 |
| |
|
 |
| |
|
| |
หายหน้าไป 2 อาทิตย์ เพราะติดภาระกิจในการทำงาน สัญญาว่าจะปั่นต้นฉบับตอนสุดท้าย เพื่อเป็นการปิดฉากเกี่ยวกับเรื่อง เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอันทำได้สักที…จนกระทั่งตอนนี้ อ่านมารวมๆ แล้วหลายตอนเหมือนกัน ผู้อ่านน่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ไม่มากก็น้อย และน่าจะทำให้สามารถกระตุ้นเตือนให้อีกหลายท่าน เห็นความสำคัญของเบาะนั่งชนิดนี้ว่า มีความจำเป็นมากแค่ไหนสำหรับเด็กในการเดินทาง
หลังจากที่ได้เบาะนั่งนิรภัยที่ถูกใจคนนั่ง โดยไม่ทำร้ายกระเป๋าเงินของคุณพ่อคุณแม่มากจนเกินไป สิ่งที่สำคัญ คือ ความถูกต้องในการติดตั้ง ตรงนี้ต้องบอกว่าสำคัญมากไม่แพ้การเลือกซื้อ และหลายคนมาตกม้าตายเอาตรงนี้ ซึ่งไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ปกครองทั่วโลก
อย่างที่บอกไปในตอนที่แล้วเกี่ยวกับ ISOFIX และ LATCH ซึ่งเป็นจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อ เพิ่มความมั่นใจให้กับระบบการยึดรั้งตัวเบาะ ที่มีมากกว่าการใช้เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดยึดรั้ง แต่อีกเหตุผลที่ทำให้มีการพัฒนาระบบ ISOFIX ขึ้นมาก็คือ อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นวิธีที่สะดวก และถูกต้องในการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็กเข้ากับตัวรถ
ซึ่งจากการสำรวจของ The German Insurance Institute GDV พบว่ามีเพียง 30% เท่านั้น ที่ผู้ปกครองติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก กับเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดของตัวรถได้อย่างถูกต้อง ขณะที่จุดยึด ISOFIX พบว่า มีการติดตั้งถูกต้องถึง 96% แสดงให้เห็นถึง ความง่ายของระบบในการใช้งาน
ตรงนี้บ้านเราต้องใส่ใจให้มากๆ เพราะ ISOFIX เป็นเรื่องไกลตัว และรถยนต์ในระดับราคาหลักล้านแทบนับรุ่นได้เลย ที่จะมีระบบนี้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เรายังต้องพึ่งพาเข็มขัดนิรภัย 3 จุดเป็นหลัก ดังนั้น ตามข้อมูลของวิจัยข้างบน เท่ากับว่าเรายังมีโอกาสพลาดถึง 70% ในการติดตั้งไม่ถูกต้อง
เรื่องที่ว่าจะติดตั้งอย่างไร ตรงนี้คงบอกกันลำบาก เพราะว่าเบาะนั่งแต่ละรุ่นจะมีรูปแบบการยึดรั้งต่างกัน แต่เพื่อความมั่นใจ ควรอ่านคู่มือของเบาะนั่งให้ละเอียด ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง
ในกรณีของเบาะนั่งเด็กอ่อน และเด็กที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนใหญ่แล้ว วิธีติดตั้งสำหรับการใช้เข็มขัดนิรภัย 3 จุด คือ ดึงสายคาดออกมา แล้วก็สอดไปทางด้านหลังของตัวเบาะ จากนั้นก็เสียบเข้ากับตัวล็อกเข็มขัดฯ ประเด็นที่จะทำให้ตัวเบาะแน่นหนาคือ ให้คุณแม่หรือคุณพ่อ เอาหัวเข่ากด และทิ้งน้ำหนักลงไปที่ตัวเบาะนั่งเด็ก จากนั้นใช้มือดึงเข็มขัดฯ ให้ตึง แล้วค่อยกดตัวล็อกของเบาะให้แน่น
และเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วควรลองขยับตัวเบาะและจุดยึดตั้ง ว่าแน่นหนาหรือไม่ ถ้ายังไม่แน่น ก็ลองติดตั้งใหม่ (ดูวีดีโอประกอบ) |
| |
|
| |
ส่วนพวก บูสเตอร์ ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะใช้เข็มขัดนิรภัยเป็นตัวยึดร่างกายของเด็กอยู่แล้ว ตัวเบาะเป็นแค่เบาะเสริมเท่านั้น
สำคัญมากสำหรับเรื่องนี้ เพราะการติดตั้งอย่างไม่ถูกวิธีก็ไม่ต่างอะไรเลยกับการให้เด็กนั่งอยู่บนเบาะธรรมดา เพราะระบบเข็มขัดนิรภัย ยังทำหน้าที่ในการยึดรั้งตัวเบาะตามหน้าที่ของมัน แต่ทว่าการติดตั้งที่ไม่ถูก อาจทำให้ตัวเบาะเคลื่อนที่ หรือหลุดจากเข็มขัดนิรภัยที่ยึดออกมากระแทกกับเบาะหน้า
และเราไม่มีทางรู้ได้เลยจนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคงไม่ดีแน่ๆ
ในเรื่องของการวางเบาะนั่งเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม จากการที่ได้เคยพูดคุยกับผู้ที่มีความรู้หลายท่าน ส่วนใหญ่บอกว่า ให้วางเอาไว้ตรงกลางของเบาะหลัง เพราะจะมีพื้นที่ปลอดภัยโดยห่างจากการชนทางด้านซ้ายหรือขวา ทว่านั่นสำหรับรถยนต์ที่มี ISOFIX แต่บ้านเราเข็มขัดนิรภัยฝั่งซ้ายและขวา ส่วนตรงกลางยังเป็นแบบ 2 จุด ดังนั้น ต้องเลือกเอาว่า จะอยู่ซ้ายหรือขวา
ตรงนี้หลายท่านบอกว่า ให้เลือกฝั่งเดียวกับคนนั่งด้านหน้า ไม่ใช่เหตุผลในเรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเพราะบ้านเราขับรถยนต์พวงมาลัยขวา และเวลาจอดริมฟุตบาธ การวางเบาะนั่งนิรภัยเอาไว้ฝั่งเดียวกับคนนั่งด้านหน้า จะง่ายและปลอดภัย จากการนำเด็กออกจากรถ เพราะว่าเป็นฝั่งที่ชิดกับฟุตบาธ….เท่านั้นเองไม่มีอะไรซับซ้อน
การติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กอ่อน แบบ Rear Facing เอาไว้บนเบาะหน้า สิ่งที่สำคัญสำหรับรถยนต์ที่มีแอร์แบ็คคู่หน้า คือ ควรปลดการทำงานของถุงลมฝั่งคนนั่งด้านหน้า หรือถ้าปลดไม่ได้ ก็ต้องนำเบาะนั่งของเด็กไปวางไว้บนเบาะหลังแทน ส่วนเหตุผลเพราะอะไร หลายท่านคงทราบดี
การติดตั้งเบาะนั่งเด็กมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกซื้อ และบางคนถึงกับบอกว่า Install Car Seat Wrong, Face Manslaughter ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องเกินความจริงแต่อย่างใด • |
| |
 |
| R E L A T E D - N E W S : |
| |
|
| |
 |
 |
|
| |