 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Thursday, 5 January, 2012 0:49 AM |
|
 |
| |
|
| |
กลุ่มสยามมิชลิน เปิด มิชลิน พาวิลเลี่ยน โชว์นวัตกรรมล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด Michelin A Touch of Tire : สัมผัสประสบการณ์แห่งการขับเคลื่อนสู่อนาคต จัดแสดงเส้นทางของการกำเนิดยาง และ 2 ไฮไลท์เด่น Active Wheel ที่เคยใช้ติดตั้งในโรดสเตอร์ Venturi Volage พร้อมโชว์ตัวไปในงาน Michelin Challenge Bibendum และ Lunar wheel ยางที่พัฒนาเฉพาะสำหรับยานสำรวจดวงจันทร์ของ NASA หรือยาน Lunar Rover เจนเนอเรชั่นล่าสุด
คุณเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มสยามมิชลิน ให้ข้อมูลว่า มิชลิน แบ่งนิทรรศการออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง ที่มาของยาง มิชลิน โดยเริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ จนถึงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งการวิจัยและพัฒนาของ มิชลิน เน้นที่คุณสมบัติเรื่องความปลอดภัย และช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหลัก เช่น ยางลดแรงต้านการหมุน หรือ Low Rolling Resistance เป็นต้น |
| |
 |
| |
สำหรับส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่จัดให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมเล่นเกมที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิง หรือ Edutainment Exhibition อาทิ Simulator สำหรับทดสอบระยะเบรก, อุโมงค์น้ำทดสอบความสามารถในการยึดเกาะถนนในขณะฝนตก, เครื่องวัดพลังงาน เปรียบเทียบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น เมื่อใช้ยางของ มิชลิน และ ภาพยนตร์ 4 มิติ ชุด Bib's World พร้อมร่วมถ่ายรูปกับ Michelin Man บนบลูสกรีน แบบเดียวกับเทคนิคในการถ่ายทำภาพยนตร์
ส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน คือการจัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัย ล้อ Lunar wheel ที่ มิชลิน ขึ้นมาสำหรับองค์การ NASA และ Active Wheel ยางที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดกันสะเทือน และชุดเบรคในตัว โดยจากการทดลองติดตั้งในโรดสเตอร์ 2 ที่นั่ง Venturi Volage จะทำให้สามารถใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบแยกอิสระ |
| |
 |
| |
A better way forward
'A better way forward' คือแนวคิดหลักของ มิชลิน ที่มุ่งเน้นพัฒนายางให้ได้สมดุล คือ ความปลอดภัย อายุการใช้งานที่ยาวนาน และช่วยในการประหยัดน้ำมัน โดยมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นตัวขับเคลื่อน
ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน มิชลิน จะวิจัยและพัฒนาคุณภาพของยางได้ในระดับที่น่าพอใจแล้ว แต่ มิชลิน ก็เชื่อว่า เทคโนโลยีของยางยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งนอกจากองค์ประกอบทางเคมีของเนื้อยาง และหลักฟิสิกส์ของยางแล้ว ทีมวิจัยและพัฒนาของ มิชลิน ก็ยังสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาเทคโนโลยีของยาง และล้อใหม่ๆ อีกด้วย ซึ่งผลนั้นก็คือ Lunar wheel และ Active Wheel |
| |
|
| |
| • (ซ้าย) Active Wheel และ Lunar wheel |
 |
| |
Michelin Active Wheel
Active Wheel เปิดตัวในปี 2008 โดยมีแนวคิดหลักคือ การรวมส่วนประกอบสำคัญเอาไว้ในล้อ ซึ่งทำให้ไม่ต้องติดตั้งเครื่องยนต์เอาไว้ที่ห้องเครื่องทั้งด้านหน้าหรือด้านหลัง ไม่ต้องใช้ระบบกันสะเทือนแบบเดิมๆ ไม่ต้องติดตั้งระบบส่งกำลัง รวมถึงไม่ต้องใช้เกียร์บ็อกซ์ |
| |
 |
| |
ระบบที่ มิชลิน รวมเอาไว้ใน Active Wheel คือ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับขับเคลื่อน, ชุดระบบกันสะเทือนไฟฟ้า และชุดระบบเบรค โดย มิชลิน สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของแต่ละผู้ผลิตรถยนต์ได้ เช่น หากต้องการระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ไม่ว่าจะเป็นรถขับหน้า หรือขับหลัง ก็สามารถติดตั้ง Active Wheel เอาไว้ในล้อคู่ที่ต้องการ หรือหากต้องการระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ติดตั้ง Active Wheel เอาไว้ได้ในล้อทั้ง 4
สำหรับแหล่งพลังงาน สามารถเลือกได้ตามแต่ละความต้องการของผู้ผลิต เช่น แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน, ฟิวเซลล์ หรือ ตัวผลิตและเก็บประจุไฟฟ้า 2 ชั้น (Super Capacitor) ข้อดีคือ รถยนต์ที่ติดตั้ง Active Wheel จะเท่ากับเป็นรถไฟฟ้ามลพิษศูนย์ หรือ ZEV - Zero Emission Vehicle 1 คันนั่นเอง
ส่วนระบบกันสะเทือนไฟฟ้า มิชลิน ให้ข้อมูลว่า ล้อทั้ง 4 จะมีการปรับระดับแบบอัตโนมัติตลอดเวลาตามสภาพถนน เพื่อให้ห้องโดยสารมีอาการโคลงน้อยที่สุด ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วเพียง 0.003 ต่อวินาทีเท่านั้น (หากนึกภาพไม่ออก ลองดูวีดิโอด้านบนประกอบ)
นอกจากนี้ Active Wheel อาจจะช่วยพลิกโฉมการออกแบบรถยนต์ในอนาคตก็ได้ เพราะจะทำให้นักออกแบบและวิศวกร สามารถตัดอุปกรณ์ต่างๆ ออกไปได้เป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ คลัช ไปจนถึงพื้นที่สำหรับติดตั้งช๊อคฯ และนอกจากการออกแบบแล้ว สิ่งที่จะเป็นผลพลอยได้คือ น้ำหนักรถที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วย |
| |
 |
| |
Michelin Lunar Wheel
มิชลิน ถือเป็นผู้ร่วมลงทุนที่ยาวนาน สำหรับการผลิตยางสำหรับยานอวกาศให้กับองค์การ NASA มากว่า 20 ปี และ Lunar wheel คือพัฒนาการที่ล้ำอนาคตของ มิชลิน อย่างแท้จริง โดยจุดประสงค์ของ Lunar wheel คือ การออกแบบล้อเฉพาะตัวสำหรับยาน Lunar Rover ที่ใช้สำรวจดวงจันทร์ ซึ่งประกอบจากวัสดุพิเศษ และมีคุณสมบัติในการซับแรงสั่นสะเทือนภายใต้สภาวะพื้นผิวที่ขรุขระของดวงจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของยานที่ต้องใช้ทีมนักบิน และไม่ใช้ทีมนักบินควบคุม
Lunar wheel มีความยืดหยุ่น และแรงกดดันพื้นผิวที่คงที่ ทำให้ยานสามารถเคลื่อนตัวไปบนพื้นผิวที่ยวบยุบ และเป็นหลุมเป็นบ่อได้ดี นอกจากนี้ Lunar wheel ยังประกอบด้วยมวลสารที่มีอนุภาคต่ำ สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่าล้อที่ประกอบยาน Apollo ถึง 3.3 เท่า และเคลื่อนตัวในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ ได้ ส่วนลายดอกยาง มิชลิน พัฒนาร่วมกับ Clemson University และ Milliken & Company
Lunar wheel ทดสอบการใช้งานไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม - 13 พฤศจิกายน 2551 ที่ฮาวาย โดยการทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวัด และประเมินผลขององค์การ NASA ซึ่งสภาพพื้นผิวของเกาะฮาวายที่ประกอบด้วยหินและดินนั้น ถือว่ามีความคล้ายคลึงกับสภาพพื้นผิวบนดวงจันทร์
Lunar wheel
จัดแสดงต่อสาธารณชนครั้งแรกในงานเฉลิมฉลองประธานาธิบดีคนที่ 56 ของสหรัฐอเมริกา โดยนักบินอวกาศของ NASA ได้ทดลองขับเคลื่อนยานต้นแบบ ที่ติดตั้งด้วยยางเทคโนโลยีที่ไม่ต้องอาศัยการสูบลมจาก มิชลิน ในพิธีสาบานตนของประธานาธิบดี Barack Obama นั่นเอง
ข้อมูลจำเพาะ Michelin Lunar Wheel
•
น้ำหนักของยาง 15 กิโลกรัม
•
เส้นผ่าศูนย์กลาง 28 นิ้ว
•
ความกว้าง : 9 นิ้ว
•
ค่าภาระน้ำหนักสูงสุดเมื่ออยู่กับที่ 450 กิโลกรัม
•
ค่าภาระน้ำหนักสูงสุดขณะเคลื่อนที่ 230 กิโลกรัม
•
ความทนทานของรูปทรง 5,000 กิโลเมตร ที่น้ำหนัก 230 กิโลกรัม
•
ช่วงอุณหภูมิที่ทำงานได้คือ -230 องศาเซลเซียส ถึง 140 องศาเซลเซียส
• สามารถรองรับแรงกระแทกจากสิ่งกีดขวางที่ความสูง 10 ซ.ม. ด้วยความเร็ว 10 กม./ชม. ภายใต้น้ำหนัก 230 กก.
•
ความดันที่กดลงบนพื้น : 11 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (0.75 บาร์)
•
คุณสมบัติทางกลที่ดีขึ้นภายใต้อุณหภูมิเย็นจัด อาทิ การบิดล้า ความเหนียวภายใต้แรงดึงหรือแรงบีบ
รายละเอียดเชิงเทคนิคของวัสดุผสม
ในตารางด้านล่าง จะแสดงให้เห็นค่าความยืดหยุ่นจำเพาะของวัสดุผสมของ มิชลิน ที่มีค่าสูงกว่าของอลูมิเนียม 4.7 เท่า และสูงกว่าเหล็ก 7.2 เท่า โดยการเปรียบเทียบนี้ อ้างอิงกับอลูมิเนียมระดับที่ใช้กับอากาศยานและเหล็กกล้าโครเมียม |
| |
| วัสดุ |
ความยืดหยุ่น |
ความหนาแน่น |
ความยืดหยุ่นจำเพาะ * |
ระยะยืดหยุ่น |
| ความเหนียวของเหล็กกล้า |
850 MPa |
7.8 |
109 |
0.4 % |
| อลูมิเนียมระดับที่ใช้กับอากาศยาน |
470 MPa |
2.8 |
167 |
0.6 % |
| วัสดุผสมของมิชลิน |
1500 MPa |
1.9 |
790 |
5 % |
|
| |
| หมายเหตุ * ค่าความยืดหยุ่นจำเพาะ คำนวณได้จากสัดส่วนระหว่างความยืดหยุ่น และความหนาแน่น เป็นค่าที่แสดงให้เห็นถึง ความสามารถพื้นฐานของวัสดุนั้นๆ |
 |
| |
ใครสนใจเชิญได้ที่ มิชลิน พาวิลเลียน ในงาน 2011 BOI Fair วันที่ 5 - 20 มกราคม 2555 เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น. และหากหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาใด ที่ต้องการเข้าชมนิทรรศการเป็นหมู่คณะ พร้อมวิทยากรให้ความรู้ สามารถติดต่อล่วงหน้าที่ได้ที่โทรศัพท์ 02-619-3420 ครับ • |
| |