| |
 |
| |
|
Thursday, 25 March, 2010 8:05 AM
|
 |
| |
|
| |
เมื่อไม่นานมานี้ทางหน่วยงานอิสระด้านความปลอดภัยอย่าง EuroNCAP ได้จัดทดสอบชน มีรถยนต์ทั้งหมด 12 รุ่นเข้าร่วมการทดสอบ แต่แน่นอนว่ามีอยู่ 3 รุ่นที่น่าจะอยู่ในกระแสความสนใจของคนไทย เพราะมีโอกาสที่จะเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ นั่นคือ มาสด้า 3 ใหม่, เชฟโรเลต ครูซ และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส รุ่นใหม่ล่าสุด
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นหูกับชื่อของ EuroNCAP มาทำความรู้จักกันสักหน่อย เพราะนี่คือหน่วยงานอิสระ ที่เกิดจากการรวมตัวของบรรดาสมาคมรถยนต์ในแต่ละประเทศของยุโรป โดยมีเป้าหมายในการกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์ ออกแบบและพัฒนารถยนต์ที่มีความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และในทางกลับกัน ก็จะเป็นสื่อกลางในการนำเสนอข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคในยุโรปได้รับทราบเพื่อนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจเพื่อซื้อรถยนต์รุ่นใหม่
การทดสอบของ EuroNCAP จะมีการให้คะแนนที่เรียกว่า Overall หรือภาพรวมจากการทดสอบทั้งหมด โดยแบ่งออกเป็น 1-5 ดาวไล่เรียงจากผลงานที่ 'แย่' ไปยัง 'ดี' ซึ่งเป็นการนำคะแนนจาก 4 ส่วนหลัก คือ การปกป้องผู้โดยสารด้านหน้าและคนขับ, การปกป้องเด็กเล็กบนเบาะนั่งนิรภัย, การปกป้องคนเดินถนน และ การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานในตัวรถ หรือ Safety Assist มาใช้ในการประเมินเพื่อหาค่า Overall
สำหรับในส่วนแรกจะประเมินผลงานจากมีการทดสอบ 3 แบบ คือ การชนทางด้านหน้าด้วยความเร็ว 64 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในแบบ ออฟเซ็ต หรือ ครึ่งหน้า โดยเอา 40% ทางฝั่งขวาของตัวรถชนเข้ากับสิ่งกีดขวางแบบยุบตัวได้ ตามด้วยการทดสอบชนด้านข้างในแบบ Car-to-Car Side Crash ด้วยการใช้สิ่งกีดขวางแบบยุบตัวได้พุ่งเข้าชนในลักษณะชนด้านข้างโดยตรง และอีกอย่างคือ การชนเสา ส่วนการปกป้องเด็กเล็กที่อยู่ในห้องโดยสาร จะดูจากการทดสอบชนทางด้านหน้าอย่างเดียว เช่นเดียวกับการปกป้องคนเดินถนน ก็จะดูจากการชนเข้ากับหุ่นดัมมี่คนเดินถนน
นอกจากนั้น ในตอนนี้ทาง EuroNCAP ยังให้ความสนใจกับการป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ ด้วยการจัดทดสอบต่างหากที่เรียกว่า Whiplash Test ซึ่งจะนำนั่งและอุปกรณ์ยึดรั้งในรถยนต์รุ่นนั้นๆ มาทดสอบแยกต่างหาก โดยเปรียบเทียบกับการถูกชนทางด้านท้าย
งานนี้ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะรถยนต์ 12 คันที่เข้าทดสอบมี 10 คันได้รับคะแนนรวมอยู่ในระดับ 5 ดาวมีเพียง 2 คันเท่านั้น ที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง คือ เชฟโรเลต สปาร์ค (4 ดาว) และ โตโยต้า เออร์เบิน ครูสเซอร์ (3 ดาว) |
| |
 |
|
| |
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
|
| |
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
|
| |
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
สำหรับ มาสด้า 3 มีผลงานในการปกป้องผู้ขับและผู้โดยสารอยู่ในระดับดี และโครงสร้างตัวถังมีความแข็งแกร่งมาก เพราะจากการชนทางด้านหน้า พบว่าการเคลื่อนตัวของเสา A หรือเสากระจกบังลมหน้ามีการร่นมาทางด้านหลังเพียง 2 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่จุดที่น่าผิดหวังของการทำงานของม่านถุงลมนิรภัยที่ไม่พองตัวได้ครอบคลุมจนถึงด้านในสุดของเบาะนั่งด้านหลัง จึงทำให้คนนั่งหลังมีความเสียงที่หัวจะฟาดกับเสา C หากเกิดการชนทางด้านหลัง
เช่นเดียวกับมาสด้า 3 ทางคู่ปรับอย่าง เชฟโรเลต ครูซ ถือว่าทำผลงานได้ดีมาก และเป็นรถยนต์รุ่นเดียว ที่มีเปอร์เซ็นต์เรทของการปกป้องผู้โดยสารด้านหน้า และคนขับได้ดีที่สุดด้วยสกอร์ 96% มากกว่า เบนซ์ อี-คลาส, บีเอ็มดับเบิลยู X1 หรือ เปอโยต์ 5008 เสียอีก (แม้ว่าการเคลื่อนตัวของเสา A ไปทางด้านหลังจะมากถึง 5 มิลลิเมตรก็ตาม) ส่วนอันดับ 2 เป็นของ โอเปิล แอสตรา ทำได้ 95% ถือเป็นการแก้ตัวหลังจากที่ในปี 2006 ซับคอมแพ็กต์รุ่นอาวีโอมาประสบความล้มเหลวในการทดสอบของ EuroNCAP และได้เพียงแค่ 2 ดาวเท่านั้น
ทางด้าน อี-คลาส ในการทดสอบชนครั้งนี้มีการตัดการทำงานของระบบ PRE SAFE ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานออกไป เพื่อต้องการให้ตัวรถมีการทดสอบชนทางด้านหน้าอย่างเต็มรูปแบบ และอี-คลาสก็มีระดับการปกป้องที่อยู่ในเรตที่ดี จะมีน่าเป็นห่วงก็ตรงที่ผู้ขับ และผู้โดยสารด้านหน้า มีแรงกระทำที่ช่วงอกและขาท่อนล่างทั้ง 2 ฝั่งสูงกว่าส่วนอื่น แต่ก็ยังอยู่ในเรตที่ไม่รุนแรงมากจนเกินไป • |
| |
|
|
|