|
| |
| เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ • วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ |
Last update • Tuesday, 25 August 2009 |
|
 |
| |
|
| |
โตโยต้า จัดให้สื่อมวลชนได้ทดสอบ โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ต่อเนื่อง 3 วัน คือ วันที่ 19-20-21 สิงหาคม 2552 เริ่มต้นที่โรงแรมดุสิต โดยเส้นทางจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน สำหรับวันนี้แบ่งเส้นทางเป็น 4 ช่วงคือ...
1 • โรงแรมดุสิตธานี - สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
2 • สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ - เดอะคริสตัล ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา - อาจณรงค์)
3 • เดอะคริสตัล ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม - สุขุมวิท 24 - ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ พระราม 4
4 • ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ พระราม 4 - โรงแรมดุสิตธานี |
| |
 |
| |
รวมระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ให้เวลาตั้งแต่ 13.00-18.30 น. รวมเวลาพัก เห็นเวลากับระยะทางแล้วก็พอจะเดาได้ว่า การจราจรต้องติดขัดแบบสุดๆ แน่ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะตลอดการทดสอบ สามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้ประมาณ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากขับผ่านจุดที่รถติดสาหัสอย่างเอกมัย และพระราม 4 ในช่วงเลิกงานประมาณ 5 โมงเย็นพอดี
ก่อนออกเดินทาง รถทุกคันจะได้รับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มจนถึงคอถัง รถ 1 คันสำหรับ 2 สื่อ หลังจากขับวนไปรอบเมือง ก่อนกลับโรงแรมดุสิตก็แวะไปเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอีกครั้งที่ปั๊มเอสโซ่ บนถนนพระราม 4 โดยเน้นเติมถึงคอถังเหมือนเดิม ทีมงานของโตโยต้าเล่าว่า ในวันแรกมีสื่อมวลชนสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้สุดหรูถึง 20 กว่ากิโลเมตรต่อลิตร
สำหรับคันที่ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย นั่งและขับในบางช่วง ขับไปเป็นระยะทาง 59 กิโลเมตร เติมน้ำมันเพิ่ม 5.9 ลิตร คิดเป็นอัตราสิ้นเปลือง 10 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งอาจไม่หรูหรามากนัก แต่ถ้ากลับไปมองตัวเลขความเร็วเฉลี่ย ก็จะทราบได้ว่าการจราจรติดขัดมาก |
| |
 |
| |
นอกจากนี้ทีมงานและเพื่อนสื่อมวลชนที่ขับคันเดียวกัน ก็ทำการตกลงไว้ก่อนขับว่า 'จะขับเหมือนใช้งานทั่วไป' ไม่พยายามปั้นตัวเลขมากมายนัก เพราะน่าจะตรงกับการใช้งานปกติมากกว่า แถมบางช่วงยังแอบกดคันเร่งหนักๆ อีกด้วย
สำหรับ โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด มีระบบควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์หลัก ที่แม่นยำ ทำให้ทั้งสองส่วนทำงานสอดคล้องกัน โดยสังเกตว่าถ้าขับออกตัวช้าๆ และกดคันเร่งไม่ลึกมาก รถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เครื่องยนต์จะไม่ทำงาน จนกระทั่งไฟฟ้าในแบตเตอรี่เริ่มลดลง เครื่องยนต์จึงทำงานอัตโนมัติเพื่อปั่นไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่
ในการทดสอบ ถ้าค่อยๆ กดคันเร่ง มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนรถได้ถึงความเร็วประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้ากดคันเร่งลึกๆ เครื่องยนต์ก็จะเริ่มทำงานตั้งแต่ความเร็วต่ำ มีผลให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
มีบางช่วงที่ทางโล่ง สามารถกดคันเร่งสุดๆ ได้ ก็พบว่าโตโยต้าไม่ได้โฆษณาเกินจริง เพราะอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์หลัก ช่วยกันขับเคลื่อนรถ ขับสนุกจนแทบจะลืมไปว่า นี่คือรถที่ผลิตออกมาเพื่อให้ประหยัดน้ำมัน |
| |
 |
| |
| • (ซ้าย) คุณกิจ มหาจุนทการ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ (ขวา) คุณปรีชา โพธิ รองผู้อำนวยการ สำนักงานประชาสัมพัธ์ บรรยายสรุปเส้นทางการทดสอบ |
 |
| |
ตลอดการใช้งานไม่พบปัญหายุ่งยากแต่อย่างใด เครื่องยนต์หลักสตาร์ตและดับโดยอัตโนมัติ ตามการควบคุมของระบบ ทั้งตอนเครื่องยนต์ดับและสตาร์ตกลับมาทำงาน ถือว่าราบเรียบดี รถไม่มีอาการสะดุดหรือกระตุกแต่อย่างใด ความสั่นสะเทือนตอนสตาร์ต มีน้อยกว่าการสตาร์ตรถทั่วไป
ส่วนความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ก็ตัดไปได้ เพราะรับประกันยาวนานถึง 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง มากกว่าตัวรถที่รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรด้วยซ้ำ
โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด รถยนต์แห่งอนาคตสำหรับวันนี้ ตั้งราคาไว้ในระดับที่รับได้ แต่ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ขอแนะนำว่า ถ้าซื้อไปใช้แล้วก็ควรศึกษาการทำงานของระบบสักนิด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ควรเคร่งเครียดกับอัตราสิ้นเปลืองมากนัก เพราะแค่ขับเหมือนขับรถปกติทั่วไป ก็ช่วยประหยัดเงินค่าน้ำมันได้พอสมควรแล้ว •
อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง คัมรี ไฮบริด - 20 สิงหาคม 2552
รถหมายเลข 01 ทะเบียน ฌส 6303
- Auto Car • อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ
- Auto Variety • ช่างภาพ
- ระยะทาง 49 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 3.933 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 12.47 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 116%
รถหมายเลข 02 ทะเบียน ฌส 6301
- รายงานยานยนต์ • รวิพล สุวรรณผ่อง
- Motor World Ch.9 • ปนิษฐา กันทะเวียง
- Motor World Ch.9 • วัชราภรณ์ ภัทรานุกรม
- ระยะทาง 50.4 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 3.868 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 13.02 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 126%
รถหมายเลข 03 ทะเบียน ฌส 6296
- เจาะข่าว เสาร์อาทิตย์ • วิรัตน์ คุ้มภัย
- รายทาง • เจษฎา วงศ์พานิช
- รายทาง • มณฑล วงศ์โซ
- ระยะทาง 52.4 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 5.267 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 9.93 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 72%
รถหมายเลข 04 ทะเบียน ฌส 6295
- Speed X • อัฒฐา นายเรือ
- Speed X • ศรัณรัฐ เปรมศรี
- ค.คน • สุรเชษฐ์ จูปั้น
- ค.คน • อภิชาติ แซ่ลี้
- ระยะทาง 50.4 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 5.73 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 8.8 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 53%
รถหมายเลข 05 ทะเบียน ฌส 6291
- สยามรัฐ • สนวัตร สุนทรกรัณฑ์
- Neo Time • บุนนาค สรรพมงคลชัย
- ระยะทาง 50.6 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 6.113 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 8.27 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 43%
รถหมายเลข 06 ทะเบียน ฌส 6293
- สยามธุรกิจ • จิรายุ ห่วงทรัพย์
- Auto Jam • จิตตกร หลวงยศ
- C Max • ชากร โสภากร
- ระยะทาง 50.8 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 5.802 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 8.75 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 52%
รถหมายเลข 07 ทะเบียน ฌส 6314
- Motor Trivia • วราห์ หัสรังค์
- Motor Trivia • นาธัส แสงสุริยะ
- ไทยโพสต์ • นรินทร โชติภิรมย์กุล
- ระยะทาง 59 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 5.908 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 9.98 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 73%
รถหมายเลข 08 ทะเบียน ฌส 6311
- ป้ายแดง • วิริยา บุญเทศ
- iSpeedegazine • สุรพงษ์ สิริชาติ
- ระยะทาง 59.8 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 6.226 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 9.6 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 66%
รถหมายเลข 09 ทะเบียน ฌส 6308
- New Block • ประธาน น้อยนามบุญ
- Car for life • บุญมา นาวาทอง
- Car for life • จีรศักดิ์ สุวรรณพืช
- ระยะทาง 50.3 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 3.993 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 12.6 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 118%
รถหมายเลข 10 ทะเบียน ฌส 6294
- Car All Style • อทิติ ศศิโรจน์
- On The Road • ถิรพร เนาว์ถิ่นสุข
- ระยะทาง 50 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 4.746 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 10.54 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 83%
รถหมายเลข 11 ทะเบียน ฌส 6297
- Auto Media FM • สมศักดิ์ เชาว์รังสรร
- แต่งรถ • วีระยุทธ สรีสุริยกานนท์
- ระยะทาง 53.9 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 5.409 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 9.96 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 73%
รถหมายเลข 12 ทะเบียน ฌส 6310
- Auto Preview • สมชาย พรหมหนู
- Motor Mart • สุภัทร ทิสาพงษ์
- ระยะทาง 50.1 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 5.174 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 9.68 กม./ลิตร ประหยัดกว่า 2.4 ธรรมดา 68%
รถหมายเลข 13 Camry 2.4G ธรรมดา
- ตลาดรถ • สราวุฒิ คำศรี
- ระยะทาง 49.8 กม. เติมน้ำมันเพิ่ม 8.634 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 5.77 กม./ลิตร |
| |
| |
|
| |
 |
ผสานพลังอัจฉริยะ
คัมรี ไฮบริด ตอบสนองการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-Cycle รหัส 2AZ-FXE ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ ที่ 6000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 187 นิวตันเมตร บวกกับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ ที่ 6500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์ 187 นิวตันเมตร ที่ 4400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 270 นิวตันเมตร ที่ 0-1500 รอบต่อนาที
ชุดมอเตอร์ประกอบด้วย มอเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ MG 1 สร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด และส่งกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน MG 2 และยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ทเครื่องยนต์ และมอเตอร์ขับเคลื่อน MG 2 ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ MG 1 และชาร์จไฟจากการชะลอความเร็ว หรือการเบรก เก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด ลดการสูญเปล่าของพลังงาน คัมรีไฮบริดออกตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าที่สูงถึง 270 นิวตันเมตร ตั้งแต่เริ่มออกตัว
ระบบตัดต่อกำลัง Power Split Device ทำหน้าที่ตัดต่อ และผสมผสานกำลังจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพ่อส่งต่อไปที่เฟืองท้ายเพื่อการขับเคลื่อน อีกส่วนหนึ่งจะใช้สำหรับการสร้างกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด
ชุดอินเวอร์เตอร์ แปลงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริด เป็นกระแสสลับความดันสูง 650 โวลต์ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน และแปลงกระแสไฟฟ้าลง เพื่อนำกระแสไฟฟ้าที่ได้จากมอเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ เก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนต่อไป
แบตเตอรี่ไฮบริด ชนิด nickle-metal hydride แหล่งเก็บประจุไฟฟ้าสำหรับพลังงานขับเคลื่อน ออกแบบใช้งานยาวนาน เทียบเท่าอายุรถยนต์ ปลอดภัยด้วยชุดควบคุม ECU ตัดกระแสไฟฟ้าทันที เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติ หุ้มฉนวนไฟฟ้าป้องกันไฟช๊อต พร้อม Service Plug ตัดกระแสไฟ ส่วนที่เก็บแบตเตอรี่ไฮบริด อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยต่อการชน และไม่เปลืองพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังรถ พร้อมรับประกันคุณภาพ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด
คัมรี ไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยในการขับเคลื่อน โดยเครื่องยนต์จะหยุดทำงานในบางจังหวะ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง เช่นในจังหวะชลอความเร็ว หรือเบรก ระบบเบรกไฟฟ้าจะมีส่วนช่วยชะลอความเร็ว พร้อมชาร์จไฟกลับเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน ลดการสูญเปล่าของพลังงาน
คอมเพรสเซอร์แอร์แบบไฟฟ้า และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ไม่ใช้กำลังจากเครื่องยนต์ ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น
ค่าสัมประสิทธิ์ที่ 0.29 ตามหลักอากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ชั้นสูง ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งแผ่นปิดเครื่องยนต์ด้านล่าง เพื่อความไหลลื่นของอากาศใต้ตัวรถ พร้อมแผ่นปิดด้านล่าง ด้านหลัง และแผ่นปิดพร้อมครีบบริเวณจุดต่ำสุดของถังน้ำมัน
เงียบ สบาย ตลอดการเดินทาง
ระบบเครื่องปรับอากาศทำงานด้วยไฟฟ้า พร้อม พลาสม่า คลัสเตอร์ ให้อากาศภายในรถสะอาด สดชื่น พร้อมด้วยระบบซับ และป้องกันเสียง เพื่อความเงียบพิเศษตามแบบฉบับยานยนต์ระดับหรู กระจกบานหน้าออกแบบพิเศษ ป้องกันเสียงสะท้อนจากเครื่องยนต์ (Acoustic Glass)
ระบบเสริมความปลอดภัย ระบบจัดการรวมไดนามิคของตัวรถ (VDIM) ที่จะควบคุมการทำงานของระบบเสริมความปลอดภัยต่างๆ ในรถยนต์ที่เคยทำงานแยกกัน ให้มาทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS เพื่อการทรงตัวที่ดีของรถ และสมรรถนะที่ดีทุกๆ ด้านในการขับขี่ ทั้งการขับ การเลี้ยว ตลอดจนการหยุดรถ
คัมรี ไฮบริด ติดตั้งระบบเบรก ECB II หรือ Electronic Brake Control เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเบรก และจะมีการชาร์จไฟกลับเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังมั่นใจด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า และด้านข้างอีกด้วย
ภายนอกออกแบบพิเศษเฉพาะรุ่นไฮบริด
ล้ำสมัยด้วยกระจังหน้า กันชน และโคมไฟหน้าที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมไฟตัดหมอกกรอบวงแหวนโครเมี่ยม โคมไฟหน้าดีไซน์พิเศษ ดูสง่างามแบบ 3 มิติ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ HID สีพิเศษ Blue-tinted Extension ปรับมุมลำแสงอัตโนมัติตามมุมเลี้ยวของรถ (AFS) โคมไฟหลังส่องสว่างด้วยหลอด LED สีพิเศษ Blue-tinted Extension ให้แสงสว่างชัดเจน ประหยัดพลังงานมากกว่า
ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ลายใหม่ 10 ก้าน พร้อมยางขนาด 215/60 R16... ปิดท้ายด้วยภายนอกสดใสด้วยสีฟ้าใหม่ Light Blue Mica Metallic พิเศษเฉพาะคัมรี่ ไฮบริดเท่านั้น พร้อมสัญลักษณ์ไฮบริดที่ประตูคู่หน้า และฝากระโปรงหลัง
ภายในล้ำสมัย เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบาย ภายในสีเบจ ให้ความรู้สึกอ่อนโยน หรูหรา กว้างขวาง โอ่อ่า มาตรวัดเรืองแสงออพตริตรอน พร้อมเข็มวัดระดับน้ำมัน และหน้าจอแสดงการทำงานของระบบไฮบริด เพื่อให้ผู้ขับทราบถึงสถานะของระบบที่ใช้ในขณะขับขี่
พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ปริมาตรความจุเทียบเท่ารถยนต์คัมรีเครื่องยนต์เบนซิน ช่องบรรจุแบตเตอรี่ไฮบริด มีปริมาตรเพียง 0.389 ลูกบาศก์เมตร พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระ สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หรือถุงกอล์ฟได้ถึง 4 ใบ
เพื่อสังคม...เพื่อสิ่งแวดล้อม จากการผสานการทำงานอย่างอัจฉริยะ คัมรีไฮบริด ไม่เพียงแค่ผ่านค่ากำหนดมาตรฐานยูโร 4 ที่ประเทศไทยจะบังคับใช้สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ในปี พศ.2555 แต่ยังได้พัฒนาเพื่อผ่านมาตรฐาน AT-PZEV แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในการกำหนดปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกสู่อากาศ
เลือกเป็นเจ้าของความเหนือระดบ คัมรี ไฮบริด 3 รุ่น
- HV AVN DVD navigator ราคา 1,779,000 บาท
- HV AVX DVD ราคา 1,659,000 บาท
- HV 6 CD ราคา 1,599,000 บาท
คัมรีรุ่นปรับปรุงโฉมอีก 4 รุ่น
- 3.5Q ราคา 2,909,000 บาท
- 2.4G ราคา 1,449,000 บาท
- 2.0G ราคา 1,269,000 บาท
- 2.0E ราคา 1,214,000 บาท
เลือกสีสรรด้วย 7 สีเอกลักษณ์เฉพาะไฮบริด Light Blue Mica Metallic และคัมรีรุ่นปรับปรุงโฉม White Pearl CS. / Silver Metallic / Medium Silver Metallic / Black Mica Beige Metallic และ Gray Metallic • |
| |
 |
| |
ระบบขับเคลื่อน 2 แบบในรถยนต์คันเดียวกัน คือ เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ โดยทั้งสองระบบจะทำงานผสมผสาน กันตลอดเวลาอย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาด เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์จึงช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ ในขณะเดียวกันก็ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วไป
อย่างที่เรารู้กัน... รถยนต์ทั่วไปจะใช้การทำงานของเชื่อเพลิงเป็นตัวขับเคลื่อนเท่านั้น ส่วนระบบ ไฮบริด เทคโนโลยี คือการทำงานร่วมกัน ระหว่างเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยโตโยต้าใช้ระบบ Series Parallel ซึ่งติดตั้งใน Toyota Prius และรถยนต์ไฮบริดรุ่นอื่นๆ ด้วย และหนึ่งประโยชน์ของระบบไฮบริด คือ ให้สมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม เพราะระบบจะควบคุม และสร้างสมดุลย์ระหว่าง เครื่องยนต์ น้ำมันเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
จุดสำคัญอยู่ที่ การหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ และให้รถขับเคลื่อนต่อไปด้วยระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอย่างนุ่มนวล ส่วนใครที่กังวลว่า รถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนี้ จะมีความยุ่งยากซับซ้อนในการชาร์จแบตเตอรี่ ต้องบอกว่า ไม่มีความยุ่งยากใดๆ เลย เพราะ ระบบจะทำการชาร์จไฟด้วยตัวเอง ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่ง จึงไม่ต้องมีการใช้สายไฟ ปลั๊กไฟ... เรียกได้ว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการชาร์จไฟ (ด้วยตัวของคุณเอง) อีกเลย |
| |
 |
| |
 |
| |
ระบบไฮบริดของ โตโยต้า ทำงานอย่างไร?
7 ขั้นตอนง่ายๆ ที่โตโยต้าจะอธิบายถึงการทำงานของระบบไฮบริด ผ่านการใช้งานในรูปแบบปกติ ในชีวิตประจำวันของเราๆ ท่านๆ ว่าทำไมเราถึงไม่ต้องกังวลในเรื่องของการชาร์จแบตเตอรี่ ทำไมไม่ต้องมีปลั๊กไฟในการชาร์จ เริ่มกันที่...
ขั้นตอนที่ 1 • Starting Off ออกตัว...การเริ่มต้นขับเคลื่อน
ในขั้นเริ่มต้น ระบบจะใช้ประโยชน์ของมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงบิดต่ำในการออกตัว เท่ากับว่าเมื่อเริ่มออกตัว ระบบจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว เนื่องจากเครื่องยนต์ไม่สามารถให้แรงบิดที่สูงได้ ในจังหวะที่รอบเครื่องยังต่ำอยู่ แต่มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำได้อย่างนุ่มนวล
ขั้นตอนที่ 2 • Low/Mid - Speed Driving เริ่มการใช้ความเร็วต่ำ ถึงปานกลาง
หลังจากออกตัว มอเตอร์ไฟฟ้าจะสามารถให้ประสิทธิภาพการทำงานอย่างสูงสุด ภายใต้การขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ จนถึงปานกลาง ซึ่งก็เหมือนกับการใช้งานในชีวิตประจำวันนั่นเอง เช่น การขับขี่ในเมือง หรือในการจราจรปกติ ที่เราต้องใช้ความเร็วต่ำ - ปานกลาง แทบจะตลอดเวลา ตรงนี้หากกระแสไฟในแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ ระบบเครื่องยนต์เชื้อเพลิงจะทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่งไปยังมอเตอร์โดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 3 • Cruising การขับขี่ด้วยความเร็วปกติ
เมื่อเริ่มใช้ความเร็วมากขึ้นจากขั้นตอนที่ 2 ระบบไฮบริดจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนล้อทั้ง 4 โดยตรง และขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ต่างๆ ในการขับขี่ โดยพลังงานส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และพลังงานจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จะถูกส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์
ขั้นตอนที่ 4 • Cruising/Recharging การขับขี่ด้วยความเร็วปกติ และการชาร์จแบตเตอรี่
ต่อเนื่องจากการขับด้วยความเร็วปกติ ระบบไฮบริดจะผลิตกำลังงานออกมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และเมื่อถึงขั้นตอนนี้ อาจมีพลังงานออกมามากเกินความจำเป็น พลังงานที่เหลือใช้เหล่านั้น จะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่
ขั้นตอนที่ 5 • Full Acceleration การขับขี่ด้วยความเร็วปกติ และการชาร์จแบตเตอรี่
มาถึงจังหวะใช้ความเร็วเต็มที่ เช่นในจังหวะเร่งแซง หรือขึ้นทางลาดชัน พลังงานจากแบตเตอรี่จะถูกส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยเสริมการขับเคลื่อน และด้วยการผสมผสานการทำงานของทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้พลังงานที่ถูกใช้ในการขับเคลื่อน มีกำลังเทียบเท่ากับรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เท่าตัว
ขั้นตอนที่ 6 • Deceleration การผลิตพลังงานเพิ่ม ขณะลดความเร็วหรือเบรก
ในจังหวะเบรก หรือลดความเร็ว ระบบไฮบริดจะใช้พลังงานจล เพื่อทำให้ล้อหมุนมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งทำงานเหมือนกับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ส่วน พลังงานความร้อนจากแรงเสียดทานเมื่อลดความเร็ว จะถูกแปลงเป็นไฟฟ้า ซึ่งถูกส่งไปเก็บยังแบตเตอรี่เพื่อใช้งานต่อไป
ขั้นตอนที่ 7 • At Rest การทำงานเมื่อรถหยุดนิ่งอยู่กับที่
จังหวะที่รถหยุด (เช่นติดไฟแดง) เครื่องยนต์, มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จะหยุดการทำงานทั้งหมดโดยอัตโนมัติ จึงเท่ากับว่าจังหวะที่รถหยุดนิ่ง จะไม่มีการสูญเสียพลังงานใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้หากปริมาณกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ ระบบเครื่องยนต์จะยังคงทำงานต่อไปเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และในบางกรณี ระบบเครื่องยนต์จะทำงานต่อ เช่น เมื่อมีการเปิดแอร์ เป็นต้น และเมื่อทำการออกตัว (เช่นไฟเขียว) ก็จะวนไปยังขั้นตอนที่ 1 ใหม่ |
| |
 |
| |
อันดับแรก...แน่นอนคือประหยัดพลังงาน ระบบไฮบริดเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงในขณะขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี โดยขณะออกตัวจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และเมื่อลดความเร็วโดยการแตะเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน ซึ่งทั้ง 2 จังหวะนี้ เป็นการลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงโดยตรง และพลังงานความร้อนที่สูญไปโดยเปล่าประโยชน์ จะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อชาร์จแบตเตอรี่
ระบบไฮบริดช่วยในเรื่องของการลดมลพิษ โดยการหยุดคายไอเสียในบางจังหวะของการขับขี่ ด้วยการหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในบางจังหวะ เช่นในจังหวะที่รถหยุดนิ่ง หรือการลดความเร็วของรถยนต์
อัตราเร่งที่ราบรื่น ไม่ติดขัด ด้วยการผสานการทำงานของเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้รถยนต์ระบบไฮบริด มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพ และให้อัตราเร่งที่ดีกว่ารถยนต์ทั่วไป ในรุ่นเทียบเท่ากัน
ไร้เสียงรบกวนในขณะขับขี่ ความโดดเด่นของระบบไฮบริดคือ การทำงานด้วยความเงียบ เป็นผลมาจากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และจะดับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติในขณะจอด
ระบบไฮบริดมี 3 ประเภทคือ...
1. ระบบไฮบริดแบบอนุกรม ระบบนี้เครื่องยนต์จะไปหมุนเจเนเรเตอร์ จากนั้นมอเตอร์ไฟฟ้าจะใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้นี้ส่งกำลังไปที่ล้อ ทำให้ล้อหมุน ระบบนี้เรียกว่าระบบไฮบริดแบบอนุกรม เพราะว่ากำลังขับเคลื่อนที่จ่ายไปที่ล้อนั้น จ่ายไปตามกำลังเครื่องยนต์และกำลังมอเตอร์ตามลำดับ ระบบไฮบริดแบบอนุกรม สามารถทำให้เครื่องยนต์กำลังต่ำ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดยให้กำเนิดกำลังไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยชาร์จไฟแบตเตอรี่ด้วย ระบบไฮบริดแบบอนุกรมนี้มีมอเตอร์ 2 ตัว เจเนเรเตอร์ 1 ตัว (ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป) และมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ระบบนี้ได้นำมาใช้งานในระบบ โคสเตอร์ไฮบริด (Coaster Hybrid)
2. ระบบไฮบริดแบบคู่ขนาน ในระบบไฮบริดแบบคู่ขนาน ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะไปขับเคลื่อนล้อต่างๆ และกำลังขับเคลื่อนจากแหล่งพลังงานสองชนิดนี้ สามารถนำมาใช้งานได้ตามสภาวะ การณ์ต่างๆ ที่เป็นอยู่ ณ ขณะนั้น และที่เรียกระบบนี้ว่าระบบไฮบริดแบบคู่ขนาน ก็เพราะว่ากำลังที่ส่งไปยังล้อต่างๆ นั้น ถูกส่งไปพร้อมๆ กันเป็นคู่ขนาน ระบบนี้จะชาร์จไฟฟ้าโดยเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้าให้ทำงานเป็นเจเนเรเตอร์ ในขณะที่ใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อนล้อต่างๆ แม้ว่าระบบนี้จะมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน แต่ระบบไฮบริดแบบคู่ขนาน ก็ไม่สามารถส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อได้ ในขณะที่ทำการ ชาร์จไฟฟ้าไปด้วยในคราวเดียวกัน เพราะว่าระบบมีมอเตอร์เพียงตัวเดียว
3. ระบบไฮบริดแบบอนุกรม / คู่ขนาน ระบบนี้รวมเอาระบบไฮบริดแบบอนุกรมและแบบคู่ขนานไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากสองระบบ ให้ได้มากที่สุด ระบบนี้มีมอเตอร์ 2 ตัว การทำงานของระบบนี้จะขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่ ว่าจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า หรือจะใช้กำลังขับเคลื่อนจากทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ เพื่อดึงประสิทธิภาพการทำงานออกมาให้ได้สูงที่สุด
นอกจากนี้ ระบบยังส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อต่างๆ ในขณะที่เจเนเรเตอร์สร้างกระแสไฟฟ้าเมื่อจำเป็น ซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่ติดตั้งให้กับ พรีอุส ไฮบริด และ เอสติมา ไฮบริด
สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ คัมรี ไฮบริด สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ toyota.co.th/th/models/camry/camry_hybrid ครับ • |
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ โตโยต้า คลิ๊กที่นี่ครับ : Toyota News Section |
 |
 |
|
| |