i want to believe
LT Report RT
50
 
NEW HONDA FREED
เตรียมพบตัวจริงในบ้านเราปลายปีนี้..แน่นอน
เรื่อง : รวิสรา - ภาพ : ฮอนด้า
800
Last update • Sunday, 16 August 2009
 
Honda Freed 1
 
bullet aฮอนด้า สร้างความมั่นใจ ก่อนที่จะนำรถเอ็มพีวี “ฮอนด้า ฟรีด” เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราช่วงปลายปีนี้ ด้วยการนำสื่อมวลชน และผู้แทนจำหน่ายบางส่วน ไปดูโรงงานประกอบ และทดลองขับที่ประเทศอินโดนิเซีย เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

bullet aโดยโรงงานฮอนด้า พ็อสเพ็คท์ มอเตอร์ ในอินโดนิเซีย อยู่ในเมืองคาราวัง ห่างจากกรุงจาการ์ต้า ประมาณ 50 นาที โดยการเดินทางด้วยรถยนต์ เริ่มผลิตรถยนต์ฮอนด้ารุ่นแรกในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดย มร.ทาเคโอะ ฟูกูอิ ประธานบริษัทและหัวหน้าคณะผู้บริหาร เมื่อวันที่ 25 กันยายน ปีเดียวกัน

bullet aซึ่งการเข้าชมโรงงานฮอนด้า พ็อสเพ็คท์ มอเตอร์ ในครั้งนี้ มร.ยูกิฮิโร อาโอซิม่า ประธานบริษัท ฮอนด้า พ็อสเพ็คท์ มอเตอร์ คนปัจุบันได้มาให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลด้วยตนเอง “โรงงานมีเนื้อที่ทั้งหมดราว 500,000 ตารางเมตร มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 50,000 คันต่อปี โดยโรงงานแห่งนี้ ใช้เทคโนโลยีนำสมัยและอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายตามแนวคิด “โรงงานสีเขียว” ซึ่งอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค และเป็นตลาดที่เคยถูกบันทึกไว้ว่า การเติบโตดังกล่าวน่าจะเป็นผลมาจากการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต่อเนื่องด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ถึงแม้จะมีการปรับตัวขึ้นลงบ้าง แต่ความต้องการภายในอินโดนิเซียก็ยังมีสูงเช่นกัน”

bullet aโรงงานฮอนด้า พ็อสเพ็คท์ มอเตอร์ มีมาตรฐานเดียวกับโรงงานฮอนด้าทั่วโลก การทำงานแบบครบวงจรตั้งแต่ในส่วนของตัวรถ เครื่องยนต์ การประกอบ และตรวจสอบมาตรฐาน

 
02-Honda Freed
 

bullet aแผนก Stamping (ขึ้นรูป) ปัจจุบันผลิตชิ้นส่วน 7 ชิ้นให้ฮอนด้าแจ๊ซ และอีก 15 ชิ้นให้ฮอนด้าฟรีด
ในจำนวนนี้ ส่งออก 3 ชิ้นของแจ๊ซไปให้โรงงานฮอนด้าที่ประเทศไทยและไต้หวัน ในการผลิตงาน 22 ชิ้นส่วนดังกล่าว ใช้ดายรวมทั้งสิ้น 73 ชิ้น และจะดูแลบำรุงรักษาทุกชิ้นที่นี่ มีเครื่องจักรขึ้นรูป 2 หน่วย หน่วยแรกเป็นระบบไฮดรอลิคขีดความสามารถ 1,200 ตัน ส่วนหน่วยที่สองเป็นระบบจักรกลธรรมดาขีดความสามารถ 1,500 ตัน เครื่องจักรขึ้นรูปสองหน่วยนี้ช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วน 15 ชิ้นสำหรับรถยนต์ 50,000 คันต่อปี

bullet aเพื่อความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จะตรวจสอบชิ้นงานขณะอยู่ในสายการผลิตของกระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอน นอกจากนี้ ยังควบคุมคุณภาพด้วยการตรวจสอบขั้นต้น สุ่มตรวจและตรวจสอบชั้นสุดท้ายหลังชิ้นงานหลุดจากสายการผลิตแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่า การขึ้นรูปชิ้นงานแม่นยำตามที่กำหนด โดยจะใช้จิ๊กตรวจสอบขนาดอีกที หลังจบกระบวนการการผลิต จะนำชิ้นงานขึ้นรูปไปเก็บไว้เพื่อรอเข้ากระบวนการม้วนตะเข็บและกระบวนการเชื่อมโลหะต่อไป

bullet aแผนก Hemming (ม้วนตะเข็บ) สายงาน Hemming มีพื้นที่ทำงานราว 3,670 ตารางเมตร ชิ้นงานที่ผลิตมี อาทิ คอมพ์ฝากระโปรงหน้า คอมพ์ฝากระโปรงหลัง และแผงประตูหน้าหลัง สายงานนี้แบ่งเป็นสองส่วน สายงาน A ดูแลการผลิตฝากระโปรงหน้า-หลัง ส่วนสายงาน B ดูแลการผลิตแผงประตูหน้า-หลัง ขีดความสามารถการผลิตของเราในขณะนี้อยู่ที่ 50,000 คันต่อปี สำหรับฮอนด้าซีอาร์-วี (ประตูหน้าและหลังรวม 4 ชิ้นงาน) แจ๊ซและฟรีด รวมทั้งหมด 6 ชิ้นงานสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อเป็นการประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์Hemming ฮอนด้าเลือกใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ อย่างเช่น เครื่องม้วนขึ้นรูปขีดความสามารถ 150 ตัน ใช้เครื่องนี้ในกระบวนการ Hemming อัตโนมัติเพื่อประกันคุณภาพชิ้นงานสำเร็จรูป อุปกรณ์อื่นๆ มีอาทิ ระบบหุ่นยนต์แบบอินไดเร็คท์ สำหรับกระบวนงานและการประกันคุณภาพของงานสป็อตของฝากระโปรงหลังกับประตู รวมทั้งการตรวจสอบความแข็งแกร่งของสป็อตต่างๆด้วย นอกจากนี้ยังใช้วิธีไดรเวอร์เช็คตรวจสอบในแต่ละขั้นตอนอีกด้วย

bullet aแผนก Welding (เชื่อมโลหะ) สายงาน Welding ครอบคลุมพื้นที่ราว 7,308 ตารางเมตร ประกอบด้วยงาน 3 ส่วนย่อย ได้แก่ โซน A สายงาน Sub Welding, โซนB สายงานประกอบหลัก และโซนC สายงานขั้นตอนสุดท้าย ปัจจุบัน มีพลังการผลิตราว 50,000 คันต่อปี หรือ 210 หน่วยต่อวัน ใช้วิธีการผลิตแบบ Lot Completion (สายงานผสม/ปกติ) และรุ่นที่ผลิตก็มีซีอาร์-วี แจ๊ซ และฟรีด

 
03-Honda Freed
 

bullet aการผลิตเริ่มต้นที่โซน A เป็นการนำชิ้นส่วนต่างๆมาผสมให้เป็นชิ้นส่วนซับคอมพ์ ก่อนส่งต่อไปยังโซน B เพื่อผ่านกรรมวิธีให้เป็นไวท์บอดี้ โดยใช้ระบบหุ่นยนต์ที่เรียกว่า GW-Robotic System เทคโนโลยีระบบนี้มีความแม่นยำสูง และนำมาใช้ที่โรงงานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2547

bullet aเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เป็นระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อาทิ ระบบหุ่นยนต์งานเชื่อมทั่วไป, ระบบหุ่นยนต์งานอาร์คเบ็นดิ้ง, ระบบปืนยิงอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ, ระบบควบคุมการเชื่อมต่างสภาวะ

bullet aในสายงาน Welding มีระบบไดรเวอร์เช็คตรวจสอบในเขตโซน A, B และ C เพื่อประกันคุณภาพความแข็งแกร่งของงานเชื่อมทุกจุด

bullet aหลังออกจากโซน B ชิ้นงานไวท์บอดี้จะถูกส่งไปที่โซน C หรือสายงานขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้จบกระบวนการ โซน C ดูแลกระบวนการอย่างเช่น ไฟนัลสป็อต ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกระบวนการย่อย ใช้หุ่นยนต์ทำงานอาร์คเบ็นดิ้ง แรงงานฝีมือ จากนั้นก็ไหลผ่านเข้าสู่กระบวนการต่อไป ได้แก่ งานมิก งานเซ็ตติ้ง งานขัดโลหะและงานตรวจสอบขั้นสุดท้าย หลังจบกระบวนงานเชื่อม ตัวไวท์บอดี้จะถูกส่งต่อไปยังแผนกPainting

bullet aแผนก Painting (พ่นสี) งานพ่นสีจะอยู่ในพื้นที่ปิด เพื่อป้องกันมิให้เม็ดฝุ่นแฝงปนเข้ามา และเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย สายงาน Painting ครอบคลุมพื้นที่กว้างราว 10,800 ตารางเมตร ดูแลเรื่องตัวถังและชิ้นส่วนพลาสติก โรงงานแห่งนี้มีมาตรฐานคุณภาพงานพ่นสีระดับสูง ทั้งนี้ด้วยการใช้ระบบหุ่นยนต์พ่นสีและตู้อบแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

bullet aสายงานหลักประกอบด้วย การพ่นเคลือบกันสนิมซึ่งใช้ระบบอิเล็คโตรเดโพสิตอัตโนมัติ, การพ่นอุดและเคลือบใต้ท้องรถ เพื่อป้องกันสนิม น้ำรั่วซึม และกันเสียงเข้ารถ, การพ่นเคลือบสีภายในและภายนอก กระบวนการพ่นสีทุกขั้นตอนใช้หุ่นยนต์ทำงานแบบอัตโนมัติ มี 2 ตัวที่งานพ่นเคลือบพื้นผิว 4 ตัวที่งานพ่นรองพื้น และอีก 3 ตัวที่งานพ่นเคลือบสีใสขั้นสุดท้าย

bullet aแผนก Assembling Frame (ประกอบโครงรถ) สายงาน Assembling Frame แบ่งเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ Routing (สายไฟ),Interior (ภายใน), Chassis (ช่วงล่าง), Exterior (ภายนอก), Complex (คอมเพล็กซ์) ครอบคลุมพื้นที่กว้าง 7,509 ตารางเมตร และตัวสายงานผลิตยาว 265.2 เมตร

bullet aโซน Routing ใช้ประกอบชิ้นงานหลักๆ ได้แก่ แผงไฟและชุดสายไฟต่างๆที่วางบนพื้นรถ ในห้องเครื่องยนต์ รวมทั้งท่อต่างๆ (ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อน้ำมันเบรก) ตั้งแต่เริ่มผลิตซีอาร์-วีตัวใหม่ แผนกนี้นำเอาระบบมาตรฐานคุณภาพตลาด (MQS) มาใช้ในทุกขั้นตอนการผลิต

bullet aโซน Interior ในส่วนของห้องโดยสาร ชิ้นส่วนหลักๆที่ประกอบ ได้แก่ แผงมาตรวัด และชิ้นส่วนพลาสติก อย่างเช่น กันชน แผงบุ เป็นต้น และเพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์การทำงานในสายการผลิต ได้นำเอาอุปกรณ์ช่วยต่างๆ มาใช้อาทิ เครื่องมือติดตั้งที่นั่งและแผงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในตัวรถให้การทำงานได้เร็วขึ้นและได้มาตรฐาน

bullet aโซน Chassis งานหลักของส่วนนี้เป็นการประกอบเครื่องยนต์และระบบกันสะเทือนหน้า/หลัง เพื่อประกันคุณภาพจึงใช้เครื่องมืออัตโนมัติหลายหลาก เช่น หุ่นยนต์ซีลกระจกบังลมหน้า, การวัดทอร์คอัตโนมัติสำหรับงานขันแน่น SRS นัคเคิลหน้าขวา, โช้คอัพ, เพลาขับ, คอพวงมาลัยและระบบป้องกันความผิดพลาดในชุดส่งกำลัง

bullet aโซน Exterior ชิ้นส่วนหลักที่เราประกอบในส่วนของเขตงานภายนอก ได้แก่ ที่นั่ง (แถวหน้า กลางและท้าย) กับประตูหน้าและหลัง

bullet aโซน Complex ที่นี่จะดูแลการติดตั้งระบบฉีดของเหลวและแก๊ส (ของเหลวหม้อน้ำ น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ และน้ำยาแอร์) รวมทั้งการตรวจสอบขั้นสุดท้าย (การลงรายการข้อมูลประวัติรถ การตรวจสอบการทำงาน การตรวจสอบภายในและภายนอก)

 
04-Honda Freed
 

bullet aแผนก Assembling Engine (ประกอบเครื่องยนต์) แผนกของเราครอบคลุมพื้นที่ 1,080 ตารางเมตร มีกำลังผลิต 50,000 คันต่อปี ใช้สายพานอัตโนมัติในการผลิตชิ้นงาน ได้แก่ การตรวจสอบก่อนนำส่ง (PDI) เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพสมบูรณ์, เครื่องซีลอัตโนมัติ, เครื่องขันน๊อต และเครื่องทดสอบการรั่ว

bullet aแผนก Vehicle Quality (ตรวจสอบคุณภาพ) ครอบคลุมพื้นที่ 2,200 ตารางเมตร ประกอบด้วย พื้นที่ตรวจสอบสี ตั้งศูนย์ล้อ ตั้งระดับความสูงการส่องของไฟหน้า โดยใช้ระบบควบคุม PLC เพื่อประกันคุณภาพผลงาน ในเขตนี้ใช้ระบบสะพานเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานของพนักงาน

bullet aต่อจากนั้น เป็นกระบวนการตรวจสอบใต้ท้องรถ ตรงนี้ต้องตรวจสภาพการทำงานของช่วงล่างและตรวจวัดค่าไอเสียรถยนต์ ตามด้วยการตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ และสภาพห้องเครื่องยนต์โดยรวม ก่อนถึงห้องทดสอบน้ำรั่ว รถทุกคันจะได้รับการตรวจสอบที่สนามทดสอบ HPM ความยาวรวม 1.6 กิโลเมตร โดยส่วนที่ยาวที่สุดอยู่ที่ 680 เมตร

bullet aการตรวจสอบส่วนนี้ ทำอย่างสมบูรณ์แบบเต็มร้อย เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของรถยนต์แต่ละคัน ในการเตรียมรถให้เข้าเกณฑ์การส่งออก ฮอนด้าได้สร้างห้องสุ่มตัวอย่างใหม่ขึ้นมาโดยมีอุปกรณ์เครื่องมือความแม่นยำสูงเพื่อผดุงระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มีเครื่องถ่วงศูนย์ล้อฮันเตอร์ ห้องมืดสำหรับตรวจสอบการส่องสว่างของไฟหน้าและการส่องสว่างโดยรวม พื้นราบเพื่อวัดขนาดความสูงของตัวรถ เป็นต้น

bullet aยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานเรื่องเสียงรบกวนของประเทศต่างๆ ฮอนด้าได้สร้างเส้นทางทดสอบตามมาตรฐาน ISO ซึ่งสามารถวัดระดับเสียงรบกวนได้ละเอียดยิ่งกว่าเดิม หลังตรวจสอบหมดทุกส่วนหมดแล้ว รถจะผ่านเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบขั้นสุดท้าย และสามารถนำส่งให้ลูกค้าได้พร้อมการรับประกันคุณภาพ

 
05-Honda Freed
 

bullet aแผนก DIE Casting (หล่อโลหะ) มีพื้นที่ 3,456 ตารางเมตร ประกอบด้วยสายงานผลิตหลัก 2 สาย
สาย HPDC ผลิตเสื้อสูบ ขณะที่สาย LPDC ผลิตฝาสูบ ใช้ระบบหุ่นยนต์ทำงานส่วนที่ซับซ้อน และใช้เครื่องวัดพิกัด (CMM) ตรวจสอบขนาดของผลิตภัณฑ์ สายงาน HPDC มีเครื่องจักรขนาด 2,500 ตัน 1 ตัว มีกำลังการผลิต 600 หน่วยต่อวัน ใช้หุ่นยนต์พ่นสเปรย์หล่อเสื้อสูบและดึงชิ้นงานออก ขั้นตอนหลังการหล่อ ได้แก่ การพ่นน้ำ ขัดแต่ง และตรวจสอบก่อนนำส่ง และสายงาน LPDC ใช้เครื่องจักร 2 ตัวๆ ละ 2 พิมพ์ มีกำลังผลิต 600 หน่วยต่อวันเช่นกัน

bullet aแผนก Machining ครอบคลุมพื้นที่ 16,000 ตารางเมตร เฉพาะตัวอาคารคลุมพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร มีกำลังผลิต 630 หน่วยต่อวัน ใช้เวลา 98 วินาทีต่อรอบ ทำงาน 3 กะในการผลิต ดูแลเครื่องยนต์รถ 2 รุ่น ได้แก่ NP-1 ขนาดความจุ 1.5 ลิตร และ NP-2 ขนาดความจุ 2.4 ลิตร แบ่งงานออกเป็นสายการผลิตหลัก 2 สาย สายแรกเป็นงานเสื้อสูบ ส่วนสายที่สองเป็นงานฝาสูบ

bullet aเพื่อความมั่นใจในคุณภาพของชื้นงาน ได้พัฒนาระบบโค้ดเทรซ 2 มิติมาใช้ สำหรับจัดการและควบคุมชิ้นงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการหล่อดาย ไปจนถึงการนำส่งลูกค้าภายในอย่างเช่น ฝ่ายประกอบเครื่องยนต์ ฝ่ายซีบียู และการส่งออกไปต่างประเทศ

 
800
Honda Freed Gallery : Click to Enlarge
 
06-Honda Freed 07-Freed 08-Freed 09-Freed 10-Honda Freed 11-Freed 12-Honda Freed 13-Honda Freed
               
14-Freed 15-Honda Freed 16-Freed 17-Freed 18-Freed 19-Honda Freed 20-Freed 21-Freed
               
22-Freed 23-Freed 24-Freed 25-Freed 26-Freed 27-Freed 28-Freed 29-Freed
               
30-Honda Freed 31-Honda Freed 32-Honda Freed 33-Honda Freed 34-Honda Freed 35-Honda Freed 36-Honda Freed 37-Honda Freed
               
38-Honda Freed 39-Honda Freed 40-Honda Freed 41-Honda Freed 42-Honda Freed 43-Honda Freed 44-Honda Freed 45-Honda Freed
               
46-Honda Freed 47-Honda Freed 48-Honda Freed 49-Honda Freed 50-Honda Freed 51-Honda Freed 52-Honda Freed 53-Honda Freed
               
54-Honda Freed 55-Honda Freed 56-Honda Freed 57-Honda Freed 58-Honda Freed 60-Honda Freed 61-Honda Freed 62-Honda Freed
               
63-Honda Freed 64-Honda Freed 65-Honda Freed 66-Honda Freed 67--Honda Freed 68-Honda Freed 69-Honda Freed 70-Honda Freed
               
71-Honda Freed 72-Honda Freed 73-Honda Freed 74-Honda Freed 75-Honda Freed 76-Honda Freed 77-Honda Freed 78-Honda Freed
 
800

ม า ทํ า ค ว า ม รู้ จั ก กั บ
NEW HONDA FREED

bullet aก่อนหน้านี้ก็มีค่ายยักษ์ใหญ่ ที่นำเข้ารถจากอินโดนิเซียเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราอยู่เหมือนกัน แต่ตัวเลขยอดจำหน่ายไม่หวือหวาเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะความไม่มั่นใจในคุณภาพ หรือเรื่องราคา รวมถึงไม่โดนใจผู้ใช้รถในบ้านเราก็เป็นไปได้ทั้งนั้น สำหรับบ้านเราที่มีรถให้เลือกแบบหลากหลายการใช้งาน ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

bullet aแต่สำหรับประเทศอินโดนิเซียนั้น รถเอ็มพีวีถือว่าเป็นอันดับ1 ของประเทศก็ว่าได้ เพราะจะได้รับสิทธิพิเศษอย่างมากในเรื่องของภาษี  และราคาจำหน่าย จึงไม่แปลกที่จะเห็นรถเอ็มพีวี วิ่งกันเกลือนเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโตโยต้าครองตลาดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ โดยในอินโดนิเซียใช้ชื่อ “คิจัง” โตโยต้า อิโนว่า และโตโยต้า อาวันซ่า

bullet aเช่นเดียวกับฮอนด้า ฟรีด ที่จะมาตีตลาดบ้าง หลังประสบความสำเร็จกับฮอนด้า แจ๊ซ ในกลุ่มแฮทช์แบ็ค และซีอาร์วี ในกลุ่มเอสยูวี ซึ่งฟรีดนั้นเพิ่งเปิดตัวที่อินโดนิเซียไปเมื่อช่วงปลายดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผลปรากฎว่า เพียงเดือนเดียวมีจอดจองมากถึง 4,321 คัน ด้วยจุดเด่นในหลายๆ ด้านของฟรีด ไม่ว่าจะเป็นรถเอ็มพีวี ขนาดเล็ก ประตูสไลด์แบบไฟฟ้า  ความกว้างขวางในห้องโดยสาร ที่ดูจากด้านนอกเหมือนรถคันเล็กๆ แต่ข้างในมีความอเนกประสงค์ในการใช้งานอย่างครบถ้วน

bullet aฮอนด้า ฟรีด ใช้พื้นฐานเดียวกับแจ๊ซ แต่ออกแบบให้มีมิติใหญ่ขึ้น โดยมีมิติโดยรวมอยู่ที่ ฟรีด กว้าง 1,700 มิลิเมตร ยาว 4,215 มิลิเมตร และสูง 1,735 มิลิเมตร ซึ่งก็ใกล้เคียงกับแจ๊ซ ยกเว้นความสูงที่ดูจะโดดเด่นอยู่สักหน่อย เนื่องจากต้องมีที่นั่งถึง 3 แถวด้วยกัน

bullet aการออกแบบก็คล้ายๆ กับแจ๊ซ แต่ใหญ่ขึ้น กระจังหน้าดูหรู มุมองศาของคานเสาเอ รับต่อเนื่องจากแนวของฝากระโปรงหน้า ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดูกว้างขึ้น ประตูคู่หน้าบานใหญ่ เปิดได้กว้าง ประตูคู่หลังขนาดใหญ่เช่นกัน เป็นประตูแบบสไลด์ ซึ่งในอินโดนิเซีย มีให้เลือกทั้งแบบเปิดไฟฟ้า และแบบแมนนวล ใช้แรงคนเปิดเอง ฝาท้ายค่อนข้างโดดเด่น มีขนาดใหญ่ สามารถเปิดแบบยกขึ้นได้แนวระนาบเดียวกับหลังคา ช่วยในการขนสัมภาระเข้า-ออก ได้อย่างสะดวกสบาย

bullet aภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ ตั้งแต่แผงคอนโซลหน้าที่ออกแบบไล่สเต็บ 2 ชั้น สามารถทำช่องเก็บของได้ขนาดใหญ่ และที่วางแก้วน้ำที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าใช้งานได้อย่างสะดวก รวมถึงชุดคอนโทรลระบบปรับอากาศที่อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ปุ่มเปิด-ปิด ประตูไฟฟ้า จัดวางในจุดที่ใช้งานสะดวกและมองเห็นอย่างชัดเจน โดยผู้โดยสารด้านหลังก็สามารถเปิด-ปิดประตูได้จากสวิตช์ที่ประตูได้เช่นกัน

bullet aเบาะแถว 2 เป็นแบบแยกชิ้นซ้าย-ขวา เพื่อให้สามารถเดินทะลุเข้าไปที่นั่งแถวที่ 3 ได้ โดยเบาะแถวที่ 3 สามารถพับเก็บได้ในแบบแขวนไว้ด้านข้าง ก็มีเนื้อที่สามารถบรรทุกสัมภาระได้พอสมควร

bullet aเครื่องยนต์เป็นแบบขนาด 1,500 ซีซี SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 14.7 กก.-ม.ที่ 4,800 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

bullet aจากการทดลองขับในสนามทดสอบของโรงงานฮอนด้า ในอินโดนิเซีย  เมื่อเข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ ให้ความรู้สึกเหมือนกับขับแจ๊ซอยู่ ทัศนวิสัยใกล้เคียงกันมาก การเข้าโค้งด้วยความเร็วแบบใช้งานปกติ (40 กม./ชม.) เมื่อนั่ง 2 คน ให้ความรู้สึกเหมือนจะแข็งออกไปแนวสปอร์ต แต่ก็ให้ความมั่นใจได้ ไม่ยวบยาบจนตัวรถออกอาการ เนื่องจากออกแบบมาไว้สำหรับลองรับผู้โดยสารมากกว่า 4 คนนั่นเอง อัตราเร่งเครื่องยนต์ดี ไม่แตกต่างจากขับรถแจ๊ซเลย เมื่อลองนั่งแบบ 5 คนดูบ้าง คงต้องยอมรับว่า เบาะแถวที่ 3 ออกแบบไว้ให้นั่งได้จริงๆ ไม่รู้สึกอึดอัด ช่วงเฮดรูมมีเนื้อที่เหลือเฟื่อ เพราะหลังคาออกแบบไว้ค่อนข้างสูง เช่นเดียวกับเลกรูมในเบาะนั่งแถว 3 เพียงเบาะนั่งแถว2 ขยับไปข้างหน้านิดนึง คนสูงระดับ 170 ซม. นั่งแถว 3 ได้สบาย และอัตราเร่งเครื่องยนต์ฟังจากเสียงเครื่องก็ไม่อืดอย่างที่คิดไม่ต้องลากเกียร์ แต่ความเร็วที่จะขึ้นไปสู่ระดับ 100 กม./ชม. นั้นจะช้ากว่านั่ง 2 คนไปนิดนึง

bullet aสำหรับฮอนด้า ในการพาไปดูโรงงานประกอบ และทดลองขับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน “ฮอนด้า ฟรีด” นั้น ประสบความสำเร็จมาก อย่างตัวรถที่ประกอบที่โรงงานอินโดนิเซียนั้น ถ้าไม่บอกว่าประกอบที่ไหนดูไม่ออกเลย ยอมรับว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด ส่วนการทดลองขับนั้น สมรรถนะก็เหมาะสมกับตัวรถ  รวมถึงความโดดเด่นในเรื่องของห้องโดยสารที่อเนกประสงค์ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องดูสเปคที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราอีกทีหนึ่ง รวมถึงราคาที่จะเป็นตัวแปรอย่างมากในการทำตลาดในเมืองไทย


6 - คํ า ถ า ม ย อ ด นิ ย ม
NEW HONDA FREED

01 - HONDA FREED
เป็นรถยนต์ประเภทใด ?
bullet aฮอนด้า ฟรีด เป็น มินิแวน ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีความอเนกประสงค์ในการใช้งาน รูปทรงเหลี่ยมหรือทรงกล่อง ทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานที่มากกว่าซิตี้คาร์ทั่วไป

02 - ใช้พื้นฐานร่วมกับรถยนต์รุ่นใดของฮอนด้า ?
bullet aฮอนด้า ฟรีด ใช้พื้นฐานร่วมกับ ฮอนด้า แจ๊ซ และ ฮอนด้า ซิตี้ ซึ่งรวมถึงระบบกันสะเทือนก็เป็นแบบเดียวกันคือ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม H-SHAPE  

03 - ตัวถังใหญ่ประมาณไหน ?
bullet aฮอนด้า ฟรีด มีมิติภายนอก ยาว 4,215 มิลลิเมตร กว้าง 1,700 มิลลิเมตร สูง 1,735 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,740 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับแจ๊ซ และซิตี้แล้ว มีขนาดใหญ่กว่าในทุกมิติ รวมทั้งมีระยะฐานล้อที่ยาวกว่าซีวิค รุ่นปัจจุบันเสียอีก (ซีวิครุ่นปัจจุบันมีระยะฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร )

04 - ใช้เครื่องยนต์รุ่นอะไร ?
bullet aเครื่องยนต์ยังคงใช้ร่วมกับแจ๊ซ และซิตี้ คือ เครื่องยนต์เบนซิน รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC 1,500 ซีซี 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิด 14.8 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ  
 
05 - แล้วราคาล่ะ ?
bullet aราคายังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน เพราะอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่าง เพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย สำหรับราคาขายในประเทศอินโดนิเซียประมาณ 8 แสนบาท

06 - จะเปิดตัวเมื่อไหร่ ?
bullet aฮอนด้า ฟรีด เปิดตัวในเมืองไทยปลายปีนี้แน่นอน
มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นช่วงก่อน MOTOR EXPO 2009 เล็กน้อย และจะขายจริง พร้อมเปิดตัวเป็นทางการใน MOTOR EXPO 2009

 
 
800
RELATED NEWS :
 
TEST DRIVE : Group Test - Honda Freed เอนกประสงค์บนทรงเฉียบ เส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน
 
WORLD TRIVIA : มารู้จักกับรถยนต์อเนกประสงค์ Honda Freed กันเถอะ
 
800
50
 
LB
all
Watch this
RB