ถ้าได้ยินคำว่า ‘ทานอาหารในรถ’ บรรดาคนรักรถทั้งหลายอาจส่ายหัว หรือไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะกลัวรถเปื้อนสกปรก แต่จะมีซักกี่คน ที่ไม่ยอมทานอาหารในรถ เพราะคิดว่า ‘รถนั่นแหละที่สกปรก’
ความเร่งรีบและการจราจรที่ติดขัด การทานอาหารในรถกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว และคนส่วนใหญ่มักระมัดระวัง ไม่ให้เศษอาหารตกใส่รถ เพราะกลัวว่ารถจะเปื้อน แต่ไม่เคยคิดที่จะระวัง ไม่ให้สิ่งสกปรกจากรถ มาเปื้อนอาหารที่คุณกำลังจะใส่เข้าปาก!
อะไรทำให้คุณมั่นใจว่ารถคุณสะอาดถึงขนาดนั้น ?!
นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากฮัลฟอร์ดประเทศอังกฤษ ทำการซับแผงประตู พวงมาลัย หัวเกียร์ ปุ่มวิทยุ และเบาะนั่ง เพื่อไปตรวจในห้องแล็บ และพบว่ามีแบคทีเรียในสายพันธุ์ Staphylococcus และ Bacillus Cereus ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นทรงกลม และทรงท่อน... เราทำเวบไซต์รถยนต์อยู่น่ะ จึงรู้แค่นี้จริงๆ…
อย่างไรก็ตามเจ้า เรารู้ว่าแบคทีเรียชื่อเรียกยากทั้ง 2 ชนิดนี้ เข้ามาอยู่ในรถของคุณได้ยังไงบ้างก็พอใช่ไหมล่ะ มันเข้ามาทางรองเท้าที่คุณใส่เหยียบไปบนพื้นดินก่อนขึ้นรถ ติดมากับสัตว์เลี้ยงที่คุณพาไปไหนต่อไหน มากับเพื่อนร่วมทางที่คุณใจดีรับ-ส่ง (ผู้ที่รณรงค์ Car Pool กรุณาอย่าเพิ่งประท้วง) จากนั้นมันก็จะติดอยู่ที่มือของคุณ มือที่คุณใช้หยิบแฮมเบอร์เกอร์หรือหอมทอดใส่ปากนั่นแหละ
เมื่อแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเป็นอย่างไรน่ะหรือ? ก็ไม่มากมายอะไร แค่คลื่นไส้ อาเจียร มีอาการของอาหารเป็นพิษ หรือหนักหน่อยก็แค่ท้องร่วงเฉียบพลันเท่านั้นเอง
ผลการวิจัยระบุว่า กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ทานอาหารในรถ จะทิ้งอาหารเอาไว้ในรถด้วย บางคนมองโลกในแง่ดีสุดๆ ว่า ความร้อนจากแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคในอาหาร แต่โลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่านั้น เพราะความร้อนนั่นแหละ เป็นตัวเร่งให้แบคทีเรียเติบโตเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งบางตัวจะเข้าไปปั่นป่วนระบบต่อต้านเชื้อโรคภายในร่ายกายอีกด้วย
วิธีป้องกันก็ไม่ยาก ดีที่สุดคือ ล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหาร ซึ่งจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารที่สะอาดเช่นกัน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงการทานอาหารในรถไม่ได้ ด้วยการมีชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบ คุณก็ต้องทำความสะอาดรถของคุณ ให้บ่อยพอๆ กับทำความสะอาดโต๊ะอาหาร
แต่แบคทีเรียพิเศษอย่าง Staphylococcus ก็ต้องใช้ผ้าที่มีสารฆ่าเชื้อโรคด้วย ถึงจะเอาอยู่ • |