motortrivia.com
m2 SAFETY ZONE SECTION | BACK TO SAFETY ZONE MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
rearbelt-1
 
เรื่อง : PandaTrueno Monday, 22 June, 2009 8:10 AM
800x
 
นั่งหลังแล้วไม่คาด
อย่านึกว่าไม่อันตราย
 
baเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางกับคนใช้รถใช้ถนน ดูเหมือนว่าจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด และก็ไม่เฉพาะในบ้านเรา ที่ทางภาครัฐเค้ารณรงค์กันจนปากเปียกปากแฉะเท่านั้น แต่ไม่ว่าที่ไหนในโลก เรื่องประเภทนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ

baแต่จะมีมากบ้างน้อยบ้าง อันนี้แล้วแต่จิตสำนึกในด้านความปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่า ฝรั่งมังค่า หรือประเทศที่เจริญแล้ว ปัญหานี้จะมีน้อยกว่าประเทศในโลกที่ 3 อาจจะเพราะความเข้มงวดของกฎหมาย หรือจิตสำนึกที่มีมากกว่า ก็แล้วแต่จะคิดกัน ถ้าถามผม จิตสำนึกในด้านความปลอดภัยย่อมสำคัญกว่า เพราะถ้ามีตรงนี้กันแล้ว กฎหมายไม่ว่าจะหย่อนยานขนาดไหน หรือปรับแล้วขนหน้าแข้งไม่ร่วง ความเข้มงวดของกฎหมายก็ไม่ใช่ประเด็นหลักในการกระตุ้นเตือนแล้ว

baในบ้านเรา เอาแค่การคาดเข็มขัดนิรภัยบนเบาะนั่งด้านหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือคนนั่ง ยังต้องให้ออกกฎหมายมาบังคับ ทั้งที่เป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวเองแท้ๆ และกว่าจะเห็นภาพของรถยนต์มากกว่า 90% บนท้องถนนมีคนนั่งด้านหน้าคาดเข็มขัดนิรภัย ต้องใช้เวลากันมากพอสมควร

baมักง่ายกันบ้าง กลัวเสื้อยับกันบ้าง หรือคาดแล้วอึดอัดกันบ้าง หลากหลายข้ออ้างที่ถูกยกมาสารพัด

baตรงนี้ก็แล้วแต่ท่าน จะคาดหรือไม่คาดก็เรื่องของท่าน เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คนที่เดือดร้อนคือ ท่าน และเจ้าหน้าที่บรรเทาสารธณ ที่อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะชิ้นส่วนกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มถนนหากเกิดชนแล้ว พุ่งทะลุกระจกบังลมหน้าออกมา
 
 
• การทดสอบชนในรถยนต์ที่หุ่นดัมมี่ด้านหลังไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้
800x
 
baแต่ที่น่าห่วงกว่านั้นคือ คนนั่งด้านหลังแล้วไม่คาดเข็มขัด (อยากจะรวมถึงสัมภาระทั้งหลายที่บางคนวางกันเกลื่อนกลาดอยู่บนเบาะหลังด้วย) เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว คนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตอาจไม่ได้มีแค่คนนั่งหลังที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคนที่นั่งอยู่บนเบาะหน้าฝั่งเดียวกับเขาด้วย...เห็นไหมว่า คราวนี้คนเดือดร้อนเริ่มไม่ได้มีแค่ต้นเหตุเพียงคนเดียวแล้ว

baประเด็นตรงนี้ในเมืองนอกเมืองนาก็ให้ความสนใจกันบ้าง แต่ก็ยังไม่มากเท่าไรเมื่อเปรียบเทียบกับการคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับคนนั่งด้านหน้า ขนาดในญี่ปุ่นที่ว่ามีกฎหมายจราจรเข้มงวดแล้ว ก็เพิ่งจะมาเริ่มรณรงค์การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนนั่งด้านหลังกันเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยโตโยต้าร่วมกับสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น Japan Automobile Manufacturers Association, Inc. (JAMA) ให้คนที่นั่งด้านหลังหันมาคาดเข็มขัดนิรภัยกันมากขึ้น

baจะว่าไปแล้ว เมื่ออยู่ในรถยนต์ไม่ว่าจะนั่งอยู่บนเบาะหน้าหรือหลัง เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะชนแรงขนาดไหนแล้ว คนนั่งไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย โอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงย่อมมีสูง เพียงแต่ว่ากฎหมายส่วนใหญ่ที่ออกมาบังคับพุ่งชี้ไปที่คนขับหรือคนนั่งด้านหน้าซึ่งไม่คาดเข็มขัดนิรภัยมากกว่า ส่วนคนที่นั่งหลังก็เลยรอดตัวไป

baและยอมรับเลยว่า หลายต่อหลายครั้งที่เคยเจอ คนใกล้ตัวที่ต้องร่วมทริปเดินทาง ขอนั่งด้านหลังแทนด้านหน้า เพราะไม่อยากคาดเข็มขัดนิรภัย
 
 
• ภาพแสดงจำลองให้เห็นสภาพของการเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบต่างๆ
 
 
• ภาพโฆษณารณรงค์การคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งแม้แต่หุ่นดัมมี่ที่ใช้ในการทดสอบชน ยังคาดเข็มขัดนิรภัยเลย
800x
 
baนอกจากนั้น ความใส่ใจของผู้ผลิตรถยนต์ต่อผู้โดยสารด้านหลัง เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีในเชิงปกป้อง หรือ Passive Safety ถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับเบาะนั่งด้านหน้า ซึ่งมีทั้งเข็มขัดนิรภัย ถุงลมด้านหน้า และด้านข้าง ขณะที่คนนั่งหลังมีเพียงแค่เข็มขัดนิรภัยเท่านั้นในการช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

baแถมยังเป็นแบบ 3 จุดธรรมดา หรือไม่ก็ 2 จุดสำหรับที่นั่งตรงกลาง ไม่มีระบบดึงกลับ หรือลดแรงกระชาก (Pre-Tensioner & Load Limiter) เหมือนกับที่ติดตั้งในเบาะหน้า

baจากงานวิจัยชิ้นเก่าของ NHTSA - National Highway Traffic Safety Administration หน่วยงานด้านความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของคนนั่งด้านหลังที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยจะมีสูงมาก ไม่เฉพาะในเคสของการชนทางด้านหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการชนทางด้านข้าง และเมื่อรถเกิดพลิกคว่ำ
 
belt2 belt3
   
• ไม่ว่าจะหรูขนาดไหน ผู้โดยสารด้านหลัง
มักถูกละเลย ในเรื่องการพัฒนาระบบความปลอดภัย
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้โดยสารที่อยู่ด้านหน้า
• สุนัขที่นั่งอยู่บนเบาะหลัง
ควรจะยึดรั้งร่างกายเอาไว้ทุกครั้ง ที่เดินทางด้วยเช่นกัน
เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและสุนัข
800x
 
baสถิติในปี 2007 บ่งชี้ว่า 35% ของคนนั่งเบาะหลังที่เสียชีวิตมาจากรถคว่ำ และความเสี่ยงยิ่งมีมากขึ้นหากเหตุการณ์เกิดขึ้นในรถประเภท SUV และรถยนต์ขนาดเล็ก แต่จะลดลงในกรณีที่รถยนต์คันนั้นติดตั้งม่านถุงลมนิรภัยมาให้ด้วย...ซึ่งในบ้านเราแทบนับรุ่นได้เลย

baผมไม่มีตัวเลขในเรื่องของระดับความรุนแรงในเรื่องการปะทะกัน ระหว่างคนนั่งด้านหลังกับตัวเบาะนั่งเวลาเกิดอุบัติเหตุการชนด้านหน้า แต่เคยอ่านบทความชิ้นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การนำสุนัขขึ้นรถเดินทางไปไหนต่อไหน ซึ่งในเวลานี้กำลังได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา เพราะมีตัวเลขในปี 2008 เพิ่มขึ้นจากปี 2005 ถึง 300%

baงานวิจัยระบุว่าเมื่อเกิดการชนด้านหน้าในระดับความเร็ว 30 ไมล์/ชั่วโมง หรือกว่า 48 กิโลเมตร/ชั่วโมง สุนัขที่มีน้ำหนักตัวราวๆ 30 กิโลกรัมซึ่งไม่ได้มีการยึดรั้งร่างกายเอาไว้ (ทั้งที่ควรจะทำ) จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 1,227 กิโลกรัมก่อนพุ่งเข้าปะทะกับอะไรก็ตามที่อยู่บนเส้นการพุ่งของมัน ซึ่งก็คงไม่พ้น ด้านหลังของเบาะหน้า

baคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าสภาพทั้งน้องหมาและคนนั่งหน้าที่โดนกระแทกจะเป็นอย่างไร และขนาดสุนัขยังรุนแรงขนาดนี้ แล้วผู้ใหญ่ที่โตเต็มวัยซึ่งมีน้ำหนักมากกว่านี้เท่าตัว สภาพคงดูไม่จืดเช่นกัน และถ้ายังนึกภาพไม่ออก ก็ลองดูภาพ VDO ที่หามาฝากด้านบน น่าจะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกในเรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย

baเมื่อนั่งอยู่ในรถ ไม่ว่าจะอยู่เบาะหน้าหรือหลัง อย่าลืมคาดเข็มขัดทุกครั้ง •
 
 
1000x
 
1000x
 
 
fcom
FLT   FRT
 
 
FBL   FBR
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail