|
| ภาพ - วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ และ ฮอนด้า ประเทศไทย |
Wednesday, 28 December, 2011 0:04 AM |
|
 |
| |
|
| |
27 ธันวาคม 2554 ฮอนด้า เริ่มทำลายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ที่โรงงานผลิตรถยนต์ ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,055 คัน โดยแบ่ง Honda Brio 217 คัน, Honda Jazz 213 คัน, Honda City 353 คัน, Honda Civic 150 คัน, Honda Accord 91 คัน, Honda CR-V 30 คัน และ Honda Freed 1 คัน โดยทุกขั้นตอน ฮอนด้า คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ คาดว่าภารกิจนี้จะแล้วเสร็จในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้า ในเรื่องคุณภาพรถใหม่ของ ฮอนด้า |
| |
 |
| |
คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า "ฮอนด้าได้พยายามอย่างเต็มที่ ในการป้องกันพื้นที่โรงงาน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำเชี่ยวและมวลน้ำมหาศาลได้ ทำให้น้ำเข้าท่วมโรงงานตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับในส่วนรถยนต์ใหม่ที่พร้อมส่งมอบ บริษัทฯ ได้มีการเคลื่อนย้ายรถส่วนใหญ่ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังมีจำนวน 1,055 คัน ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายทัน จึงได้รับความเสียหาย"
"ฮอนด้ามีนโยบายชัดเจนด้านการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สูงสุด ทั้งยังมีขั้นตอนที่เข้มงวดในการทำลายชิ้นส่วน อะไหล่ และรถยนต์ที่เสียหายทั้งหมด โดยจะไม่มีการนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ และคลายกังวลว่า จะไม่มีชิ้นส่วนใดๆ ออกไปจากโรงงาน หรือถูกนำไปใช้ใหม่ เราจึงดำเนินการทุกขั้นตอนภายในโรงงานเท่านั้น"
การทำลายรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วมในวันแรกนี้ จัดขึ้นที่ศูนย์ส่งมอบรถยนต์ใหม่ของ ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ โดยได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมเป็นสักขีพยาน ชมระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมสรรพสามิต, กรมสรรพากร, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สถาบันยานยนต์, สื่อมวลชน และผู้จำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า |
| |
 |
| |
| • คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด |
| |
 |
| |
| • คุณพิรพัฒน์ กนกนาค ร่วมตอบคำถามสื่อมวลชน |
 |
| |
กระบวนการทำลายรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม มี 6 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1:
ถอดชิ้นส่วนด้านบนห้องเครื่อง จุดนี้จะมีการถอดฝากระโปรงหน้า แว็กซ์น้ำยาแอร์ ถอดกรองอากาศ ดูดน้ำมันเกียร์ ดูดน้ำมันเพาเวอร์ ดูดน้ำมันเบรค ถอดแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนพลาสติกภายนอก (กันชน) และกระจกมองข้าง โดยแยกไว้เพื่อนำมาบริหารจัดการอย่างถูกวิธีต่อไป
ขั้นตอนที่ 2:
ถ่ายสารเหลว ถอดชิ้นส่วนด้านล่าง ถอดเครื่องยนต์ จุดนี้จะมีการถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ น้ำมันเพาเวอร์ น้ำมันเบรก ถอดล้อหน้า-หลัง ถอดท่อไอเสีย ถอดถังน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และยกเครื่องยนต์ออกจากตัวถัง โดยสารเหลวจะนำมากำจัดตามกระบวนการ
ขั้นตอนที่ 3:
ถอดชิ้นส่วนพลาสติกภายใน ถอดโช้คอัพ จุดนี้จะมีการถอดชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถ โช้คอัพ หม้อน้ำ แผงทำความเย็น สายไฟ และล้ออะไหล่
ขั้นตอนที่ 4:
แยกชิ้นส่วนเครื่องยนต์และเกียร์
ขั้นตอนที่ 5:
ทำลายชิ้นส่วน และบีบอัดตัวถัง จุดนี้จะตัดทำลายชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ตัดทำลายส่วนประกอบเครื่องยนต์ ตัดชิ้นส่วนช่วงล่าง เจาะทำลายยาง ตัดล้ออัลลอย ย่อยพลาสติก ตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ ตัดส่วนหน้าของตัวถัง และอัดตัวถังด้วยเครื่องบีบอัด เมื่อบีบอัดเสร็จแล้ว จากนั้นทำการบันทึกหมายเลขรถไว้เป็นหลักฐาน
ขั้นตอนที่ 6:
การจัดเก็บแยกประเภทเพื่อส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล ชิ้นส่วนที่ถูกทำลายทั้งหมดจะนำไปสู่กระบวนการแยกและรีไซเคิล โดยชิ้นส่วนที่ถูกทำลายแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ |
| |
| |
• |
ก้อนอัด จะถูกนำไปแยกโดยใช้รถ Backhoe เพื่อคลายก้อนอัด ก่อนส่งเข้าเครื่อง Shredder ซึ่งจะแยกออกมาได้ 3 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นเหล็ก สามารถนำไปหลอมใหม่ได้ ส่วนที่เป็นวัตถุที่ไม่ใช่เหล็ก สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ โดยแยกเป็นอลูมิเนียม ทองแดง โฟม พลาสติก และยาง และส่วนที่เป็นฝุ่น และเศษกากต่างๆ จะส่งบริษัทที่ได้รับอนุญาตนำไปฝังกลบ |
| |
• |
ชิ้นส่วนรีไซเคิล เป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่ถูกทำลายจนเสียรูปแล้ว แต่ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น ล้ออลูมิเนียม ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนที่เป็นอลูมิเนียม พลาสติก และยาง |
| |
• |
วัตถุอันตราย ได้แก่ แบตเตอรี่ และของเหลว จะส่งไปยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตเพื่อนำไปบำบัดและรีไซเคิลต่อไป |
|
| |
|
| |
เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง บริษัทฯ ยังมีการบันทึกหมายเลขตัวถัง และหมายเลขเครื่องยนต์ที่ถูกทำลายทุกคัน โดยการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.honda.co.th ให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้
คุณพิทักษ์ กล่าวสรุปไว้ในตอนท้ายว่า "ฮอนด้าจะทุ่มเทความพยายามในการบริหารจัดการอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้โรงงานกลับมาดำเนินการผลิตรถยนต์ได้โดยเร็วที่สุด ตลอดจนเราจะเดินหน้าดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นบริษัทที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ และก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับสังคมไทย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง"
ในช่วงอุทกภัย ฮอนด้า ตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายประการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงาน ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแบ่งปันความช่วยเหลือให้กับผู้ประสบอุทกภัย อาทิ การจ่ายค่าแรงพนักงานตามปกติ แม้ว่าโรงงานจะหยุดการผลิต การให้เงินกู้ฉุกเฉินวงเงินสูงสุด 100,000 บาทสำหรับพนักงานที่ประสบอุทกภัย การกำจัดคราบน้ำมันก่อนน้ำลด เพื่อให้มั่นใจว่า น้ำที่สูบออกจากโรงงานไม่เป็นอันตรายต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังได้ เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน 100 ล้านบาท เพื่อไปในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านสภากาชาดไทย การมอบเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านหน่วยงานต่างๆ รวมกว่า 7 ล้านบาท การลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องยนต์ และให้คำแนะนำแก่เจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ที่ถูกน้ำท่วม รวมไปถึงบริการ Honda Help Line เพื่อให้ข้อมูลเชิงเทคนิคกับลูกค้า การจัดพนักงานจิตอาสาไปช่วยทำความสะอาดชุมชน และพื้นที่สาธารณะต่างๆ • |
| |
 |
| |
เกี่ยวกับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
โรงงานผลิตรถยนต์ ฮอนด้า ตั้งอยู่เลขที่ 49 หมู่ที่ 9 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในบริเวณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 7,074 คน มีกำลังผลิตสูงสุด 240,000 คันต่อปี และเป็นฐานการผลิตหลักของ ฮอนด้า ในภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย โดยผลิตรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ Honda Brio, Honda Jazz, Honda City, Honda Civic, Honda Accord และ Honda CR-V สำหรับจำหน่ายในประเทศไทย และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศทั่วโลก • |
| |
 |
| |