 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : สุพรรณี ยังอยู่ |
Friday, 24 June, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสร่วมเดินทางขึ้นเหนือเพื่อทำกิจกรรมกับกลุ่ม อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล คาราวานสัญจร ประจำปี 2554 เส้นทางที่ 4 ลำปาง - สุโขทัย ระหว่างวันที่ 17 - 19 มิถุนายน 2554 โดยนัดพบกันที่ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็ก-อินการบินไทย ออกเดินทางประมาณ 10.30 น. จุดหมายสนามบินเชียงใหม่
วันแรก เชียงใหม่ - ลำปาง
ลงเครื่องต่อด้วยรถตู้มุ่งสู่จุดหมายแรกคือ ร้านอาหารเฮือนใจ๋ยอง ตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นร้านอาหารพื้นบ้านทางเหนือที่มีรสชาติจัดจ้าน บรรยากาศเรียบง่ายด้วยลักษณะของร้านเป็นเรือนไม้เก่า 2 ชั้น ใต้ถุนสูง โต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ก็ใช้ไม้เช่นกัน
แม้ไม่คุ้นเคยอาหารเหนือสักเท่าไร นอกจากน้ำพริกหนุ่มกับแคปหมู ก็ยังนึกชมอยู่ในใจว่าอร่อยจริงๆ โดยมี คุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ หรือในแวดวงสื่อมวลชนสายรถยนต์เรียกว่า 'น้าเดช' และฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ อีซูซุ และ ไดอิจิ คอยดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี |
| |
 |
| |
| • เฮือนใจ๋ยอง เป็นเรือนไม้สองชั้น ใต้ถุนบ้านที่ตั้งโต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร ซึ่งได้บรรยากาศแบบเรียบง่าย |
 |
| |
อร่อยและอิ่มกันถ้วนหน้า ก็เตรียมเดินทางต่อไปจังหวัดลำปาง ซึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบน สภาพภูมิประเทศเป็นขุนเขาทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ตอนกลางของจังหวัดเป็นแอ่งที่ราบลุ่มลำน้ำวัง เป็นที่ตั้งของเวียงเล็กเวียงน้อย ทับซ้อนกันกว่า 1,300 ปี เกิดร่วมยุคร่วมสมัยกับเมืองหริภุญไชย หรือจังหวัดลำพูนในปัจจุบัน
แหล่งท่องเที่ยวทางด้านโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และความเป็นอยู่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน เช่น วัดพระธาตุลำปางหลวง, วัดไหล่หิน และวัดที่มีการผสมผสานศิลปแบบล้านนา กับสถาปัตยกรรมของพม่า จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่มีวัด และอาคารบ้านเรือนตามแบบพม่ามากที่สุดในประเทศไทย
นอกจากนี้จังหวัดลำปางยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยใช้ รถม้า เป็นพาหนะในการรับ - ส่งผู้โดยสารมากว่า 80 ปี ปัจจุบันยังใช้เป็นพาหนะให้บริการนักท่องเที่ยว นั่งเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ในบรรยากาศย้อนยุคอีกด้วย
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงจากร้านเฮือนใจ๋ยอง สู่จุดหมายที่ 2 พระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ มีความสวยงาม และอลังการด้วยศิลปะ สถาปัตยกรรม ที่สร้างขึ้นในแนวกำแพงใหญ่ที่ทอดยาว กั้นทุกอย่างไว้ในบริเวณวัด บันไดด้านหน้าเป็นนาค 2 ชั้น |
| |
 |
| |
| • ภายในของวิหารหลวง พระธาตุลำปางหลวง |
 |
| |
เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นบน จะพบพระวิหารหลวง เปิดโล่งขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย ได้แก่ พระธาตุลำปางหลวง, วิหารหลวง, วิหารพระพุทธ, ซุ้มพระบาท โดยสร้างครอบพระพุทธบาทไว้
ฐานก่อขึ้นเป็นชั้นคล้ายฐานเจดีย์ ภายในมองเห็นการหักเหของแสง จึงปรากฎเป็นเงาพระธาตุและพระวิหารในมุมกลับหัว แต่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้น นอกจากนั้นยังมี กุฏิพระแก้ว, วิหารพระเจ้าศิลา และพิพิธภัณฑ์ภายในบริเวณวัด ถ้ามาเยือนลำปาง และต้องการชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ ก็ไม่ควรพลาดที่นี่
จากนั้นเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อไปยังจุดหมายที่ 3 โรงแรมเวียงลคอร ซึ่งเป็นโรงแรมที่คงวัฒนธรรมล้านนาในจังหวัดลำปาง และเป็นที่พักพิงในค่ำคืนนี้ การเดินทางจากพระธาตุลำปางหลวงมาที่โรงแรมเวียงลคอร เจอฝนเป็นระยะๆ กำหนดการเดิมคือนั่งรถม้าชมเมืองลำปาง จากนั้นไปรับประทานอาหารเย็น จึงต้องเปลี่ยนแปลง ยกเลิกการนั่งรถม้า เนื่องจากฝนไม่หยุดตก แถมในเมืองระบายน้ำไม่ทัน จึงทำให้เมืองลำปางกลายเป็นทะเลชั่วคราว |
| |
 |
| |
| • โรงแรมเวียงลคอร โรงแรมที่คงวัฒนธรรมล้านนาเอาไว้เป็นเอกลักษณ์ |
 |
| |
เมื่อกำหนดการนั่งรถม้ายกเลิก จึงมุ่งไปยังจุดหมายสุดท้ายของการเดินทางวันแรก นั่นคือ ร้านของกิ๋นบ้านเฮา อยู่ในอำเภอเมืองลำปาง มีอาหารให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารพื้นเมือง, ไทย, จีน และญี่ปุ่น เป็นร้านที่ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท ปกคลุมด้วยแมกไม้ บรรยากาศร่มรื่น และเย็นสบาย แต่ยุงเยอะไปหน่อยเนื่องจากฝนตก แต่ทางร้านก็ดูแลและบริการเป็นอย่างดีโดยจุดยากันยุงให้
อาหารค่ำมื้อนี้ นอกจากอิ่มอร่อยแล้ว ยังได้อารมณ์สุนทรีย์กลับไปนอนหลับฝันดี เนื่องจากมีการแสดงดนตรีสด ที่มีสาวน้อยหน้าตาน่ารัก พกพาน้ำเสียงนุ่มๆ ไพเราะ มาขับร้องเพลงของนักร้องชื่อดังชาวเหนือ จรัล มโนเพ็ชร มาฝากกัน ถูกใจคณะคาราวานของ อีซูซุ เรียกเสียงปรบมือได้เป็นระยะ จากนั้นประมาณ 2 ทุ่มจึงเดินทางกลับที่พัก และเตรียมตัวสำหรับเช้าต่อไป |
| |
 |
| |
| • ร้านของกิ๋นบ้านเฮา ตกแต่งสไตล์รีสอร์ท ปกคลุมด้วยแมกไม้ บรรยากาศร่มรื่น และเย็นสบาย |
 |
| |
วันที่ 2 ลำปาง - สุโขทัย
ออกจากโรงแรมเวลา 6.45 น. เพื่อรวมพล ณ จุดปล่อยรถคาราวานบริเวณ ลานข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา ซึ่งอยู่ติดกับสวนสาธารณะและสำนักงานเทศบาลนครลำปาง ตัวหอนาฬิกาเป็นโครงสร้างคอนกรีตรูปทรงแบบเก่าดูสง่างาม จึงทำให้นักท่องเที่ยวนิยมนั่งรถม้ามาจอดถ่ายรูป ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตา และอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่มาเยือนลำปาง |
| |
 |
| |
| • คุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน กล่าวบรรยายสรุปการเดินทาง |
| |
 |
| |
| • ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตรีเพชร อีซูซุ |
| |
 |
| |
| • คุณเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ |
| |
 |
| |
| • คุณอุทาร ชวเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง |
 |
| |
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที มาถึงจุดหมาย สื่อมวลชนแยกย้ายเก็บภาพบรรยากาศต่างๆ และร่วมสมทบทุนบริจาคเงินให้กับ โรงเรียนบ้านเปาปมดงยาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้องเดินทางไปในวันนี้ จากนั้นเวลา 7.15 น. คุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน จึงบรรยายสรุปเส้นทาง ต่อด้วยการแนะนำผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้
สมาชิกคาราวานในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 40 คัน ทีมงาน และสื่อมวลชนอีกประมาณ 10 คัน การเดินทางครั้งนี้จึงมีจำนวนรถรวมกว่า 50 คัน 7.30 น. เป็นพิธีปล่อยรถ ที่จัดขึ้นบริเวณซุ้มประตูที่เตรียม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเสร็จสิ้นพิธีการ |
| |
 |
| |
จากนั้นเดินทางไปยังจุดหมายแรก ตามทางหลวงหมายเลข 11 คือ โรงงานผลิตเซรามิก ‘อินทราเซรามิก’ เป็นศูนย์จำหน่ายเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปาง บนเนื้อที่ 8 ไร่ ทั้งยังเป็นผู้ผลิต และส่งออกเซรามิก เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารรายใหญ่ของลำปางอีกด้วย
อินทราเอาท์เลท เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 - 17.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันสงกรานต์ และวันแรงงาน ภายในประกอบด้วย 3 อาคาร
•
อาคารที่ 1 จำหน่ายสินค้าของอินทราเซรามิก
• อาคารที่ 2 จำหน่ายสินค้าคละเกรดราคาพิเศษ
• อาคารที่ 3 เป็นส่วนของการผลิต ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมดูกระบวนการผลิตเบื้องต้นได้ (แต่ห้ามถ่ายรูป)
ถ้าเมื่อยก็สามารถนั่งพักดื่มกาแฟสดที่ ‘ดินดอย’ ปรุงสูตรพิเศษของอินทราเซรามิก อีกทั้งยังมีประติมากรรมเซรามิกต่างๆ ไว้เป็นที่ระลึก เช่น ชามไก่ยักษ์, พีระมิดกาน้ำ, อนุสาวรีย์ไก่ขาว, รถม้าเมืองลำปาง และอีกมากมาย กลุ่มคาราวานเข้าชมและเลือกซื้อสินค้ากันอย่างสบายใจ จากนั้นก็เตรียมตัวถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกหน้าประติมากรรมชามไก่ยักษ์ |
| |
 |
| |
| • อินทราเซรามิก โรงงานผลิตเซรามิก และศูนย์จำหน่ายเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปาง |
| |
 |
| |
| • บรรยากาศภายในอาคารที่ 1 พื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าของอินทราเซรามิก |
| |
 |
| |
| • อาคารที่ 2 เป็นที่จำหน่ายสินค้าคละเกรดแบบราคาพิเศษ ใครเห็นเป็นต้องติดใจ โดยเฉพาะคนชอบแต่งบ้าน |
| |
 |
| |
| • กาแฟดินดอย มุมกาแฟสดสำหรับคอกาแฟ |
| |
 |
| |
| • ถ้ามาถึงที่นี่แล้ว อย่าลืมแวะชม 'ชามไก่ยักษ์' ด้วยค่ะ |
 |
| |
ประมาณ 10.00 น. ออกเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 11 เพื่อไปยังจุดหมายที่ 2 โรงเรียนบ้านเปาปมดงยาง จังหวัดแพร่ เพื่อร่วมบริจาคอุปกรณ์การเขียน และกีฬาพร้อมเงินสดให้กับนักเรียน
โรงเรียนบ้านเปาปมดงยาง (มิตรภาพที่ 155) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2516 โดยความร่วมมือของประชาชนในหมู่บ้าน ที่ได้มอบที่ดินให้จำนวน 15 ไร่ สำหรับสร้างเป็นอาคารเรียนชั่วคราวจำนวน 4 ห้องเรียน จากนั้นใน พ.ศ. 2516 นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่, พลโทสายหยุด เกิดผล ประธานการศึกษามิตรภาพ ได้จัดให้มีการกระโดดร่ม ไทย - อเมริกา และ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้สมทบทุนก่อสร้างอาคารเรียนทรงจั่ว ใต้ถุนสูง ขนาด 4 ห้องเรียน ต่อมา นายประทีป สุขโสภา อาจารย์โรงเรียน หนองปลาหมอ วิทยาคม ได้มอบที่ดินด้านหลังโรงเรียนให้ 25 ไร่เศษ และได้ต่อเติมบ่อเลี้ยงปลา และอาคารเรียนเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก ก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายที่ 3 เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านกุหลาบ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อาหารแนะนำไก่ล่อน ราดน้ำจิ้มรสหวานบนตัวไก่ทอด และกินพร้อมหมี่กรอบที่รองมากับตัวไก่ |
| |
 |
| |
| • เส้นทางสู่โรงเรียนบ้านเปาปมดงยาง |
| |
 |
| |
| • น้องๆ โรงเรียนบ้านเปาปมดงยาง รอรับพี่ๆ จากคาราวานอีซูซุ |
| |
 |
| |
อิ่มอร่อยและพักผ่อนย่อยอาหารกันเรียบร้อย ก็ออกเดินทางไปยัง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลศรีสัชนาลัย บริเวณนี้เรียกว่า ‘แก่งหลวง’ ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัยมาทางอำเภอสวรรคโลก 11 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตของตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ และตำบลท่าชัย ส่วนตัวเมืองโบราณศรีสัชนาลัย อยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ เดิมชื่อว่า ‘เมืองเชลียง’ เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ศรีสัชนาลัย’ ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง
เดินทางมาที่นี่ พลาดไม่ได้ที่จะต้องแวะชมคือ วัดช้างล้อม เป็นวัดขนาดใหญ่ อยู่ในกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย มีพระวิหารตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน ปรากฏเฉพาะส่วนฐานที่ก่อด้วยอิฐ มีเจดีย์ประธานทรงลังกา ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้น ยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบจำนวน 39 เชือก ตามคติความเชื่อแบบลังกาที่ว่า ช้างเป็นสัตว์ที่ค้ำชูพระพุทธศาสนา
มีพี่สื่อมวลชนท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เคยมาเที่ยวกับเพื่อน และเดินนับจำนวนช้าง แต่นับอย่างไรก็ได้จำนวนช้างไม่เท่ากัน ถ้ามีโอกาสมาก็ลองพิสูจน์ดูนะคะ |
| |
 |
| |
| • อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย |
| |
 |
| |
| • วัดช้างล้อม ส่วนฐานที่ก่อด้วยอิฐ ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้น ยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบจำนวน 39 เชือก |
| |
 |
| |
| • วัดเจดีย์เจ็ดแถว ศิลปะสุโขทัยแท้ และศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัย |
 |
| |
จากนั้นมาอีกหนึ่งวัดที่อยู่ไม่ไกลกัน แค่เดินข้ามถนนก็ถึงแล้ว นั่นคือ วัดเจดีย์เจ็ดแถว ตั้งอยู่ด้านหน้าของวัดช้างล้อม มีความสวยงามมาก เพราะเจดีย์แบบต่างๆ ที่เป็นศิลปะสุโขทัยแท้ และศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัย โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า อาจเป็นวัดของกษัตริย์ที่ครองเมืองนี้ และเจดีย์อื่นๆ คงเป็นที่บรรจุพระอัฐิของเจ้านายในราชวงศ์สุโขทัย
อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 - 17.00 น. และทางอุทยานฯ มีบริการรถรางนำชมโบราณสถานทั่วบริเวณ ถ้าต้องการวิทยากร ก็มีให้บริการ
จากนั้นออกเดินทางไม่ไกลจากจุดเดิมเท่าไรไปยัง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง เรียกอีกชื่อว่า วัดพระปรางค์ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ และเป็นพระอารามหลวงชั้นราชวรวิหาร
มีโบราณสถานสำคัญภายในวัด ได้แก่ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแดงฉาบปูน ลักษณะรูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมจัดอยู่ในสมัยอยุธยา บริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดขึ้นองค์ปรางค์สู่ซุ้มโถง ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา ที่มีลักษณะงดงาม
กำแพงวัดเป็นศิลาและแท่นกลมขนาดใหญ่ เรียงชิดติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหนือซุ้มประตูทำเป็นรูปคล้ายหลังคายอด และเหนือซุ้มขึ้นไปปั้นปูนเป็นรูปพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มีพระธาตุมุเตา อยู่ด้านหลังปรางค์ประธานนอกกำแพงแก้ว ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงมอญ
วันนี้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า หลายท่านเข้าไปสักการะ หลวงพ่อโต ก็นำน้ำมนต์ติดไม้ติดมือกลับ จะนำไปอาบหรือดื่มก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนตัว |
| |
 |
| |
| • วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร หรือ วัดพระปรางค์ |
| |
 |
| |
| • กำแพงวัดเป็นศิลาแท่นกลมขนาดใหญ่ฯ |
| |
 |
| |
| • พระธาตุมุเตา เจดีย์ทรงมอญ ด้านหลังปรางค์ประธานนอกกำแพงแก้ว |
| |
 |
| |
| • วิหารพระสองพี่น้องและมณฑปพระอัฏฐารศ |
 |
| |
เดินทางกันอย่างสนุกสนานมาทั้งวัน กระทั่งใกล้เวลารับประทานอาหารเย็น จึงรีบออกเดินทาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ตลอดการเดินทางมีน้ำดื่มพร้อมขนมขบเคี้ยว ไว้คอยบริการไม่ให้ท้องว่าง จากพี่ๆ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อีซูซุ และ ไดอิจิ
จุดหมายสุดท้ายของวันนี้คือ โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ในตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นโรงแรมบูติคระดับ 5 ดาว แห่งใหม่ มีจำนวน 70 กว่าห้องพัก สไตล์การตกแต่งแสดงให้เห็นถึงความทันสมัย โดดเด่น สวยงาม แว่วมาว่า งานนี้ถึงกับปิดโรงแรม เนื่องจากจำนวนคนกับห้องพักสูสีกัน
เช็ก-อินเรียบร้อยก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย รอเวลางานเลี้ยงค่ำ แต่ก่อนนั้นก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้สมาชิกคาราวานได้ร่วมสนุก พร้อมอาหารพื้นบ้านอย่างเช่น ข้าวเปิ๊ป, หมี่พัน, เมี่ยงสาย และขนมไทยๆ อีกมากมายให้ลองชิม
18.30 น. ทีมประชาสัมพันธ์ของ อีซูซุ ก็เดินแจ้งสื่อมวลชนและสมาชิกคาราวาน ให้เข้าสู่ห้องทานเลี้ยง ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมการแสดงพื้นเมือง พร้อมเกมส์สนุกๆ มากมาย งานเลี้ยงจบประมาณ 20.30 น. ตามกำหนดการที่วางไว้ ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน บางท่านก็ทำกิจกรรมว่ายน้ำตอนกลางคืน ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่เล่นน้ำกันแว่วมาอย่างสนุกสนาน |
| |
 |
| |
| • โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมบูติคระดับ 5 ดาว แห่งใหม่ |
| |
 |
| |
| • กิจกรรมสนุกๆ สำหรับสมาชิกคาราวาน อีซูซุ |
| |
 |
| |
| • ขนม และอาหารพื้นบ้านมากมายให้ลองชิม |
| |
 |
| |
| • งานเลี้ยงส่งท้ายยามค่ำคืน |
 |
| |
วันที่ 3 เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ
เสียงโทรศัพท์ปลุกประมาณ 6.00 น. เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพ แต่วันนี้กำหนดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ร่นเวลาขึ้นมาก่อนกำหนดเดิม 30 นาที เนื่องจาก พี่พัช - ไดอิจิ ใจดีพาไปซื้อของฝากที่ ร้านรุ่งรัตนา ตามคำขอ ดูแลและบริการเต็มที่ แต่มีข้อแม้ว่าให้เวลา 10 นาที เดี๋ยวจะเดินทางไปสนามบินไม่ทัน ทุกคนก็พร้อมใจกันทำเวลา เมื่อได้ของฝากตามต้องการกันแล้ว ต่างขึ้นรถตู้เดินทางไปยังสนามบินสุโขทัย
สนามบินสุโขทัย เป็นสนามบินเล็กๆ ที่ออกแบบสุดคลาสสิค ด้วยอาคารหลังคาทรงไทยประยุกต์ ที่มีสัญลักษณ์เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ศิลปะสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมกลางสระน้ำ ซึ่งอยู่ด้านหน้าของอาคารพักผู้โดยสารขาออก
และที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้ เพราะเป็นจุดเชิดหน้าชูตา พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม คือ การนำวิถีเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ ทำนา ปลูกผัก ทำเกษตรอินทรีย์แบบไร้สาร บริเวณรอบๆ สนามบิน เพื่อนำผลผลิตไปปรุงอาหารให้บริการผู้โดยสารบนเครื่องของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส ก็ยังเสียดายว่าอดเก็บภาพบรรยากาศรอบๆ สนามบินมาฝาก เนื่องจากกล้องถ่ายภาพเกิดอาการงอแง ไม่ยอมทำงานต่อซะอย่างนั้น
กิจกรรมนี้ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ ประเทศไทย จำกัด จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า และสร้างสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า 'อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล คาราวานสัญจร'
โดยตลอดทุกปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ใช้ อีซูซุ เป็นอย่างดี ต่างติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องเพื่อจะร่วมกิจกรรม เรียกว่าเป็นกลุ่ม 'ซูเปอร์แฟน' กันเลยทีเดียว นับว่าเป็นกิจกรรมที่บรรลุผลตามวิถี อีซูซุ นั่นคือ 'ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา' •
• ขอบคุณ: บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง |
| |