 |
| |
| ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Sunday, 5 September, 2010 0:38 AM |
|
 |
| |
|
| |
บริดจสโตน ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ECOPIA EP100A ยางที่ช่วยประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมใหม่เพื่อโลกที่ยั่งยืน โดย มร.มาซาฮิโร ฮิกาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิของโลกได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม
ECOPIA EP100A เป็นยางที่ให้ความสมดุลในการขับ พร้อมความต้านทานการหมุนของยางที่น้อยลง จึงช่วยในการประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น สัมผัสได้ตั้งแต่เริ่มออกตัว จนกระทั่งเมื่อถอนคันเร่ง พร้อมเพิ่มรอบการหมุนของล้อ ให้ยาวนานขึ้นตลอดการเดินทาง |
| |
 |
| |
ด้วยผลลัพธ์จากส่วนผสมพิเศษจากบริดจสโตน การออกแบบพิเศษให้ยางมีรูปทรงด้านข้างกว้างขึ้น สามารถดูดซับแรงเสียดทานได้ดี และการออกแบบดอกยางที่ช่วยคงรักษาสมรรถนะในการเบรกดีเยี่ยมแม้ในสภาพถนนเปียก ด้วยการผสานกับโครงสร้างยางจากนวัตกรรมชั้นเลิศ ทุกการเดินทางจึงเต็มไปด้วยความนุ่มนวล
ยางเพื่อสิ่งแวดล้อม ECOPIA EP100A มีให้เลือก 7 ขนาด ตั้งแต่ 15-17 นิ้ว จำหน่ายที่ศูนย์บริการค็อกพิท, ออโต้บอย, แอค และผู้แทนจำหน่ายยางบริดจสโตนทั่วประเทศ |
| |
 |
| |
| • มร.มาซาฮิโร ฮิกาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| |
 |
| |
| • มร.มิโนรุ คุโรกิ ผู้อำนวยการสายงานผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก |
| |
 |
| |
| • คุณวิชิต นิติธรรมวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายบริการทางเทคนิค |
| |
 |
| |
| • คุณวราภรณ์ เทพทอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์รถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก |
 |
สำหรับยางรุ่นใหม่นี้ บริดจสโตนได้ทำการเปิดตัวเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายน 2553 เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าประมาณ 7 โมง นัดรวมพลสื่อมวลชนเพื่อขับรถทดสอบซี่งใส่ยาง ECOPIA EP100A ออกเดินทางจากร้าน Link Meeting Room ไปยังสนามทดสอบยางบริดจสโตน เพื่อร่วมทดสอบยางรุ่นใหม่ด้วย 6 สถานีหลัก ประกอบด้วย Slop Test, Fuel Consumption, Wet Handling, Wet Brake, Free Run และ 3 Wheeler Experience เปรียบเทียบระหว่างยางบริดจสโตนรุ่นเดิม B250
หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ เป็นการพักทานอาหารกลางวัน จากนั้นจึงเริ่มเดินทางกลับในแบบแรลลี่ มีเกมให้เล่นระหว่างทาง โดยต้องแวะไปที่จุดลงเวลาที่วัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี และร่วมเล่นเกมสะสมคะแนน ก่อนมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดตัวยาง ECOPIA EP100A อย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ มอบรางวัลแก่ผู้โชคดี และผู้ชนะจากการแข่งแรลลี่ ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงไพเราะ ผสมอารมณ์ขันจากวง สุเมธ แอนด์ เดอะ ปั๋ง เป็นการปิดท้ายรายการ |
 |
| Slop Test |
| |
 |
| |
 |
| |
| |
|
 |
| Fuel Consumption |
| |
 |
| |
| |
|
 |
| Wet Handling |
| |
 |
| |
| |
|
 |
| Wet Brake |
| |
 |
| |
| |
|
 |
| Free Run - 3 Wheeler Experience |
| |
 |
| |
 |
| |
| |
|
 |
| |
บริดจสโตน เป็นบริษัทที่ครองตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมานานถึง 80 ปี โดยมีนโยบายในการผลิต ที่เน้นหนักในด้านคุณภาพให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการแก่ผู้ใช้กว่า 150 ประเทศทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย บริดจสโตน ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำทางตลาดยางรถยนต์ของประเทศมาโดยตลอด 40 กว่าปีนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2512 โดยมีแนวทางการทำงานคือ มุ่งมั่น ริเริ่ม สร้างสรรค์ คิดค้น วิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ในทุกๆ ด้านให้ดีที่สุด และมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศ
เริ่มต้นด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ การนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการตรวจสอบควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน นอกจากนี้บริดจสโตนยังมีนโยบายในการส่งเสริม และรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสังคม ให้สอดคล้องกับปรัชญาที่บริดจสโตนยึดมั่น เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลกว่า บริดจสโตนผลิตยางดีเยี่ยมเพื่อรับใช้สังคม (Serving Society with Superior Quality)
และเพื่อให้เป็นตัวอย่างของการปฏิบัติที่เป็นไปได้และเห็นผลจริง บริดจสโตนจึงกำหนดนโยบาย ONE TEAM ONE PLANET โดยเป็นแนวทางการปฏิบัติแบบบูรณาการ มีวัตถุประสงค์ คือ ให้เกิดการร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เพื่อดูแลและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ละเว้นการกระทำที่จะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด |
| |
 |
| |
นอกจากนี้ ยังได้วางแนวทางการปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ด้วยการใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการคัดเลือก จัดหาวัตถุดิบ ขั้นตอนในแต่ละกระบวนการผลิต การขนส่ง การขาย และการกำจัด ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่า มีความตระหนักในตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ยาง
มาตรการการปฏิบัติเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Mission Statement) ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
ส่วนที่ 1 ระบบการผลิต (Operations)
ครอบคลุมตั้งแต่ วัตถุดิบ (Raw Material) การผลิต (Production) ขั้นตอนการผลิต (All Manufacturing Processes) ระบบการขนส่ง (Logistic) การจัดจำหน่าย (Distribution) กิจกรรมการขาย (Sale Activities) สาหรับในเมืองไทยก็ได้มีการปฏิบัติแล้วอย่างต่อเนื่อง เช่น
สนามทดสอบไทยบริดจสโตน (Thai Bridgestone Proving Ground) ก่อสร้างบนเนื้อที่ 329 ไร่ ใช้เงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากการก่อสร้างสนามที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในการทดสอบแล้ว ยังคงรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีเยี่ยม โดยการคงพื้นที่สีเขียวกว่า 192 ไร่ และมีระบบบริหารการใช้ทรัพยากรน้ำที่ดีเยี่ยม การออกแบบทั้งหมดเป็นไปอย่างพิถีพิถัน โดยการควบคุมดูแลจาก บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น
Co-Generator (ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม) ซึ่งเป็นระบบที่มีการนำพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด และยังเป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย นับเป็นโครงการหนึ่งตามนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบริดจสโตนทั่วโลก โดยจะนำก๊าซธรรมชาติมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงาน 2 รูปแบบ คือ ผลิตกระแสไฟฟ้า และไอน้ำ เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิต การใช้ระบบ Co-generation
นอกจากจะเป็นการนำพลังงานมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สำหรับประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมนั้น บริษัทคาดว่าโครงการนี้จะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
CO2 emission โรงงานไทยบริดจสโตนได้ริเริ่มกิจกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยได้ดำเนินการผ่านกิจกรรมประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งลดการใช้พลังงาน ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร การใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง กระบวนการป้องกันมลภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต จากการจัดให้มีระบบบำบัดมลพิษไม่ว่าจะเป็น ระบบบำบัดมลพิษอากาศ มลพิษน้ำ และการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม เป็นต้น |
| |
 |
| |
นอกจากนี้ยังมีการเริ่มนำพลังงานทางเลือกอื่นๆ มาใช้ อาทิ การใช้ Solar cell ในการผลิตไฟฟ้าให้แสงสว่างภายในบริษัท ด้วยการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่หลอดไฟตามทางเดินของถนน และป้ายหน้าบริษัทฯ เพื่อรับแสงและเก็บแสงไว้ใช้ในเวลากลางคืน เป็นการใช้พลังงานแสงจากธรรมชาติแทนการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งทำให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอีกทางหนึ่ง
ในด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ เมื่อได้มีการผลิตยางที่มาจากการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังคำนึงถึงในเรื่องของการขนส่งสินค้า ให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเส้นทางการขนส่ง รวมถึงเรื่องของการบรรทุกให้เหมาะสมที่สุด เพื่อเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิง ทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ยังจัดให้มีการตรวจเช็คสภาพของรถที่ใช้ในการขนส่งเป็นประจำ เพื่อให้รถมีสภาพที่ดี ซึ่งเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิงอีกทางหนึ่งด้วย
แม้แต่ด้านการขาย เมื่อลูกค้ามีการใช้ยางแล้ว การที่จะขึ้นชื่อว่าลูกค้าก็เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม ก็จะต้องมีการให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในการใช้งาน จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ในเรื่องของยางแก่ลูกค้า รวมถึงบุคคลทั่วไปด้วย
เช่น การเติมลมยาง ถ้าผู้ใช้รถร่วมกันเติมลมยางให้มีค่าที่เหมาะสม จะทำให้รถวิ่งได้ดีขึ้น จะเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิง ทาให้เกิดการลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง และในที่สุดก็จะทาให้ลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้ ซึ่งก็จะเป็นการลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
รวมทั้งการจัดการของเสีย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
•
1. การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่
• 2. การกำจัดของเสียอย่างเหมาะสมที่สุด |
| |
 |
| |
หลังจากเกิดการใช้งานของยางแล้วยางที่หมดสภาพการใช้งานก็จะกลายเป็นของเสีย ซึ่งถ้ามีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง ก็จะเกิดปัญหามลภาวะตามมาอย่างแน่นอน สิ่งที่บริดจสโตนมุ่งมั่นใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมสำหรับกระบวนการนี้ คือ
มีการนำโครงยางที่หน้ายางมีการสึกหรอแล้ว แต่โครงสร้างของยางยังใช้การได้อยู่ มาทำการหล่อดอกใหม่ ให้สามารถนำยางกลับมาใช้ใหม่ได้ (Retread Tire) ซึ่งเป็นการลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะสามารถรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่กับได้อีกยาวนาน
แต่ถ้าจำเป็นต้องมีของเสียที่ต้องกำจัดเกิดขึ้น ทางบริดจสโตนก็จะมีการนำยางรถที่ไม่ใช้แล้ว รวมของเสียจากกระบวนการผลิตมาทำการกำจัด โดยนำไปเป็นเชื้อเพลิงทดแทนในเตาเผาสำหรับการผลิตปูนซีเมนต์แทนการฝังกลบ ซึ่งจะช่วยลดมลภาวะทางด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากถูกเผาไหม้ให้หมดไป
จะเห็นได้ว่าจากที่กล่าวมาข้างต้น ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจนกระทั่งถึงการกำจัดของเสียนั้น ทางบริดจสโตนได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตขึ้นนั้น เป็นการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง |
| |
 |
| |
| • พิธีเปิดตัวยาง Ecopia อย่างเป็นทางการ |
| |
 |
| |
| • มร.ทาคายูกิ อิเคบะ ที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค (ที่ 3 จากซ้าย) มอบรางวัลแก่ผู้โชคดี |
 |
ส่วนที่ 2 คือ กิจกรรมเพื่อสังคม (Community Activities)
โดยมุ่งที่การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ เช่น โครงการ Green Hands เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่จัดเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานในบริษัท รวมทั้งครอบครัว และเด็กๆ เยาวชน ให้มาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน
อาทิ กิจกรรมรักษ์น้ำ สานต่อสรรพชีวิต (Save Water for All Creatures) เสนอกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องราวของทรัพยากรน้ำ โดยเรียนรู้จากสถานที่จริงคือโรงงานของไทยบริดจสโตน อันเป็นตัวแทนของการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรม
ซี่งในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ จะต้องใช้น้ำสะอาดทั้งในขั้นตอนของการอบยางและขึ้นรูป โดยการหล่อร้อนและเย็น นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในการอุปโภค ภายในโรงงานและสำนักงานด้วย เด็กๆ ได้พบเห็นการเดินทางของน้ำตั้งแต่คลองไปจนถึงบ่อบำบัด และร่วมกันตรวจสอบคุณภาพน้าในบ่อที่ผ่านการบำบัดแล้วด้วยวิธีการทางเคมีและชีวภาพ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับคุณภาพน้ำในธรรมชาติ
เพื่อแสดงให้เห็นว่า กระบวนการบาบัดน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม คือ หนึ่งในความรับผิดชอบต่อสังคม ที่สามารถรับผิดชอบในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันได้
กิจกรรมสองแรงต่างวัย คงความหลากหลายทางชีวภาพไว้ให้ยืนยง (Save Biodiversity for Livability World) กิจกรรมที่ชักชวน น้องๆ และพี่ๆ ต่างวัยมาเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกันสำรวจสิ่งมีชีวิตที่ซุกซ่อน และอาศัยอยู่ในพื้นที่สีเขียวของโรงงาน เพื่อยืนยันถึงการจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกคนรู้ว่าบนพื้นที่ของโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยางกว่า 300 ไร่ ก็มีเรื่องราวอันซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตหลากสายพันธุ์อยู่ร่วมกัน การสร้างโรงงานไม่จำเป็นว่าพื้นที่สีเขียวต้องหายไปด้วย เพราะการก่อสร้างที่ยังคงความหลากหลายทางธรรมชาติไว้ได้ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจอย่าง บริดจสโตน ต้องคำนึงอยู่เสมอ
กิจกรรมบริดจสโตนร้อยรักสามัคคี...บนวิถีพอเพียง (Harmony Way and Sufficiency Life) มอบประสบการณ์ดีๆ จากการร่วมกันดำน้ำ ทำแปลงผัก ปลูกไม้ผล และเพิ่มพื้นที่ป่า ตามรอยวิถีพอเพียงของพ่อหลวง พร้อมทั้งศึกษาวิถีชีวิตในแปลงเกษตร 1 ไร่แก้จน เพื่อน้อมนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
กิจกรรมเยาวชนไทยกับถังขยะ 6 ใบช่วยโลก (Six-Bin Save the Earth) เพื่อสร้างความตระหนักให้กับเยาวชนในการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะเรื่องระบบการแยกขยะของโรงงาน ตัวแทนของภาคธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งการนำขยะมารีไซเคิล ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาต่างๆ นั่นเอง
โครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่ง บริดจสโตน โดยศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร ร่วมกับ WWF ประเทศไทย เป็นโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาระยะยาว เปิดโอกาสให้น้องๆ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดที่ราบลุ่มภาคกลาง เข้าร่วมกิจกรรมจัดทำโครงงานศึกษา เรียนรู้ทักษะการเป็นนักสำรวจ และใกล้ชิดกับธรรมชาติผ่านกระบวนการเรียนรู้ ปูพื้นฐานการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมรอบโรงเรียนและชุมชน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป
โครงการสารานุกรมไทย ใส่ใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Green Encyclopedia) เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของเยาวชน ผ่านการเรียนรู้ในเรื่องที่สนใจจากการค้นคว้าหาความรู้ในห้องสมุดพร้อมสอดแทรกการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่อก่อให้เกิดความตระหนักและช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
โครงการสะพานสานฝันเยาวชนนักประดิษฐ์ (BRIDGE 2 Inventor Challenge) เพื่อส่งเสริมเยาวชนที่มีความสามารถทางด้าน วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี พร้อมทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ ความฝันอยากเป็นนักประดิษฐ์นวัตกรรม ได้มีโอกาสประดิษฐ์ผลงาน เพื่อส่งเข้าประกวดโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรมในค่ายฝึกอบรมวิชาการ |
| |
 |
| |
| • สุเมธแอนด์เดอะปั๋ง มาร่วมสร้างความสนุก |
 |
ส่วนที่ 3 ผลิตภัณฑ์และบริการ (Products and Services)
ทุกๆ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่างๆ ของบริดจสโตน ที่นำเสนอสู่ผู้บริโภค จะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถลดการใช้พลังงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการขับเคลื่อนนโยบาย ONE TEAM ONE PLANET หัวใจสำคัญของความสำเร็จ คือความร่วมแรงร่วมใจกัน ทำงานเป็นทีม ผสานกับพลังของความมุ่งมั่น และปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน
บริดจสโตนให้คำมั่นสัญญาว่า พร้อมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อร่วมดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ให้อนาคตของสังคมไทย และอนาคตของโลก คงความสวยสด งดงาม ตลอดไป
ยางรถยนต์ที่ช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เหตุใดจึงต้องผลิตยางรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม?
ในขณะที่โลกได้รับผลกระทบจากการกระทำในด้านต่างๆ ของมนุษย์ บริดจสโตนก็พร้อมที่จะเป็นส่วนสาคัญ ในการร่วมบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยนำเอาเทคโนโลยีอันล้ำหน้าซึ่งจะะช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า มาประยุกต์ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ในรูปแบบใหม่
สัมผัสยางรถยนต์แห่งนวัตกรรมใหม่ด้วยตัวคุณเอง และขับเคลื่อนไปกับการขับเพื่ออนาคตที่ดีของวันพรุ่งนี้เพื่อลูกหลานและเพื่อโลกใบนี้ |
| |
 |
| |
ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากยางรถยนต์
ประสิทธิภาพในการใช้น้ำมัน ถือเป็นปัจจัยที่สาคัญปัจจัยหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะขับ สำหรับยางรถยนต์แล้วความต้านทานการหมุนของยางยิ่งน้อยลงเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นเท่านั้น
หมายเหตุ: ค่าที่แสดง คือ ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากยางรถยนต์ขนาด 185/70R14
ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด: 296.4 กิโลกรัมต่อยางรถยนต์หนึ่งเส้น (ที่มา: สมาคมผู้ผลิตยางแห่งประเทศญี่ปุ่น)
สมรรถนะทั่วไป
ให้สมดุลยภาพในการขับ ที่มาพร้อมกับความต้านทานการหมุนของยางที่น้อยลง
ความต้านทานการหมุนก็คือ ความต้านทานที่มีต่อการขับเคลื่อน การลดความต้านทานการหมุนจึงช่วยให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลง ด้วยเทคโนโลยีที่บริดจสโตนคิดค้นและพัฒนาขึ้น จึงทำให้ยาง ECOPIA เกิดความสมดุลในการลดความต้านทานการหมุนของยาง และยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนที่ดี
คุณสมบัติพิเศษของยาง ECOPIA
สัมผัสได้ถึงความแตกต่างของยาง ECOPIA ตั้งแต่เริ่มออกตัวจนกระทั่งเมื่อผ่อนคันเร่ง ยิ่งเหยียบคันเร่งน้อยลงเท่าใด ก็จะยิ่งลดการใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น ECOPIA จึงเป็นยางที่ช่วยให้คุณประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน
สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม
ความต้านทานในการหมุนของยางน้อยลง ทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำหน้าที่นำมาใช้ในการจัดเตรียมวัตถุดิบ รวมถึงส่วนผสมพิเศษ ECOPIA COMPOUND ที่ช่วยลดความต้านทานการหมุนของยาง ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงอีกด้วย
จากการทดสอบเปรียบเทียบการสิ้นเปลืองน้ำมัน จะเห็นว่ายาง ECOPIA EP100A ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 3.1%
ที่มา: สมาคมเทคโนโลยีการขนส่งทางรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น แสดงผลการเปรียบเทียบการสิ้นเปลืองน้ำมัน ระหว่างยาง ECOPIA EP100A และ B250 ภายใต้สภาพถนนแบบเดียวกัน |
 |
| ขนาดยาง Bridgestone ECOPIA EP100A |
| |
• 175/65 R15
• 195/65 R15 • 185/60 R15 • 215/60 R16
|
• 185/55 R16
• 205/55 R16
•
215/55 R17 |
|
|
| |
 |
| |
สมรรถนะด้านความปลอดภัย
สมรรถนะในการเบรกที่ยอดเยี่ยมบนถนนเปียก เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของบริดจสโตน ที่ช่วยลดความต้านทานการหมุนของยาง แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการเกาะถนนได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถลดความต้านการหมุนของยางได้ ในขณะที่ยางยังคงยึดเกาะถนนได้ดี ECOPIA จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ของยางที่ให้สมรรถนะยอดเยี่ยมในทุกด้าน
ECOPIA COMPOUND
ส่วนผสมพิเศษ ECOPIA COMPOUND ประกอบด้วย ซิลิกา และสารประกอบคู่ควบพิเศษของ บริดจสโตน ที่ช่วยลดความต้านการหมุนของยางได้เป็นอย่างดี
ECO Friendly Shape
รูปทรงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษของยาง ECOPIA ช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของยางในขณะ ขับ ทำให้ความต้านทานการหมุนของยางลดลง
Rib-Linked Blocks
บล็อกที่มีดอกยางเชื่อมต่อกันของ ECOPIA ช่วยให้ยางสัมผัสกับพื้นผิวถนนอย่างเต็มที่ เพื่อประสิทธิภาพในการเบรกหยุดที่แม่นยำ แม้ขับบนถนนเปียก
- ช่วยลดภาวะโลกร้อน
- ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากร
- ใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
- การนำทรัพยากรใช้แล้วมาใช้ใหม่
- ลดเสียงรบกวน
- เพิ่มความปลอดภัย
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.bridgestone.co.th ครับ • |
| |
| |
|
 |
| R E L A T E D - N E W S : |
| |
|
| |
 |
 |
|
| |