| |
|
Friday, 2 April, 2010 5:09 PM
|
| |
 |
| |
สำหรับคนที่ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ คงทราบกันดีว่า ในช่วงเวลาหลังจากงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ ประมาณ 1 เดือนหรืออาจจะมากกว่านั้นเล็กน้อย ทางฝั่งสหรัฐอเมริกาจะมีอีกงานมอเตอร์โชว์ ถูกจัดเตรียมเอาไว้รอท่าผู้ผลิตรถยนต์ สำหรับการจัดแสดงผลผลิตใหม่ๆ และถือเป็นอีกงานใหญ่สำหรับตลาดเมืองลุงแซมเลยก็ว่าได้
แน่นอนว่าในแง่ของการเป็นมหานครนั้น นิวยอร์ก มีคุณสมบัติที่ครบถ้วนและเพียบพร้อม แต่ในแง่ของการเป็นตลาดรถยนต์แล้ว กลับมีความสำคัญทั้งในเชิงการเป็นแหล่งการผลิต หรือการเป็นตลาดใหญ่เป็นรองเมืองอย่าง ดีทรอยต์, แอลเอ หรือแม้แต่ ชิคาโก้ แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศได้ อาจจะเป็นเรื่องความสำคัญของตัวเมือง ซึ่งถือเป็นมหานคร ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุรแอตแลนติก ห่างจากชายฝั่งของภาคพื้นทวีปยุโรปไม่ไกลมากนัก ทำให้มีความใกล้ชิดกับฝั่งยุโรปมากกว่าเมืองใหญ่อื่นๆ ของสหรัฐอเมริกา
ในปีนี้งาน นิวยอร์ก ออโต้ โชว์ 2010 เริ่มขึ้นแล้ว โดยรอบสื่อมวลชนมีไปในวันที่ 31 มีนาคม ถึง 1 เมษายนที่ผ่านมา และงานวันจริงสำหรับคนทั่วไปจะเริ่มในวันที่ 3-11 เมษายน โดยเว้นวรรควันที่ 2 เมษายน เอาไว้สำหรับรอบพิเศษของผู้เข้าร่วมจัดแสดง และรอบการกุศลในช่วงกลางคืน สำหรับสถานที่จัดแสดงก็ยังเหมือนคือ อาคาร Jacob Javits Center
สำหรับรถยนต์ใหม่ที่ถูกเตรียมนำมาเปิดตัวในปีนี้มีให้สัมผัสหลายรุ่นเช่นเคย และก็มีทั้งแบบ ‘ครั้งแรกของโลก’ และ ‘ครั้งแรกสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ’ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะเป็นโมเดลที่ผลิตเพื่อขายในตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แต่ก็มีบ้างที่จะเป็นโมเดลที่มีขายอยู่ทั่วโลก
ตรงนี้เข้าใจได้ว่า เพราะด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่ (แม้ว่าจะสูญเสียความเป็นหมายเลข 1 ของตลาดรถยนต์ ที่มียอดขายสูงสุดของโลกไปให้กับจีนเมื่อปี 2009 แล้วก็ตาม) ทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นตลาดที่มีความพิเศษ และคุ้มค่าเพียงพอที่ผู้ผลิตรถยนต์สักราย จะผลิตหรือพัฒนารถยนต์ขึ้นมาสักรุ่น หรือโมเดล เพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าในตลาดแห่งนี้เป็นหลัก ส่วนเรื่องจะส่งออกมาขายในตลาดกลุ่มอื่นด้วยหรือไม่นั้น เป็นผลพลอยได้
สำหรับของใหม่ที่เปิดตัวออกมาในงานนี้ก็มี…
ฮุนได โซนาตา ในรุ่น YF ทั้งเวอร์ชันแรงและ เวอร์ชั่นไฮบริด ซึ่งแบบแรกมากับเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบพร้อมระบบไดเร็กต์อินเจ็กชัน หรือ GDI ที่รีดกำลังออกมาได้ 274 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 37.1 กก.-ม. โดยปรับบูสต์เอาไว้สูงถึง 17.4 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมความประหยัดอย่างไม่น่าเชื่อ 13.7 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับนอกเมือง แต่ในเมืองอาจจะต้องทำใจหน่อย เพราะกินในระดับ 8.7 กิโลเมตรต่อลิตร
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Hyundai Sonata Hybrid |
|
แต่ถ้าต้องการความประหยัดน้ำมัน ก็ต้องหันมาคบกับรุ่นไฮบริด ที่ใช้พื้นฐานตัวถังร่วมกับโซนาตาใหม่ แต่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดกันแบบเยอะเอาเรื่อง จนเรียกว่า ถ้ามองผ่านๆ นึกว่ารถยนต์คนละรุ่นกัน โดยโซนาตา ไฮบริดมากับความเพรียวลมที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทาน หรือ Cd ลดลงจาก 0.28 ในรุ่นธรรมดามาเป็น 0.25 ในรุ่นนี้ เพื่อช่วยเสริมในเรื่องความประหยัดน้ำมัน
ส่วนตัวระบบเป็นการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,400 ซีซีที่ใช้ระบบการเผาไหม้แบบ Atkinson Cycle เหมือนกับ รถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์ และมีกำลังของระบบโดยรวม 209 แรงม้า โดยราคาขายคาดว่า จะอยู่ราวๆ 28,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 924,000 บาท ก็ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลาเปิดตัวโมเดลเชนจ์ของโซนาตาในบ้านเรา รุ่นไฮบริดจะมีตามเข้ามาขายเพื่อแข่งกับ โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด หรือไม่
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Equus รถที่ฮุนไดพัฒนามาเพื่อเอาไว้ต่อกรในตลาดรถหรูโดยเฉพาะ |
| |
 |
| |
 |
| |
| • ส่วนคันนี้คือ Sonata เวอร์ชั่น Turbo |
|
เมอร์เซเดส-เบนซ์ อาร์-คลาส เป็นไมเนอร์เชนจ์ของเอ็มพีวีระดับหรูรุ่นนี้ และเหตุผลส่วนหนึ่งที่เลือกใช้เวทีในนิวยอร์กสำหรับการเปิดตัว ก็เห็นจะเป็นเรื่องฐานการผลิตของอาร์-คลาส ซึ่งอยู่ที่โรงงานในเมืองทัสคาลูซ่า มลรัฐอะลาบามาร่วมกับ เอ็ม-คลาส ก็เลยเหมือนกับเป็นผลผลิตที่เกิดมาเพื่อคนอเมริกันเป็นหลัก
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
การเปลี่ยนแปลงมีขึ้นรอบคัน และถือเป็น บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งก็น่าจะเป็นไปตามนั้น เพราะว่าตัวรถอย่างอาร์-คลาสก็เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2006 แล้ว ขืนกระตุ้นตลาดด้วยการปรับโฉมเพียงน้อยนิดงานนี้มีสิทธิ์ถูกเมินเอาได้ง่ายๆ โดยรุ่นที่ทำตลาดมีทั้งแบบเบนซินธรรมดาในชื่อ R350 4Matic ซึ่งใช้เครื่องยนต์วี6 3,500 ซีซีแบบเดียวกับ อี-คลาสแวกอนใหม่ ที่เปิดตัวในงานนี้ และรุ่นเทอร์โบดีเซลแบบมลพิษต่ำอย่าง BLUETEC ในรหัส R350 BLUETEC 4Matic แบบวี6 3,000 ซีซี 210 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา
ในกลุ่มของเอสยูวีมีความคึกคักไม่น้อย นำทัพโดย นิสสัน กับการเปิดตัวโฉมใหม่ของ อินฟินิตี้ QX56 ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คือ การนำ นิสสัน เพโทรลใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มาแต่งหน้าทาปากใหม่เพิ่มความหรู และรีแบรนด์ขายโดยใช้ชื่อนี้ในการทำตลาด ส่วนเรื่องที่ว่านิสสันจะนำเพโทรลใหม่ทั้งคันมาขายในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก เพื่อแทนที่รุ่น อาร์มาดา ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ยังไม่มีการยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการ ส่วนอีกรุ่นที่นำมาเปิดตัวคือ เอสยูวีที่ใช้พื้นฐานเดียวกับรถยนต์ซับคอมแพ็กต์ โดยในยุโรปเปิดตัวไปแล้วในชื่อ Nissan Juke |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Infiniti QX56 หรือ เพโทรล แปลงร่าง |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Nissan Juke เอสยูวีขนาดเล็ก หมัดเด็ดของค่ายนิสสัน มากับเส้นสายการดีไซน์ที่ล้ำสมัยมาก |
|
ทางด้านแบรนด์เกาหลีอย่าง เกีย ก็นำ โซเรนโตใหม่ มาเปิดตลาดเมืองลุงแซม โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นธรรมดา และตัวแต่งมาดสปอร์ตในชื่อ Sorento SX วางเครื่องยนต์วี6 3,500 ซีซีที่มีกำลังถึง 276 แรงม้า ขณะที่รุ่นธรรมดาใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2,400 ซีซี 176 แรงม้า ซึ่งมาแทนที่รุ่นวี6 2,700 ซีซี
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Kia Sorento SX เวอร์ชั่นตกแต่งแบบสปอร์ต |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Kia Optima ใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ Sonata 2011 แต่มีดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัวกว่ามาก |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • ถัดจาก Forte SX 2010 เกียเผยโฉม Kia Forte แบบแฮทช์แบค 5 ประตู ในงานนี้ |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • ตัวลุย Kia Sportage โฉมใหม่ ทิ้งเค้าโครงเดิมมาสู่รูปทรงที่ดูสำอางค์ และทันสมัย |
|
and
โฟล์คสวาเกน เปิดตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็วกับการนำ เอสยูวีรุ่น ทัวเร็ก เข้ามาลุย และเน้นไปที่รุ่นไฮบริดเป็นหลัก ในขณะที่ มิตซูบิชิ ก็ไม่น้อยหน้า เปิดตลาดใหม่เช่นกันด้วยรุ่น เอาท์แลนเดอร์ สปอร์ต ซึ่งเป็นการนำรุ่น ASX ในยุโรป หรือ Mitsubishi RVR ในญี่ปุ่นมาเปลี่ยนชื่อรุ่นในการทำตลาด |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Volkswagen Touareg Hybrid |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • ส่วนฟากมิตซูบิชิ ลุยตลาดเอสยูวีด้วย เอาท์แลนเดอร์ สปอร์ต หรือ RVR ที่เพิ่งตัวไปในญี่ปุ่น |
|
and
สำหรับของแรงๆ ก็มีให้สัมผัสเช่นเคยทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู B7 ตัวแรงแบบเทอร์โบคู่ด้วยฝีมือของ Alpina ซึ่งเหนือชั้นกว่าเวอร์ชันที่เพิ่งเปิดตัวใน ชิคาโก้ ออโต้โชว์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะมากับระบบ xDrive ในรูปแบบของการขับเคลื่อน 4 ล้อ ตามด้วยเวอร์ชัน V ในชื่อ CTS-V Sport Wagon จากค่ายแคดิลแล็ก ซึ่งมีการยกเครื่องยนต์วี8 6,200 ซีซี ซูเปอร์ชาร์จ ที่มีม้าในระดับ 556 ตัวของเชฟโรเลต คอร์เว็ตต์เข้ามาวางใต้ฝากระโปรง |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • BMW B7 xDrive เทอร์โบคู่โดย Alpina |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • ทั้งแรงทั้งหรู ตามแบบฉบับของแคดิลแลค CTS-V Sport Wagon |
|
and and
ขณะที่ค่าย ซูบารุ แม้ว่าจะเน้นความสปอร์ตแต่ทั้งรุ่น WRX และ WRX STi ของอิมเพรซา ซีดานซึ่งมีกำลัง 265 และ 305 แรงม้าจากเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,500 ซีซี เทอร์โบก็หันไปมุ่งเพิ่มความสวยและเร้าใจในเชิงรูปลักษณ์มากกว่า เพราะทำตลาดกับตัวถังแบบ Wide Body เพิ่งโป่งซุ้มล้อรอบคัน และขยายความกว้างของล้อหน้าและหลังอีก 1.5 นิ้ว เช่นเดียวกับ ซูซูกิ คิซาชิ รถยนต์นั่งระดับครอบครัว ที่ยังไม่มีรุ่นวี6 อกมาชิมลางตลาด แต่เน้นไปที่การเพิ่มความสปอร์ตรอบคันเป็นหลัก โดยที่ ไซออน tC ของ โตโยต้า เป็นการปรับโฉมกระตุ้นตลาด ด้วยเครื่องยนต์ 2,500 ซีซี แทนที่ 2,400 ซีซีบล็อกเดิม |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Impreza WRX |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Impreza WRX STI |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
| • โตโยต้าบุกด้วยแบรนด์ Scion โดยมากับ Scion TC ที่เพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์เป็น 2500 ซีซี. |
|
ส่วนรถยนต์ปกติก็มีให้เลือกมากมาน ทั้ง โตโยต้า iQ ที่เข้ามาขายในสหรัฐอเมริกาโดยใช้แบรนด์ไซออนในการเจาะตลาดกับเครื่องยนต์ 1,300 ซีซี ตามด้วย อาคูรา TSX Sport Wagon ซึ่งก็คือการนำฮอนด้า แอคคอร์ด แวกอนตัวถังยุโรปและญี่ปุ่นมาเปลี่ยนแบรนด์ขาย ส่วนเกียมีทั้งตัวถังแฮทช์แบ็กของคอมแพ็กต์คาร์รุ่น ฟอร์เต้ เข้ามาเสริมทัพในตลาดสหรัฐอเมริกาต่อจากรุ่นซีดานและคูเป้ ตามด้วยซีดานรุ่น ออพติมา ไซส์เดียวกับ ฮุนได โซนาตา
ขณะที่ผลผลิตจากอเมริกัน ก็มีทั้งเวอร์ชันไฮบริดของ ลินคอล์น MKZ ซึ่งเป็นซีดานหรูที่แชร์พื้นฐานร่วมกับ ฟอร์ด ฟิวชัน และ เมอร์คิวรี่ มิลาน โดยขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,500 ซีซี 156 แรงม้าแบบ Atkinson Cycle ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 106 แรงม้าในการช่วยขับเคลื่อน โดยเป้าหมายของ MKZ ในการเจาะตลาดคือ การประกบกับ เล็กซัส HS250h
ส่วนเชฟโรเลตก็หันมากระตุ้นตลาดให้กับรถยนต์รุ่น ครูซ ด้วย 2 เวอร์ชัน คือ ECO และ RS ซึ่งทั้ง 2 รุ่นใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกัน คือ 4 สูบ 1,400 ซีซี เทอร์โบ แต่รีดกำลังออกมาได้ 138 แรงม้า โดยแบบแรกเน้นแต่งธรรมดาไม่หวือหวา ขณะที่แบบหลัง มาพร้อมกับความสวยสปอร์ตของภาพลักษณ์ ด้วยล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว
และทั้งหมดนี้คือ ไฮไลท์เด่นของปีนี้ สำหรับ นิวยอร์ค ออโต้โชว์ 2010 ครับ •
|
| |
 |
| |
 |
| |
| • Scion IQ |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Acura TSX Sport Wagon |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Lincoln MKZ รถยนต์ไฮบริดของลินคอล์น ที่จะใช้ทำหน้าที่ต่อกรกับ เล็กซัส HS250h |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Chevrolet Cruze Eco |
| |
 |
| |
 |
| |
| • Chevrolet Cruze RS ทั้ง ECO และ RS มากับเครื่องบล็อคเดียวกัน คือ 1400 ซีซี. เทอร์โบ |
|
| R E L A T E D - N E W S : |
| |
|
|
|
| |