|
| ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ, สุพรรณี ยังอยู่ และ จันทนา เจริญทวี • วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ |
Friday, 26 March, 2010 12:59 PM |
|
 |
| |
|
| |
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำขบวนยนตรกรรมระดับหรู ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถเพื่อการพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 16 คัน มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะในการขับขี่ และความปลอดภัย อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ไว้อย่างครบถ้วน
ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า “แนวคิดในการออกแบบบูธของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ในปีนี้ เป็นการนำเสนอ Brand Quality ซึ่งประกอบด้วย ความปลอดภัย ความสุนทรียภาพในการขับขี่ และความสะดวกสบาย ไฮไลท์ของบูธจึงไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอยานยนต์รุ่นต่างๆเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหล เทคโนโลยี และความสง่างามของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อีกด้วย” |
| |
 |
| |
| • ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย |
 |
| |
“ไฮไลท์พิเศษในปีนี้ คือการเปิดตัวสุดยอดซุปเปอร์สปอร์ตคาร์ Mercedes-Benz SLS AMG ซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการพัฒนารถยนต์ขั้นสูงสุดของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อันประกอบไปด้วย ดีไซน์ที่ล้ำสมัยแบบหมดจด โดยทำให้โครงสร้างรถมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่ง พร้อมมีแฮนด์ลิ่งแบบไดนามิก ที่เหนือชั้น นับได้ว่า SLS AMG เป็นที่สุดของรถระดับซุปเปอร์สปอร์ตคาร์แห่งยุคนี้”
Mercedes-Benz SLS AMG มีต้นแบบการดีไซน์มาจากรุ่น 300 SL Gullwingในยุค1950 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ประตูเปิดแบบปีกนก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ SLS AMG นั้นมีเสน่ห์เหนือคู่แข่งอื่นๆ SLS AMG เป็นรถที่ผลิตร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ AMG โดยตัวถังและแชสซีส์ทำจากอลูมิเนียม ทำให้สามารถลดน้ำหนักรถได้อย่างมาก โดยมีน้ำหนักเพียง 1,620 กก. เท่านั้น |
| |
 |
| |
 |
| |
SLS AMG ใช้เครื่องยนต์วี 8 ขนาด 6.3 ลิตรซึ่งสามารถผลิตกำลังได้ 571 แรงม้าที่ 6,800 รอบต่อนาที แรงบิด 650 นิวตัน-เมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที 0-100 กม/ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที่ ความร็วสูงสุดที่ 317 กม/ชม.
นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้นำ the new generation S-Class มาแสดงในงาน 3 รุ่น คือ S 300 L, S 350 CDI L BlueEFFICIENCY และ S 500 L ซึ่งเป็นรถธงที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่เป็นเลิศ
อีกไฮไลท์ที่สำคัญคือเทคโนโลยี SPLITVIEW ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่ติดตั้งในรถหรูระดับ S-Class โดยผู้ขับขี่สามารถอ่านแผนที่ Navigator จากหน้าจอภาพพร้อมกันกับผู้โดยสารตอนหน้า ที่สามารถรับชมภาพยนตร์จาก DVD ได้ในจอเดียวกัน
|
| |
 |
| |
| • ต๊อด - ปิติ ภิรมย์ภักดี |
 |
| |
The new E-Class ที่นำมาแสดงประกอบด้วย E 300 AVANTGARDE, E 200 CGI BlueEFFICIENCY ELEGANCE, E 250 CGI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE และ E 250 CGI BlueEFFICIENCY Coupé ELEGANCE โดย the new E-Class มีระบบช่วยขับ driver assistance systems ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ที่เดินทางบนท้องถนน
C-Class ประกอบด้วยรุ่น C 200 KOMPRESSOR AVANTGARDE, C 220 CDI และ C 250 CGI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่พร้อมอุปกรณ์ อาทิ ระบบ COMMAND พร้อมเนวิเกชั่น เครื่องเล่น DVD ระบบเสียงโดย Harman Kardon ® Logic 7® และ กุญแจ Keyless-GO
ในส่วนของนีชคาร์ โมเดล เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำรุ่นใหม่ๆมาแสดงในงานด้วย อาทิ CLS 350 รุ่นใหม่ล่าสุด, ML 300 CDI BlueEFFICIENCY ในราคาเริ่มต้นที่ 5,990,000 บาท และ SLK 200 KOMPRESSOR ในราคาเริ่มต้นที่ 3,999,000 บาท
งานนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังนำรถเพื่อการพาณิชย์ Vito 115 CDI เวอร์ชั่น extra long มาแสดงด้วย โดย วีโต้มีความยาว 5,223 มม. พร้อมประตูเลื่อนไฟฟ้า, ระบบช่วยจอด, ระบบตั้งความเร็ว Vito 115 CDI เครื่องยนต์ขนาด 2,148 ซีซี ให้กำลัง 150 แรงม้าที่ 3,800 รอบ |
| |
 |
| |
BlueEFFICIENCY
นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
BlueEFFICIENCY เป็นเทคโนโลยีซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ BlueEFFICIENCY เป็นนวัตกรรมอันทรงประสิทธิภาพที่สุดในด้านการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงรวมทั้งลดปริมาณคาร์บอนไดอ๊อกไซด์จากท่อไอเสีย เพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการปรับโครงสร้างและอุปกรณ์ต่างๆของรถ ให้มีน้ำหนักเบา มีแรงเสียดทานต่ำ และมีโครงสร้างที่ลู่ลมมากที่สุด ด้วยดีไซน์ โครงสร้างทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งปรับอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่การลดน้ำหนักเครื่องยนต์ กระจกหน้ารถ พวงมาลัย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ โดยยังคงสมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ ความสะดวกสบายหรูหราและความปลอดภัย อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส -เบนซ์ไว้อย่างครบถ้วน • |
| |