motortrivia.com
m2 MOTORTRIVIA'S REPORT SECTION | BACK TO REPORT MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
Ford Fiesta
 
Tuesday, 24 August, 2010 0:00 AM
800x
 
FFF : Ford Fiesta Facts
มาไทยกันยายนนี้ พร้อมเตรียมเปิดตัวในตลาดอาเซียน
 
baฟอร์ด เฟียสต้า พร้อมเปิดตัวไทยเดือนกันยายน 2553 นี้ ก่อนจะทยอยเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียน รวมถึง ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และ แอฟริกาใต้ โดยมีให้เลือกทั้งแบบซีดาน และแฮทช์แบค โดย ฟอร์ด เฟียสต้า ออกแบบภายใต้แนวคิด เคเนอติก ดีไซน์ มีเครื่องยนต์แบบ 4 สูบให้เลือก 2 แบบ และมาพร้อมนวัตกรรม ระบบเกียร์อัตโนมัติ พาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด ดูอัลคลัตช์ ใหม่ของฟอร์ด

baเฟียสต้า เริ่มต้นวางจำหน่ายครั้งแรกในทวีปยุโรป เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา และนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก จนถึงปัจจุบัน เฟียสต้า มียอดขายแล้วกว่า 1 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งการเปิดตัว เฟียสต้า ในไทย จะช่วยเพิ่มบทบาทของประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก โดย เฟียสต้า ทั้งรุ่น แฮทช์แบค และ ซีดาน จะได้รับการผลิตในประเทศไทย เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

ฟอร์ด เคเนอติก ดีไซน์
baคริสโตเฟอร์ สเวนสัน ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบฟอร์ด ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา กล่าวว่า "เฟียสต้าเป็นรถที่ไม่ว่าใครได้เห็น ก็จะจดจำได้ทันที ว่านี่คือรถรุ่นใหม่ของฟอร์ด ขณะเดียวกัน ยังโดดเด่นมากพอ สำหรับการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการออกแบบ และพัฒนาสินค้า ให้ตรงตามความต้องการที่แตกต่างกัน ของลูกค้าทั่วโลก เฟียสต้า จึงแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความมั่นใจ สะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง และมีบุคลิกเฉพาะตัวเช่นกัน"

baเฟียสต้า มาเพื่อตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ขนาดเล็กแบบสปอร์ต ที่ดูหรูหราโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าประทับสัญลักษณ์ บลู โอวอล ของฟอร์ดที่คุ้นตา ไฟหน้ายาวพาดไปถึงด้านข้างของฝากระโปรงหน้า ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย รุ่นแฮทช์แบคด้านท้ายมีเส้นหลังคาลาดต่ำ นำสายตามายังสปอยเลอร์ และไฟท้ายดวงที่ 3

baเส้นสายของเสาหน้า หรือ A-pillar ทอดยาวไปจรดเส้นกึ่งกลางล้อหน้า ช่วยให้ระยะ Overhang ของรถดูสั้นลง ขณะที่กระจกหน้าต่างตรงเสาหน้า ช่วยเสริมรูปลักษณ์แบบสปอร์ต และให้ทัศนวิสัยที่ดีในขณะเดียวกัน ส่วนด้านข้าง และกระจกข้างของรถ หรือ Day Light Opening (DLO) มีลักษณะจำลองเส้นของ 'ความเร็ว' ช่วยเน้นความเป็นรถสไตล์สปอร์ต

baทั้งหมดนี้ ไม่ใช่จบลงตรงที่ความสวยเท่านั้น แต่รูปทรงโดยรวมทั้งคันของ เฟียสต้า ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อให้ลู่ลมที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความต้านทานเพียง 0.33 เท่านั้น
 
Ford Fiesta
 
ห้องโดยสารหรู และเน้นที่ความสะดวกในการใช้งาน
baห้องโดยสารของ เฟียสต้า ใช้โทนสีดำ - เงิน ตัดกัน และออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวก โดยจำลองคุณสมบัติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และเครื่องเล่น MP3 "นี่คือหัวใจสำคัญในการออกแบบห้องโดยสาร เพื่อตอบสนองต่อทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร สิ่งที่สำคัญคือ การทำให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงคุณภาพของชุดควบคุม ผ่านการออกแบบและการเคลื่อนไหว" นิโค วิดาโควิช หัวหน้าทีมนักออกแบบห้องโดยสารของ เฟียสต้า กล่าว

baเบาะนั่งฝั่งคนขับสามารถปรับได้หลายทิศทาง นอกจากนี้ ยังเพิ่มเบาะรองรับแผ่นหลังและต้นขาเสริมพิเศษ เพื่อเสริมความสบายให้กับการขับขี่แบบสปอร์ต โดยเบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ สามารถปรับเลื่อนขึ้น - ลงได้ 55 มิลลิเมตร รองรับสรีระร่างกายที่แตกต่างกัน ทั้งยังเลื่อนไปยังด้านหน้า - หลังได้ 286 มิลลิเมตร ช่วยให้ผู้ขับขี่จัดท่านั่งได้อย่างเหมาะสม

baการออกแบบภายในห้องโดยสารนี้ นักออกแบบของฟอร์ดได้ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยที่เรียกว่า CAVE หรือ Computer Aided Virtual Engineering ช่วยในการออกแบบวิศวกรรมเสมือนจริง ด้วยการใช้จอโปรเจคเตอร์ และคอมพิวเตอร์ร่วมกันหลายชุด CAVE จึงสามารถสร้างแบบจำลองภายในห้องโดยสารได้ในขนาดเท่าจริง ส่งผลให้วิศวกรสามารถปรับตำแหน่งเบาะนั่งที่นั่งของผู้ขับขี่ ให้มีทัศนวิสัยดีที่สุด
 
Ford Fiesta
 
ba"องค์ประกอบเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการต่อยอดให้เฟียสต้าเป็นรถที่มีความเร้าใจยิ่งขึ้น" จิโอวานี เดอ ปาสกา ผู้จัดการฝ่ายสภาพแวดล้อมในการขับขี่ และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารของเฟียสต้ากล่าว "ทุกวันนี้ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก ต่างให้ความสำคัญกับราคาที่คุ้มค่า และการใช้งานได้จริง พวกเขาให้ความสำคัญกับสไตล์ ทั้งในภาพรวมของรถ และในทุกรายละเอียด เราจึงเชื่อว่าเฟียสต้าจะเป็นรถที่ทำให้พวกเขาประทับใจ"

baพื้นที่วางขาของผู้โดยสารด้านหน้ากว้างถึง 1,096 มิลลิเมตร พื้นที่ว่างช่วงไหล่ตอนหน้า 1,350 มิลลิเมตร พื้นที่เหนือศีรษะ 991 มิลลิเมตร ส่วนผู้โดยสารเบาะหลัง มีพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ 953 มิลลิเมตร พื้นที่ว่างช่วงไหล่ 1,297 มิลลิเมตร และพื้นที่วางขา 823 มิลลิเมตร
 
Ford Fiesta
 
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ
baคุณสามารถมองเห็นแผงอุปกรณ์ และชุดควบคุมหลักๆ ได้อย่างชัดเจน มาตรวัดความเร็วล้อมกรอบด้วยช่องหลุมตื้นๆ เรืองแสง ซึ่งประกอบรวมกันเป็นแผงควบคุมตรงกลาง รวมไปถึงชุดควบคุมใหม่บนพวงมาลัย ที่ได้รับการจัดวางอย่างเหมาะสม ใช้งานได้ง่าย ซึ่งฟอร์ดเรียกว่า In-Car Entertainment หรือ ICE อาจกล่าวได้ว่า พวงมาลัยคืออุปกรณ์หลักที่ผู้ขับใช้ในการ 'สื่อสารกับรถ'

baเฟียสต้า ทุกรุ่นมีพอร์ทสำหรับเชื่อมต่อเครื่องเล่น MP3 พร้อมพอร์ท AUX สำหรับความบันเทิงภายในรถ โดยเฉพาะ เฟียสต้า สปอร์ต ติดตั้งเทคโนโลยี ระบบสั่งการด้วยเสียง หรือ Voice Control ที่ทำงานร่วมกับบลูทูธ ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สาย เข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยคุณสามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อโทรออก, รับสาย, เปลี่ยนสถานีวิทยุ หรือ เปลี่ยนแทร็กเพลง โดยกระจายเสียงผ่านลำโพงถึง 6 ตัว ส่วน เฟียสต้า สปอร์ต เพิ่มพอร์ท USB มาให้ด้วย
 
Ford Fiesta
 
baเฟียสต้า มุ่งให้ความสำคัญกับองค์ประกอบ 3 ส่วนหลัก ที่เชื่อมโยงระหว่าง มนุษย์ และ เครื่องจักร หรือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Human Machine Interface หรือ HMI คือ ความเรียบง่าย, อรรถประโยชน์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน และสุดท้าย การควบคุมในระบบอัตโนมัติ

ba"อุปกรณ์สื่อสารส่วนบุคคลในยุคปัจจุบัน มีรูปทรงที่โดดเด่น และเป็นที่คุ้นเคยของผู้ใช้งานทั่วโลก การออกแบบที่ทันสมัย ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และการใช้งาน" ดร.สเตฟาน เบคเกอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนา HMI ของฟอร์ด กล่าว "เราต้องการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ เป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์ให้ก้าวสู่โลกแห่งอนาคต"

จะสื่อสารในรถ...ก็ต้องลดเสียงรบกวน
baการลดเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน และความแข็งกระด้าง หรือ NVH - Noise, Vibration and Harshness รวมทั้งลดเสียงรบกวน อันไม่พึงประสงค์ต่างๆ แม้กระทั่งลดเสียงลมให้เหลือน้อยที่สุด วิศวกรของฟอร์ด ได้ประเมินสิ่งที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งหมด ตั้งแต่ระดับชิ้นส่วนเล็กๆ ไปจนถึงคุณภาพของการประกอบรถทั้งคัน แล้วลงมือแก้ไขตั้งแต่ก่อนสร้างรถต้นแบบ

baในขั้นตอนของการพัฒนารถ วิศวกรของฟอร์ดนำซอฟต์แวร์ 3 มิติมาใช้ เพื่อช่วยระบุตำแหน่งและแก้ไขเสียงรบกวน งานในขั้นแรกเริ่มนี้ ช่วยสร้างความมั่นใจว่า ส่วนประกอบของชุดกันเสียง NVH ดั้งเดิม จะได้รับการติดตั้งอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก ส่งผลให้ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษ

baการผนึกประตู 2 ชั้น การใช้กระจกหุ้มฉนวนทั้งบาน เพื่อกันเสียงรบกวนจากถนน ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ห้องโดยสารเงียบสงบ การออกแบบโครงสร้างตัวถังของเฟียสต้าให้สามารถดูดซับเสียงได้ดีขึ้น และการใช้แผ่นกั้นเครื่องยนต์แบบสองชั้น ช่วยกำจัดเสียงรบกวนจากระบบส่งกำลังได้อย่างหมดจด
 
Ford Fiesta
 
ขับสนุก...ประหยัดน้ำมัน
baฟอร์ด เฟียสต้า เครื่องยนต์มาตรฐาน 1.4 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,750 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้กำลัง 121 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่น สามารถรองรับการใช้ E20, เบนซิน 91, 95 รวมถึงแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ผ่านการรับรองมาตรฐาน EUEO3

baเครื่องยนต์ ดูราเทค แบบ 4 สูบ 1.6 ลิตรนี้ ใช้เสื้อสูบอะลูมิเนียม สวมเข้ากับปลอกสูบเหล็กหล่อ และฝาสูบอะลูมิเนียม จึงทั้งแกร่งและเบา จังหวะการทำงานของเพลาลูกเบี้ยว เป็นแบบแปรผันอิสระทั้งในท่อไอดี และไอเสีย ส่วนเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ติดตั้งระบบแปรผันแคมชาร์ฟคู่แบบอิสระ Twin independent - Variable Camshaft Timing หรือ Ti-VCT ผลิตกำลังได้มากถึง 121 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยเครื่องยนต์ทั้งคู่มีอัตราส่วนกำลังอัดที่ 11.1

ba"การลดความสิ้นเปลืองน้ำมัน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นับว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักอย่างแท้จริง ในกลยุทธ์การพัฒนาระบบส่งกำลังสำหรับเฟียสต้า" โจร์ก เบเยอร์ หัวหน้าทีมวิศวกรสายการผลิตของเฟียสต้า กล่าว "เพราะนี่คือสิ่งที่สำคัญสำหรับลูกค้าของเรา และเราเชื่อว่า เฟียสต้าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขับที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม"

baอีกหนึ่งในส่วนที่ได้รับการปรับปรุง คือ การตอบสนองของคันเร่งที่ระบุตำแหน่งใหม่ โดยลิ้นเร่งอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับการปรับตั้งให้ตอบสนองในรูปแบบแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับแรงที่ใช้ เช่น การเร่งเครื่องอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการตอบสนองฉับไวแบบสปอร์ต ขณะที่การส่งแรงเหยียบแผ่วเบา จะให้ความรู้สึกนุ่มนวล ไหลลื่น "การระบุตำแหน่งการตอบสนองของคันเร่ง เป็นผลมาจากการเอาใจใส่รายละเอียดที่ปลีกย่อยที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น" เบเยอร์ กล่าว "เราปรับช่วงการทำงานเครื่องยนต์ของเฟียสต้า เพื่อเอาใจนักขับมือใหม่ และเป็นรางวัลสำหรับนักขับผู้ชำนาญ"
 
Ford Fiesta
 
EPAS ระบบบังคับเลี้ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
baพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS หรือ Electric Power Assistance Steering คือระบบบังคับเลี้ยวใหม่ แทนที่ระบบบังคับเลี้ยวแบบไฮดรอลิกเดิม ที่ผู้ขับต้องใช้แรงมากในการบังคับพวงมาลัย เมื่อใช้ความเร็วต่ำ โดยเฉพาะขณะจอดรถ โดยระบบ EPAS ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ ด้วยการทำงานเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น ขณะที่ระบบเดิมจะทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา การออกแบบที่เรียบง่ายนี้ ทนทานกว่าระบบไฮดรอลิก ช่วยให้การบำรุงรักษาง่ายขึ้น เมื่อไม่ต้องเติมน้ำมัน จึงไม่มีโอกาสน้ำมันรั่ว และยังไม่ต้องประสบปัญหาจากอาการท่อหลวมหรือเก่า

ba"เรามีจุดประสงค์ 3 ประการ ในการปรับการตอบสนองการบังคับเลี้ยว 1. การทำให้รถประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2. ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้ง่าย และ 3. การตอบสนองความไวต่อสิ่งรบกวน หรืออาการพวงมาลัยสะบัด เมื่อขับขี่บนสภาพพื้นผิวถนนขรุขระ" นอร์เบิร์ต เคสซิง ผู้จัดการด้านพลศาสตร์ยานยนต์ ฟอร์ด ยุโรป อธิบาย

baพวงมาลัยพาวเวอร์ของ เฟียสต้า ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดความเร็วรถ โดยจะระบุอัตราความเร็วขณะเข้าโค้ง, มุมของการเลี้ยว เพื่อกำหนดระดับของ 'แรงเสริม' ที่จำเป็นต้องใช้ในการบังคับทิศทาง อัตราทดพวงมาลัยใหม่อยู่ที่ 14.25:1 รัศมีวงเลี้ยวที่ 5.1 เมตร เหมาะกับขับขี่ในที่แคบๆ

baนอกจากนี้ ระบบ EPAS ยังติดตั้งเทคโนโลยี ชดเชยน้ำหนักบนพวงมาลัย หรือ Pull-Drift Compensation ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้น บนถนนที่มีความลาดเอียงต่างกัน โดยระบบจะตรวจสอบตำแหน่งของล้อหน้า และปรับแรงของพวงมาลัยแบบอัตโนมัติ ทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
 
Ford Fiesta
 
รู้จักกับ เพาเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด
baเกียร์อัตโนมัติ เพาเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด ช่วยประหยัดน้ำมันได้เหนือกว่าเกียร์ธรรมดา เหมาะกับการใช้งานในเมือง เครื่องยนต์ทำงานได้ดีขึ้นที่รอบต่ำ ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ อัตราทดเฟืองท้ายสำหรับระบบเกียร์ธรรมดาคือ 4.25:1 และ 4.2:1 สำหรับเกียร์อัตโนมัติ

ba"เกียร์พาวเวอร์ชิฟท์ คือตัวอย่างของความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริงสำหรับฟอร์ด เราสร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งด้านประสิทธิภาพ และคุณภาพในการขับขี่” บาร์บ ซามาร์ดซิช รองประธานฝ่ายวิศวกรรมระบบส่งกำลัง กล่าว "นวัตกรรมนี้ เป็นพัฒนาการที่เหนือกว่าระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่พบเห็นได้มากมายในปัจจุบัน ทั้งด้านการประหยัดน้ำมัน และคุณภาพในการเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์ครบถ้วน เช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา และยังเป็นรถที่ขับสนุกอีกด้วย"

baเมื่อเปรียบเทียบกับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดทั่วไป เกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ สามารถลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 9 เปอร์เซ็นต์ โดยขึ้นอยู่กับสภาพตัวรถ "เกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่นี้ ลดความซับซ้อนลง เพิ่มอัตราการตอบสนองที่ีดีขึ้น เพิ่มสมรรถนะ พร้อมๆ กับการรักษากำลังเครื่องยนต์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด" ปิเอโร อเวอร์ซา หัวหน้าทีมวิศวกรพัฒนาระบบเกียร์พาวเวอร์ชิฟท์ กล่าว

baเกียร์อัตโนมัติส่วนใหญ่ ใช้จานคลัตช์แบบเปียก ที่จุ่มอยู่ในน้ำมัน ในขณะที่เกียร์พาวเวอร์ชิฟท์ใช้คลัตช์แบบแห้ง ที่ส่งกำลังและแรงบิด ผ่านผ้าคลัตช์ธรรมดา โดยคลัตช์แห้งแบบใหม่นี้ ไม่ต้องใช้ปั๊มน้ำมัน ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ของเหลวอื่นๆ ออยล์คูลเลอร์ และท่อภายนอก เหมือนอย่างที่คลัตช์เปียกต้องใช้

baระบบเกียร์แบบใหม่นี้ ช่วยลดน้ำหนักของรถลงไปได้กว่า 13 กิโลกรัม ขณะที่เกียร์ยังคงได้รับการผนึกปิดสนิท และไม่ต้องเข้ารับการบำรุงรักษาเป็นประจำ คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับการบรรจุไว้ในระบบเกียร์นี้คือ ระบบการลดความเร็วไปสู่เกียร์ว่าง หรือ Neutral Coast Down ซึ่งจะปลดคลัตช์เมื่อเหยียบเบรก ช่วยให้รถเปลี่ยนเกียร์ต่ำลง และลดความเร็วได้อย่างนุ่มนวล ผลคือการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

baระบบ ช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน หรือ Hill Launch Assist จะช่วยให้รถหยุดนิ่งบนทางลาดชัน โดยไม่ต้องใช้เบรกมือเพื่อป้องกันรถไหล การทำงานหลักๆ คือ ระบบจะรักษาแรงดันเบรกเอาไว้ประมาณ 3 วินาที หรือ จนกว่าเครื่องยนต์จะส่งแรงบิดมากพอให้รถเคลื่อนที่ขึ้นเนินได้ โดยระบบนี้จะทำงานได้ทั้งในเกียร์เดินหน้าและถอยหลัง
 
Ford Fiesta
 
ความปลอดภัย คือส่วนสำคัญ
baโครงสร้างตัวถังมากกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ ของ เฟียสต้า ทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูง รวมทั้งเหล็กแบบ ดูอัล เฟส และเหล็ก โบรอน เคลือบอะลูมิเนียม ที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ อีกทั้งรูปทรงของ เฟียสต้า เอง ก็ได้รับการออกแบบให้สามารถทนทานต่อแรงบิด โอบล้อมผู้โดยสารไว้ภายในห้องโดยสารได้อย่างมั่นคง

baแม้ว่าโครงสร้างตัวถังจะมีความแข็งแรงสูง แต่ เฟียสต้า ยังคงมีน้ำหนักเบา "ความปลอดภัยเป็นคุณลักษณะที่สำคัญมากสำหรับเฟียสต้า แต่การลดน้ำหนักก็เป็นวัตถุประสงค์หลักอีกประการหนึ่ง" เบอร์น ไลเซนเฟลเดอร์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมตัวถังของเฟียสต้า กล่าว "เหล็กที่มีความแข็งแรงสูง ทั้งแบบขึ้นรูปเย็นและร้อน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ในการทำให้รถมีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแกร่งตามที่เราต้องการ วัสดุที่เราใช้นับว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ ในวงการรถยนต์ขนาดเล็ก"

baวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง นับเป็นส่วนผสมที่สำคัญในโครงสร้างของเสากลาง (B-Pillar) และชิ้นส่วนบริเวณพื้นตัวถัง ทั้งบริเวณด้านหน้าและหลัง โดยจะกระจายแรงจากการปะทะด้านข้างตามแนวขวาง ไปยังด้านตรงข้ามของรถ ผ่านคานขวางในโครงสร้างตัวถัง และกรอบเสริมความแข็งแกร่งด้านข้างตัวถัง ยังช่วยกระจายแรงจากการชนด้านหน้า, ด้านหลัง และช่วยต้านทานแรงพุ่งชน ในกรณีเกิดการกระแทกจากด้านข้าง

ba"สมรรถนะด้านความปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนถุงลมนิรภัยเท่านั้น" จอร์ก เบเยอร์ หัวหน้าทีมวิศวกรสายการผลิตของเฟียสต้า กล่าว "การผลิตโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงคือสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อรถมีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน เราจะสามารถใช้ระบบปกป้องความปลอดภัยอัจฉริยะ (Intelligent Protection System หรือ IPS) ได้เต็มอย่างเต็มประสิทธิภาพ"

baและ เฟียสต้า ยังเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น ด้วยการติดตั้ง 'ยางรองพรม' ซ้อนอยู่ใต้พรมรองเท้า ช่วยลดแรงกระแทกบริเวณขาช่วงล่าง ในกรณีที่เกิดการชน "เฟียสต้าคือตัวอย่างที่ชัดเจนในการแสดงให้เห็นว่า รถที่ปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ หรือมีน้ำหนักมาก และรถที่มีระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม ยังเป็นรถที่มีการออกแบบที่สวยงาม และขับสนุกได้เช่นกัน" เบอร์น ไลเซนเฟลเดอร์ กล่าว

baนอกจากนี้ ในส่วนของอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เฟียสต้า ยังตั้งระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) โดยระบบ EBD จะทำงานโดยการปรับปริมาณแรงเบรกที่ใช้กับล้อแต่ละล้อแบบอัตโนมัติ ตามสภาพถนน ความเร็ว และน้ำหนักบรรทุก เพื่อช่วยให้รถหยุดได้อย่างปลอดภัย อีกทั้ง เฟียสต้า ยังติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านคนขับเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกรุ่น ส่วน เฟียสต้า เทรนด์ และ สปอร์ต มีถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า เพิ่มมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

baเฟียสต้า เทรนด์ และ สปอร์ต ถือเป็นรถขนาดเล็กคันแรก ที่ติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESP) ที่สามารถตรวจจับสัญญาณของรถ เมื่อสูญเสียการยึดเกาะถนน ระบบจะส่งแรงเบรกไปยังแต่ละล้อแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยควบคุมการทรงตัวของรถในทุกสภาวะการขับขี่ และทั้ง 2 รุ่น ยังมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี หรือ Traction control เป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย
 
Ford Fiesta
 
พื้นที่บรรทุกสัมภาระ...เหลือเฟือ
baเฟียสต้ารุ่น 5 ประตู มีพื้นที่เก็บสัมภาระ 281 ลิตร และสามารถเพิ่มเนื้อที่ได้สูงสุดถึง 965 ลิตร ด้วยการพับเบาะหลัง ซึ่งสามารถปรับได้ง่ายด้วยการขยับเพียงครั้งเดียว ความสูงของพื้นที่เก็บสัมภาระสำหรับเฟียสต้า 5 ประตูอยู่ที่ 702 มิลลิเมตรจากพื้น และช่องเปิดฝากระโปรงหลังขนาดใหญ่ที่มีความสูง 606 มิลลิเมตร กว้าง 996 มิลลิเมตร ช่วยให้บรรทุกของได้ง่ายและสะดวก เฟียสต้ารุ่น 4 ประตู มีพื้นที่เก็บสัมภาระ 430 ลิตร และมีความสูงของพื้นที่เก็บสัมภาระ 711 มิลลิเมตร

หลากสีให้เลือกสรร
baเฟียสต้า ซีดาน 4 ประตู มากับ สีดำ Black Mica, สีขาว Cool White, สีเงิน Highlight Silver, สีเทา Metropolitan Gray, สีทอง Sparkling Gold และ น้ำเงินน้ำทะเล Phantom Blue ส่วนรุ่น แฮทช์แบค 5 ประตู มากับ สีแดง True Red, สีน้ำเงิน Aurora Blue และ สีส้ม Chilli Orange

3 แบบ 3 สไตล์กับเฟียสต้า
baเฟียสต้า มากับการตกแต่งที่มีให้เลือก 3 รุ่น คือ สไตล์ (Style) เทรนด์ (Trend) และ สปอร์ต (Sport) ซึ่งจะได้รับการผลิตในที่ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ที่จังหวัดระยอง

baเฟียสต้า สไตล์ เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร รุ่น 4 ประตู มีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ให้เลือก ส่วนรุ่น 5 ประตู มีเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

baส่วน เฟียสต้า เทรนด์ และ สปอร์ต มาพร้อมตัวเลือกทั้งแบบ 4 และ 5 ประตูเช่นกัน พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์ ระบบแปรผันแคมชาร์ฟ แบบอิสระคู่ Ti-VCT) ขนาด 1.6 ลิตร โดย เทรนด์ และ สปอร์ต ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีดใหม่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อีกทั้งยังมีระบบควบคุมการทรงตัว (ESP) และระบบช่วยการออกตัว ขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ด้วย

baฟอร์ด เฟียสต้า ที่จะจำหน่ายในบ้านเรา จะเป็นรุ่นที่ใช้น้ำมันเบนซินเท่านั้น •
 
800x
R E L A T E D - N E W S :
 
BIZZES NEWS : Ford เปิดตัวบริการหลังการขายใหม่ รายแรกในไทย รับประกันจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศใน 24 ชั่วโมง หรือรับไปเลยฟรี!
REPORT : Love Fiesta…Snap It Now! ฟอร์ด ชวนร่วมสัมผัสความแตกต่าง แคมเปญก่อนเปิดตัวฟอร์ด เฟียสต้า อย่างเป็นทางการ
BIZZES NEWS : Ford ประกาศราคาและข้อมูลจำเพาะของ New Fiesta หนึ่งในรถยนต์นั่งไซส์เล็ก ที่หลายคนรอคอย!
REPORT : ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประกาศลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งแห่งใหม่ในประเทศไทย
 
800x
text : อ่านข่าวทั้งหมดของ ฟอร์ด คลิ๊กที่นี่ครับ : Ford News Section
 
     
 
 
     
 
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail