|
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ • วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ |
Tuesday, 5 July, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
ระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ได้เชิญสื่อมวลชนและ Car Club เข้าร่วมงานเปิดตัวยางรุ่นใหม่ Michelin Energy XM2 พร้อมจัดทดสอบที่สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี การเดินทางเริ่มต้นในช่วงสายๆ ของวันที่ 2 โดยนัดรวมตัวกันที่อาคาร เพลินจิต เซ็นเตอร์ จากนั้นจึงออกเดินทางสู่โรงแรมฮิลตัน พัทยา เพื่อเข้าร่วมงานเปิดตัวพร้อมทานอาหารค่ำ
รุ่งขึ้นออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเพื่อทำการทดสอบยาง เริ่มต้นด้วย Longevity Workshop รับฟังการบรรยายคุณสมบัติด้านต่างๆ ของยางรุ่นใหม่ Energy XM2 จากนั้นจึงแยกย้ายไปยังสถานีทดสอบ ซึ่งประกอบด้วย Fuel Saving, Safety และ Scenic Drive โดยใน 2 สถานีแรกจะมี Instructor นั่งคู่ไปด้วย |
| |
 |
| |
| • คุณเอกชัย คหการบำรุง Marketing Director บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวต้อนรับ |
| |
 |
| |
| • คุณฝ้าย - มนฑรัตน์ ลิมปิยากร PC Business Analyst Manager สรุปตำแหน่งทางการตลาด |
| |
 |
| |
1. Safety
เน้นเรื่องความปลอดภัยที่จะได้รับจากยางรุ่นใหม่ Energy XM2 โดยแบ่งเป็น 2 สถานีย่อย คือ Oversteer Simulator ล้อหลังวางอยู่บนแท่นที่มีล้อพลาสติกแข็ง ซึ่งไม่เกาะถนน จึงมีอาการท้ายปัดได้ง่ายแม้ขับด้วยความเร็วแค่ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยต้องขับอ้อมไพลอนเป็นรูปเลข 8 ตลอดการขับ 3 นาที ท้ายรถจะกวาดออกหรือ Oversteer เวลาจะเลี้ยว ต้องประคองรถให้อยู่ในทิศทางด้วยการ Countersteer และการควบคุมคันเร่ง เป็นสถานีที่สนุก เพราะรถออกอาการท้ายปัดเยอะ แต่ไม่เครียดไม่เหนื่อย และมีความปลอดภัยสูงเพราะใช้ความเร็วต่ำ |
| |
 |
| |
| • Oversteer Simulator |
 |
| |
อีกสถานีย่อยต้องใช้พลังค่อนข้างเยอะ เพราะมีหลายช่วงที่ใช้ความเร็วสูง เป็นการทดสอบเปรียบเทียบระหว่างยาง มิชลิน Energy XM2 และยางคู่แข่ง แต่ละคนจะได้ขับ 3 รอบ โดยรอบแรกเป็นการขับดูเส้นทาง จากนั้นในรอบที่ 2 เริ่มต้นเร่งความเร็วให้ได้ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นยกคันเร่งเพื่อดูความนุ่มนวลและการเก็บเสียงของยาง จากนั้นเบรกเพื่อเข้าโค้ง ต่อด้วยสลาลอมที่ความเร็ว 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อด้วย Chicane ไปทางซ้าย เข้าสู่พื้นเปียกด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
| |
 |
| |
| • Slalom |
 |
| |
จากนั้นยกคันเร่งเพื่อให้โฟกัสไปที่การรีดน้ำบนทางโค้งด้วยความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พ้นโค้งสุดท้ายให้เพิ่มความเร็วเป็น 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเลี้ยวซ้ายแบบโค้งแคบ ดูการยึดเกาะถนน จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นรถที่ใส่ยางคู่แข่ง เพื่อเปรียบเทียบความรู้สึกในการขับบนสถานการณ์เดียวกัน
จากการทดสอบพบว่าในช่วงทางตรงแรก ยางมิชลิน Energy XM2 จะนุ่มและเงียบกว่ายางคู่แข่งนิดๆ ส่วนช่วงสลาลอมคันที่ใส่ยาง Energy XM2 จะออกแรงบังคับพวงมาลัยน้อยกว่านิดๆ และในช่วงเข้าโค้งบนทางเปียก ก็รู้สึกว่ามีแรงต้านของน้ำส่งมายังพวงมาลัยน้อยกว่าด้วย |
| |
 |
| |
 |
| |
2. Scenic Drive
การทดสอบในสภาพการใช้งานจริง มีรถหลากรุ่น 8 คัน สำหรับทดลองขับ แต่ต้องสลับกันตามที่ มิชลิน กำหนดไว้ให้ และมีรถทีมงานนำหน้า คั่นกลาง และปิดท้ายขบวนเพื่อความปลอดภัย ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย เริ่มต้นด้วยการขับ Citroen DS3 และปิดท้ายด้วย Suzuki Swift ขับไปเปลี่ยนคนขับ ‘หาดยาว’ และเปลี่ยนรถที่ ‘บ่ออนุบาลเต่าทะเล’ ตลอดระยะเวลากว่า 90 นาที มีสภาพถนนที่หลากหลาย ทั้งลาดยาง, คอนกรีต, กรวดละเอียดบดอัด และเส้นทางที่เป็นหลุมบ่อ รวมทั้งบางช่วงก็มีฝนตกลงมาประปรายด้วย บนถนนบางช่วงสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พบว่ายาง มิชลิน Energy XM2 มีความนุ่มนวล และให้การยึดเกาะถนนที่ดี |
| |
 |
| |
 |
| |
3. Fuel Saving
ทดสอบการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และมีความแม่นยำสูง ผลลัพธ์จึงเชื่อถือได้ ขั้นตอนการทดสอบไม่มีอะไรตื่นเต้น เป็นการขับวนอยู่ภายในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ใช้ความเร็วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยแต่ละคนจะได้ขับรถที่ใส่ยาง มิชลิน Energy XM2 และยางคู่แข่ง โดยต้องพยายามขับให้เหมือนกันทั้ง 2 รอบ บันทึกข้อมูลทั้งในส่วนของระยะทางที่ขับ ความเร็วเฉลี่ย และอัตราสิ้นเปลือง ซึ่งใช้ Flow Meter ต่อเข้ากับระบบจ่ายเชื้อเพลิงของรถ จึงมีความแม่นยำสูงสุด
จากทดสอบของหลายกลุ่มพบว่ามีตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน โดยยาง มิชลิน Energy XM2 จะประหยัดกว่ายางคู่แข่งประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ •
• ขอบคุณ: บริษัท สยามมิชลิน จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง |
| |
 |
| |
|
| |