ.1977 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เริ่มติดตั้งระบบควบคุมสภาพอากาศอัตโนมัติ (Automatic Climate Control) ในรุ่น S-Class ซึ่งระบบควบคุมสภาพอากาศอัตโนมัติ จะทำหน้าที่รักษาระดับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามที่ได้ปรับตั้งไว้ก่อนขับ ตลอดจนระหว่างการขับขี่ ซึ่งระบบจะช่วยควบคุมอุณหภูมิ โดยที่ผู้ขับไม่ต้องทำการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิที่ตั้งไว้ในระหว่างการใช้งาน ทำให้ผู้ขับขี่มีสมาธิ และสามารถขับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ |
| |
 |
| |
| • ระบบควบคุมสภาพอากาศอัตโนมัติ (Automatic Climate Control) ใน S-Class |
 |
| |
สำหรับเบาะนั่ง ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของความสบายที่จะละเลยไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะพิถีพิถันเลือกสรรวัสดุ และการออกแบบที่คำนึงถึงความสบายของผู้โดยสารเป็นหลัก ดังนั้นดีไซน์ของเบาะนั่ง จึงมีเป้าหมายหลักในการลดความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ โดยเฉพาะการขับรถทางไกล ซึ่งเบาะนั่งภายในรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถเลือกปรับพนักพิงหลังได้ตามความเหมาะสมกับรูปร่าง และสรีระของผู้ใช้งาน และที่นั่งด้านหน้ายังสามารถเลือกปรับได้ถึง 12 แบบ เพื่อความสบายที่เหนือชั้นของผู้ขับขี่ |
| |
 |
| |
| • เทคโนโลยีการควบคุมด้วยเสียง หรือ Linguatronic |
 |
| |
ไม่เพียงเท่านั้น การเข้าถึงระบบควบคุมด้วยปุ่มกดและสวิทช์ต่างๆ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราพัฒนาให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้เรายังเป็นผู้สร้างเทรนด์การใช้เทคโนโลยีการควบคุมด้วยเสียง หรือ Linguatronic โดยนำมาใช้เป็นแบรนด์แรกในอุตสาหกรรมยานยนต์
นวัตกรรมด้านความสะดวกสบาย เป็นสิ่งที่นำพามาซึ่งความปลอดภัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนา และคิดค้นอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้ 'รถยนต์' เป็นมากกว่าพาหนะที่เคลื่อนที่ได้เพียงอย่างเดียว เพราะเราเชื่อว่า 'ความสะดวกสบาย' เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เกิดความมั่นใจ และสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย • |
| |