| |
 |
| |
| เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ |
Saturday, 4 June, 2011 1:19 AM |
|
 |
| |
|
| |
หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเมืองไทยมีกล้องตรวจจับความเร็วเหมือนต่างประเทศก็คงดี เพราะน่าจะทำให้นักซิ่งที่เห็นถนนสาธารณะเป็นสนามแข่งลดลงบ้าง ผู้ใช้รถใช้ถนน ก็จะได้รับความปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสงสัยว่า กล้องตรวจจับความเร็ว จะช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาปลอดภัยขึ้น และทำให้อุบัติเหตุลดลงได้จริงหรือ
เนื่องจากกล้องตรวจจับความเร็วที่ติดตั้งอยู่ในรถตำรวจ ซึ่งมักจะจอดแอบซุ่มพรางตัวเพื่อไม่ให้ผู้ขับสังเกตเห็น หรือบางครั้งก็ติดอยู่ในรถทั่วไปเพื่อพรางตา มารู้ตัวอีกทีว่าใช้ความเร็วเกินกำหนด ก็ตอนได้รับใบสั่งเรียกให้ไปจ่ายค่าปรับ
การใช้กล้องตรวจจับความเร็วแบบนี้ เสมือนเป็นการปล่อยให้ผู้ขับทำผิดกฎหมายก่อนแล้วค่อยลงโทษ ซึ่งในช่วงที่ผู้ขับใช้ความเร็วเกินกำหนดนั้น อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ แม้ถนนช่วงที่มีการจำกัดความเร็วจะมีป้ายเตือนไว้แล้ว แต่นักซิ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนกันทั่วโลกคือ 'กลัวตำรวจ' แต่ 'ไม่กลัวกฏหมาย'
เรื่องนี้ทำให้หลายคนคิดเหมือนกันว่า ถ้าต้องการลดอุบัติเหตุ น่าจะตั้งกล้องโชว์ให้ผู้ขับเห็นเพื่อเป็นการป้องปราม ไม่ใช่แอบซุ่มรอให้ทำผิดกฎหมายแล้วค่อยตามจับ เสมือนเห็นเงินค่าปรับสำคัญกว่าความปลอดภัย
เพื่อตอบข้อสงสัยนี้ ทีมวิจัยของ Australia’s Cochrane Collaboration จึงได้ทำการศึกษาเรื่องการใช้ความเร็ว และการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่ใช้กล้องตรวจจับความเร็ว 35 แห่ง ได้ผลดังนี้...
• รถยนต์ส่วนใหญ่จะใช้ความเร็วลดลง 10-35 เปอร์เซ็นต์
• สถิติการเกิดอุบัติเหตุลดลง 4-49 เปอร์เซ็นต์
• สถิติจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลดลง 14-25 เปอร์เซ็นต์
จึงสรุปได้ว่าการใช้กล้องในพื้นที่จำกัดความเร็ว ทำให้ผู้ขับใช้ความเร็วลดลง และลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุได้จริง
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า ระหว่างการซ่อนกล้องเพื่อ 'จับและปรับ' กับโชว์กล้องให้เห็นเพื่อ 'ขู่' บรรดานักขับตีนผีนั้น มาตรการไหนจะทำให้อุบัติเหตุลดน้อยลงกว่ากันได้มากกว่านั้น คงต้องรอให้มีการวิจัยกันต่อไป • |
| |
|
|
|