|
| |
| วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ • ภาพ : ฝ่ายภาพ Nissan ประเทศไทย |
Monday, 22 February, 2010 3:19 AM |
|
 |
| |
|
| |
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โชว์ศักยภาพความเหนือชั้นที่สุดแห่งเทคโนโลยีความประหยัด ที่สามารถใช้พลังงานเชื่อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าทุกหยด ขนยนตรกรรม 3 รุ่นดัง นาวารา 4 คัน, เอ็กซ์เทรล 2 คัน, ทีด้า และ ทีด้า ลาติโอ้ 2 คัน รวมทั้งหมด 8 คัน จัดทดสอบในคาราวาน นิสสันถังเดียวเที่ยวไกลสุด 4 ประเทศ โดยใช้เส้นทางเศรษฐกิจจากพม่า ผ่านไทย ไปลาว และสิ้นสุดเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม รวมระยะ 1,300 กิโลเมตร สะท้อนถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่างที่นุ่มนวลนั่งสบาย มั่นใจในทุกสภาพถนน และระบบเกียร์อัจฉริยะของนิสสัน
การจัดคาราวานทดสอบ นิสสันถังเดียวเที่ยวไกลสุด 4 ประเทศ ในครั้งนี้ นิสสันต้องการสะท้อนให้ผู้บริโภคทั่วไป และผู้ใช้รถยนต์นิสสันเห็นถึงประสิทธิภาพของยนตรกรรม ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในทุกๆ ด้าน ภายใต้เทคโนโลยีอันทันสมัยของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ปิกอัพรุ่นนาวารา รถยนต์อเนกประสงค์รุ่น เอ็กซ์เทรล หรือจะเป็นรถยนต์นั่งทีด้าและทีด้าลาติโอ้ ที่แม้จะเป็นเพียงรถยนต์ซีดานขนาดเล็ก แต่ก็เป็นพาหนะที่สามารถใช้ในการเดินทางไกลได้อย่างสบายๆ และให้ความมั่นใจในการขับขี่ ภายใต้แนวคิด น้ำมันถังเดียวเที่ยวไกลถึง 4 ประเทศ |
| |
 |
| |
เริ่มต้นจากการทดสอบรถยนต์นั่งรุ่นเทียน่า 1 ถัง 1,000 กิโลเมตร ที่ได้จัดขึ้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2552 เส้นทาง กรุงเทพ – หาดใหญ่ โดยผู้สื่อข่าว เพื่อเป็นการพิสูจน์สมรรถนะเครื่องยนต์ และระบบเกียร์อัจฉริยะ X-tronic CVT ซึ่งผลการทดสอบระยะทาง 1000 กิโลเมตร รถยนต์นิสสันเทียน่า สามารถขับได้ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร น้ำมันเพียงถังเดียว
โดยการทดสอบครั้งนี้ นิสสันต้องการตอกย้ำทิศทางของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสะท้อนให้ผู้บริโภครับรู้ถึง ความประหยัดที่สามารถใช้พลังงานเชื่อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าทุกหยด |
| |
 |
| |
คุณประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การจัดคาราวานทดสอบในครั้งนี้ เราต้องการแสดงให้เห็นว่า รถยนต์และรถกระบะของนิสสันทุกรุ่น มีสมรรถนะในการขับขี่ที่เหมาะสม ต่อสภาพการขับขี่หลายรูปแบบ ทั้งยังให้ความคุ้มค่าในด้านการประหยัดพลังงงาน ซึ่งรถยนต์นิสสัน สามารถให้อัตราการประหยัดน้ำมัน ได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยพิสูจน์จากการทดสอบครั้งนี้ บนเส้นทางขับขี่ที่มีทั้งทางขึ้น-ลง ทางโค้ง และคดเคี้ยวจากภูเขาจนไปถึงทางราบ สภาพการจราจรในเขตชุมชน จากเมืองเมียววดี ประเทศพม่า จนถึงเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม โดยรถทุกคัน จะเติมน้ำมันเต็มถังเพียงครั้งเดียว จากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดหมายปลายทาง”
สำหรับโครงการทดสอบ 1 ถัง 1,000 กิโลเมตร มิได้มีแต่เพียงในประเทศไทย แต่เป็นโครงการทดสอบที่เกิดขึ้นที่นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดให้กับรถยนต์นิสสัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ และอัตราการประหยัดน้ำมันของรถยนต์นิสสัน เพื่อตอกย้ำถึงทิศทางของการผลิตรถยนต์นิสสัน ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงาน” คุณประพัฒน์ กล่าวเสริม
“บริษัทนิสสันฯ มีความชัดเจนในด้านผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำรถกระบะนิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ภายใต้คอนเซ็ปป์ “Eco-Power” ที่นอกเหนือจากสมรรถนะด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันก็เหนือชั้น ส่วนรถยนต์นั่งและรถเอนกประสงค์ของนิสสันทุกรุ่น ผู้บริโภคสามารถดูอัตราสิ้นเปลืองจากการขับขี่ จาก จอแสดงผลการใช้น้ำมัน ซึ่งส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ สามารถปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้ประหยัดน้ำมันได้สูงสุด |
| |
 |
| |
ส่วนเหตุผลที่เลือกเส้นทางเศรษฐกิจจากพม่าผ่านไทยไปลาว และสิ้นสุดเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม รวมระยะ 1,300 กิโลเมตรนั้น ที่ใช้เป็นเส้นทางในการจัดทดสอบ นิสสันถังเดียวเที่ยวไกลสุด 4 ประเทศ คุณประพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
"เส้นทางเศรษฐกิจหมายเลข 9 นี้ ยังเป็น ประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ตะวันออก–ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) เข้าด้วยกัน ซึ่งรถยนต์นิสสันทั้ง 8 คัน ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์เปิดมุมมองใหม่ให้คนไทยได้สัมผัสวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีของผู้คน 4 ชนชาติ พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนการขับขี่รถยนต์ในลักษณะท่องเที่ยวอีกด้วย" |
| |
 |
| |
สำหรับเส้นทางเศรษฐกิจ 4 ประเทศนี้หรือ เส้นทางหมายเลข 9 นับเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางเชื่อมโยง เศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก ซึ่งเชื่อมประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้เข้าด้วยกันคือ พม่า–ไทย–ลาว–เวียดนาม รวมถึงประเทศจีนด้วย โดยเส้นทางทอดยาวจากมหาสมุทรอินเดีย ไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งช่วยให้การเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน 5 ประเทศ (รวมทั้งจีน) ให้เกิดความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกเหนือจากผลในทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
คุณประพัฒน์ กล่าวต่อว่า “บริษัท นิสสัน มีความชัดเจนในด้านผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนมีนาคม นี้ เราจะเปิดตัวรถยนต์ นิสสัน อีโค คาร์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งรถยนต์อีโคคาร์ เป็นรถยนต์ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติแทบจะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 5.0 ลิตร/100 กม. , มาตรฐานมลพิษปลอดภัยระดับยูโร 4, มาตรฐานความปลอดภัยของ UNECE 94 และ 95, จะเป็นรถยนต์คอมแพคที่มาพร้อมเทคโนโลยีชั้นสูงที่เน้นด้านสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่กับคนทุกวัย” • |
| |
 |
| |
 |
| |
การเดินทางท่องเที่ยว 4 ประเทศบนเส้นทางสายเศรษฐกิจ คือ พม่า, ไทย, ลาว และ เวียดนาม ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง เส้นทางนี้ประกอบไปด้วย ทางราบ มีทั้งขึ้น-ลงเขา มีทั้งถนน 2 เลน และ 4 เลน ตลอดทางผ่าน 5 น้ำตก 6 อุทยาน 7 สายน้ำ ซึ่งทำให้รถนิสสัน สามารถแสดงสมรรถนะได้อย่างยอดเยี่ยม ในทุกสภาวะ
รถยนต์ที่ใช้ในการทดสอบมี 3 รุ่น คือ นิสสัน นาวารา 4 คัน, รถเอสยูวีใหม่ เอ็กซ์เทรล 2 คัน, รถยนต์ ทีด้า และ ทีด้า ลาติโอ 2 คัน รวมทั้งหมด 8 คัน
ซึ่งในภารกิจครั้งนี้ นาวารา ถูกวางให้เป็นตัวเด่นด้วยระยะทางที่ถูกกำหนดว่า 'ต้องทำให้ได้' คือ 1,300 กิโลเมตร (เริ่มต้นจากประเทศพม่า เมืองเมียวดี) ส่วน เอ็กซ์เทรล และ ทีด้า ถูกกำหนดให้ต้องทำระยะทางให้ได้ 1,000 กิโลเมตร (เริ่มต้นจากร้าน ROUTE 12 เขาค้อ) และ 800 กิโลเมตร (เริ่มจาก อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น) ตามลำดับ ซึ่งทุกคัน เดินทางด้วยน้ำมันเพียง 1 ถังเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับผู้ขับทุกคนในคาราวานครั้งนี้ ที่จะต้องขับขี่ให้ถึงจุดหมายที่เดียวกัน คือเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม โดยเป็นการขับแบบเปิดแอร์เบอร์ 2 หรือที่อุณหภูมิ 25 องศา ตลอดเส้นทาง ผู้ร่วมคาราวานในครั้งนี้ มีทั้งลูกค้าตัวจริง, ผู้สื่อข่าว และทีมงานนิสสัน |
| |
 |
| |
ลักษณะของ 'เส้นทางเศรษฐกิจ'
เส้นทางหมายเลข 9 ในลาว เป็นถนนลาดยาง 2 เลน กว้างประมาณ 8 เมตร อยู่ในสภาพค่อนข้างดี ปริมาณรถยนต์สัญจรบนถนนยังมีน้อย รถยังไม่สามารถวิ่งได้สะดวกนัก เนื่องจากต้องระวังสัตว์เลี้ยงที่ออกมาเดินบนถนน ธุรกิจที่สำคัญได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ปูนซีเมนต์ หินกาว (ส่วนใหญ่ส่งขายเวียดนาม) การเกษตรได้แก่ การปลูกยางพารา ยูคาลิปตัส ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างชาติ เช่น จีน เวียดนาม ไทย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ได้แก่ ปั๊มน้ำมันและที่พัก สำหรับสภาพบ้านเรือน และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตามเส้นทางส่วนใหญ่ยังอยู่ในฐานะยากจน ขาดแคลนสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก
เส้นทางหมายเลข 9 ในเวียดนาม เป็นถนนลาดยางลัดเลาะตามไหล่เขาและแม่น้ำ สภาพถนนอยู่ในเกณฑ์ดี รถยนต์สัญจรยังไม่มากนัก บริเวณใกล้ด่านลาวบาวมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลาวบาว ซึ่งให้การส่งเสริมการลงทุนแก่นักลงทุน นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาไปลงทุนได้แก่ จีน ลาว ไทย ธุรกิจที่ลงทุนได้แก่ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ การผลิตเครื่องดื่ม โรงแรม เป็นต้น |
| |
 |
| |
นอกจากการทำธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาวแล้ว ตามไหล่ทางจากเขตเศรษฐกิจลาวบาวไปยังดงฮายังมีธุรกิจการย่อยหิน ปูนซีเมนต์ เฟอร์นิเจอร์ การเกษตร (พริกไทย ขนุน กล้วย แก้วมังกร และยูคาลิปตัส) โดยเส้นทางนี้ ไปสิ้นสุดที่เมืองดงฮา จังหวัดกวางจิ และมาบรรจบกับเส้นทางหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดถัวเทียนเว้และเมืองดานัง รวมระยะทาง 162 กิโลเมตร อันเป็นจุดปลายทางของ เส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC)
สภาพถนนอยู่ในเกณฑ์ดี รถที่สัญจรส่วนใหญ่ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุก รถจักรยานและรถจักรยานยนต์ การจราจรค่อนข้างคับคั่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้และผ่านจังหวัดถัวเทียนเว้และเมืองดานัง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
จากการที่เส้นทางหมายเลข 9 เป็นเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก จึงช่วยส่งเสริมการค้าระหว่าง ไทย–ลาว–เวียดนาม ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากความสะดวกในการขนส่งสินค้า ในช่วงที่ผ่านลาวเส้นทางดังกล่าวได้เชื่อมกับเส้นทางหมายเลข 13 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักของลาว ทำให้การขนส่งสินค้าภายในประเทศสะดวกขึ้นสามารถกระจายสินค้าไปยังแคว้นต่างๆ ได้ทั่วประเทศ ส่งผลให้การค้าลาวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านเวียดนาม เส้นทางหมายเลข 9 ได้เชื่อมต่อกับทางหมายเลข 1 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักของเวียดนาม จึงช่วยสนับสนุนให้การค้าเวียดนามขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน • |
| |
 |
| |
เริ่มด้วยนาวารา กับความท้ายทายบนยอดเขา
จุดเริ่มต้นของการเดินทางเริ่มที่เมืองเมียวดี โดยได้รับเกียรติจาก มร.โคจิ โอคูดะ รองผู้จัดการใหญ่ประสานงานการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ นาย ทูน ทูน อิน ผู้ว่าเมืองเมียวดี เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน นิสสัน น้ำมันถังเดียวเที่ยวไกลสุด 4 ประเทศ
หลังพิธีปล่อยขบวนคาราวานก็เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-พม่า สู่อำเภอแม่สอดซึ่งเส้นทางในช่วงแรกเป็นเส้นทางลาดยางอย่างดี แต่ผู้ขับทุกคนต้องเจอกับความท้าทายของเส้นทางข้ามเขาสูง มีทั้งเนินชันและทางลาดสลับกันระยะทางกว่า 82 กิโลเมตร
เป็นที่รู้กันว่าการขับขึ้นเนินจำเป็นต้องใช้เกียร์ต่ำ เพื่อเรียกแรงบิดของเครื่องยนต์ออกมา แต่นั่นก็เป็นวิธีที่สวนทางกับความประหยัดน้ำมัน แต่ด้วยความที่ นิสสัน นาวารา มีแรงบิดสูงในรอบต่ำ ทำให้รถยนต์ในคาราวานผ่านพ้นไปด้วยดี |
| |
 |
| |
เมื่อผ่านพ้นเส้นทางที่เป็นเขาสูงแล้ว ขบวนคาราวานก็เดินทางต่อไปยังจังหวัดสุโขทัย เพื่อผ่านไปจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจะถึงจุดที่จะต้องพักเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน และถือว่าเดินทางมาได้ครึ่งทางระยะทางที่กำหนดให้ในวันแรก โดยตลอดการเดินทางเส้นทางเป็นแบบลาดยางตลอดและเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างราบทำให้การเดินทางเป็นไปได้ด้วยดี
ส่วนการเดินทางในช่วงบ่ายเริ่มเข้มข้นมากขึ้นเพราะเส้นทางเป็นแบบ 2 เลนสวน ทำให้ผู้ทดสอบต้องเพิ่มรายละเอียดในการขับ อย่างเช่นการแซง หรือจังหวะในการขับเพื่อให้เกิดความราบลื่นในการขับ ซึ่งเป็นเทคนิคอีกอย่างในการขับเพื่อให้เกิดความประหยัดสูงสุด |
| |
 |
| |
เส้นทางเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อคาราวานเดินทางมาถึงแยกเขาค้อซึ่งเป็นเส้นทางลัดเลาะไปตามเนินเขา กับทิวทัศนที่สวยงามกับความท้าทายของการขับเหมือนในช่วงเช้า ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงจุดพักที่ร้านกาแฟ ROUTE 12 นอกจากผู้ขับทุกคนจะได้พักอิริยาบทแล้ว ในจุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทดสอบสำหรับนิสสัน เอ็กซ์เทรล ทั้ง 2 คัน กับภารกิจ 1,000 กิโลเมตร ที่ต้องเดินทางให้ถึง
การเดินทางช่วงสุดท้ายก่อนจะถึงระยะที่วางเอาไว้ในวันแรกคือ 463 กิโลเมตร ขบวนคาราวานนิสสัน นาวาราและเอ็กซ์เทรล ได้เดินทางไปตามเส้นทางที่สูงชันของเขาค้อทั้งท้าทาย และตระการตากับทิวทัศน์ที่สวยงาม และก่อนที่จะจบการเดินทางในวันแรก รถยนต์ ทีด้า และทีด้า ลาติโอ 2 คัน ก็ได้ร่วมเดินทางเพิ่ม และมาจบที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ในวันแรก เพื่อรอการเดินทางในวันต่อไป |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
อ.ชุมแพ - สะหวันนะเขต (สปป.ลาว) : ระยะทาง 538 กิโลเมตร
สำหรับในการเดินทางวันที่สองเริ่มจาก อ.ชุมแพ มุ่งหน้า จ.กาฬสินธุ์ เส้นทางลาดยางทำให้การเดินทางในช่วงนี้ค่อนข้างเป็นไปด้วยดี รถยนต์ในคาราวานพยายามรักษาความเร็ว และรอบเครื่องยนต์ให้นิ่งที่สุด
ใช้ความเร็วเฉลี่ย 70-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ที่ 1,300-1,500 รอบ/นาที ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่ไม่ช้ามากจนเกินไป และเป็นช่วงความเร็วที่สามารถทำให้เกิดความประหยัดได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งในวันนี้ขบวนคาราวานจะสมบูรณ์แบบด้วยการเสริมการเดินทางของ ทีด้า และทีด้า ลาติโอ กับภารกิจ 800 กิโลเมตร |
| |
 |
| |
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จขบวนคาราวานก็เดินทางมายังสะพานมิตรภาพ จ.มุกดาหาร ซึ่งขบวนคาราวานจะเดินทางข้ามไปยัง สะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างไทยและลาว ซึ่งสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ที่ขบวนคาราวานข้ามไปนั้นเป็นแห่งที่ 2 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549
สะพานแห่งนี้กลายเป็นสะพานที่สำคัญเพราะเป็นการเชื่อมกันระหว่างฝั่งตะวันตก ไปยังตะวันออก จากพม่าสู่เวียดนาม สำหรับการขับในประเทศลาวนั้น แตกต่างจากในประเทศไทยคือ ขับชิดขวา มีทริคง่ายๆ แต่ทำยากเอาเรื่องคือ เลี้ยวขวา-ชิดขวา, เลี้ยวซ้าย-ชิดขวา ซึ่งจะแตกต่างจากในประเทศไทย |
| |
 |
| |
ส่วนสภาพเส้นทางโดยมากจะเป็นเส้นทางตรงลาดยาง แต่ก็มีหลุมบ่อให้หลบพอเป็นกระสัย อีกส่วนที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษคือ สัตว์เลี้ยง ทั้ง โค, กระบือ, หมู, แพะ ฯลฯ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของพี่น้องชาวลาว ที่มักจะเดินข้ามถนน ทำให้ในช่วงของการเดินทางจากสะหวันนะเขต มุ่งหน้าสู่สะพานฮังการี ซึ่งจะเป็นจุดที่ขบวนคาราวานจะต้องวกกลับมาพักที่สะหวันนะเขตนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษซึ่งทุกคันก็ผ่านไปด้วยดี รวมระยะการเดินทางทั้งสองวันแล้วกว่า 1,000 กิโลเมตร
สิ้นสุดการเดินทางวันที่สองนั้นรถยนต์ที่อยู่ในขบวนคาราวานทุกคัน ไม่ว่าจะเป็น นาวารา, เอ็กซ์เทรล, ทีด้า และ ทีด้า ลาติโอ เริ่มมีความมั่นใจว่าภารกิจที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้น่าจะถูกพิชิตได้อย่างแน่นอน |
| |
 |
| |
สะหวันนะเขต (สปป.ลาว) - เว้ (เวียดนาม) : ระยะทาง 331 กิโลเมตร
มุ่งหน้าพิชิตภารกิจ 1,300 กิโลเมตร
การเดินทางในวันสุดท้ายจากสะหวันนะเขต สู่เมืองเว้ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทาง ซึ่งเส้นทางที่ใช้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นทางลาดยางตลอดสายแต่มีบางช่วงที่เป็นหลุมบ่อเช่นเดิม ส่วนปริมาณรถยนต์ที่สัญจรอยู่นั้นถือว่ามีบ้างแต่ไม่มากนัก จะหนาแน่นในบางช่วงอย่างในเขตชุมชน |
| |
 |
| |
เมื่อเดินทางจากสะหวันนะเขต ผ่านสะพานฮังกาลีจุดที่ขบวนคาราวานกลับรถเมื่อวานแล้ว ก็เดินทางมาถึง ‘ลาวบาว’ ซึ่งเป็นเขตชายแดนระหว่างลาว และเวียดนาม ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันอย่างได้ชัดคือลักษณะของเส้นทางโดยเมื่อเข้ามาในลาวบาวแล้ว เส้นทางจะเป็นทางลาดชัน ตามไหลเขา อีกทั้งบรรยากาศที่เย็นและชุ่มชื่นมากกว่าทางฝั่งลาว
ส่วนการสัญจรยังคงใช้ระบบเดียวกับประเทศลาว แต่ที่ต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะลักษณะการสัญจรของชาวเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วชาวเวียดนามนิยมใช้จักรยาน และจักรยานยนต์ เป็นหลัก โดยเฉพาะในเมือง หรือหัวเมืองใหญ่ จะมีความพลุกพล่านเป็นพิเศษ |
| |
 |
| |
ขบวนคาราวานนิสสัน มีเป้าหมายจากจุดผ่านแดนที่ลาวบาวไปอีก 147 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมายซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันในเว้ ซึ่งได้รับการต้อนรับโดย คุณประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะสื่อมวลชน ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของภารกิจในครั้งนี้
การเดินทางในช่วงสุดท้ายนี้ยังคงปกติ ติดขัดบ้างเป็นบางช่วงเมื่อวิ่งผ่านเขตชุมชน หรือถนนที่มีรถยนต์สัญจรมาก แต่ก็สามารถเดินทางมาได้เรื่อยๆ สำหรับขบวนคาราวานการทดสอบในครั้งนี้ เมื่อถึงเส้นชัย รถที่ร่วมขบวนทุกคันสามารถถึงเป้าหมายที่วางไว้ และมีน้ำมันเชื้อเพลิงเหลืออยู่ในถังทุกคัน รถกระบะนาวารา สามารถวิ่งครบ 1,300 กิโลเมตรได้ทุกคัน ส่วนเอ็กซ์เทรล กับระยะทาง 1,000 กิโลเมตร สามารถพิชิตได้อย่างสบาย และ ทีด้า และ ทีด้า ลาติโอ ทั้งคู่สามารถผ่าน 800 กิโลเมตร ได้เช่นกัน |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
แต่เพื่อเป็นการพิสูจน์ ความประหยัดจริงของรถกระบะ นาวารา และรถยนต์ ทีด้า ทีมนักขับยังได้ทดสอบรถสองคันนี้ต่อ โดยใช้เส้นทางจากเว้ ย้อนกลับไปยังชายแดนลาวบาว เพื่อที่จะไปสิ้นสุด ณ เมืองสะหวันนะเขต ทำให้ นิสสัน นาวารา ถังเดียวขับได้ไกลกว่า 1,600 กิโลเมตร และ นิสสัน ทีด้า ถังเดียวทะลุ 1,000 กิโลเมตร น้ำมันยังเหลือทั้งสองคัน
นิสสัน คาราวาน ถังเดียวเที่ยวไกล 4 ประเทศ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ และรถกระบะของนิสสันทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นในด้านประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และอัตราการประหยัดน้ำมัน จากเส้นทางที่หลากหลายในคาราวานครั้งนี้
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.nissan.co.th ครับ • |
| |
| |
|
 |
| R E L A T E D - N E W S : |
| |
|
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ นิสสัน คลิ๊กที่นี่ครับ : Nissan News Section |
 |
 |
|
| |