iPad มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วนสำหรับยูสเซอร์ที่ต้องการการใช้งานแบบเรียบง่าย ใครเคยใช้งาน iPhone คงนึกภาพออก จุดเด่นคือหน้าจอสัมผัส Touch Screen 9.7 นิ้ว LED-Backlit IPS ที่คมชัดในทุกองศา Resolutions 1024 x 768 ความหนาตัวเครื่องแค่ครึ่งนิ้ว น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม บันทึกข้อมูลด้วย Flash Drive (ไม่ใช่แฟลชไดร์ฟเสียบๆ นะครับ มันคือสื่อบันทึกข้อมูลที่มาแทนที่ฮาร์ดดิสก์จานหมุน) มีให้เลือก 3 ขนาด 16, 32 และ 64GB พร้อมด้วยการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi, Bluetooth และ 3G สำหรับรุ่นท๊อป
iPad สามารถใช้เป็น พอร์เทเบิลเกม ได้...ธรรมดาครับ, iPad สามารถท่องเว็บได้ อันนี้ต้องบอกว่าธรรมดามาก กลยุทธ์สำคัญสำหรับ iPad อย่าง iBooks ร้านหนังสือออนไลน์จากแอปเปิ้ลสโตร์ ที่ให้คุณยืน (นั่ง, นอน) เลือกหนังสือจากชั้นต่างหาก ที่น่าจับตามอง หลายกระแสบอกว่า นี่เป็นการปลุกกระแส eBook ให้เข้าสู่รูปแบบมาตรฐานอย่างแท้จริง โดยการขยับขยายครั้งนี้ แตกไลน์ออกมาจากการสั่งซื้อเพลง หรือหนังใน แอปเปิ้ลสโตร์ ออนไลน์ ที่มีการใช้คำว่าเทรนด์ให้เป็นประโยชน์ในลักษณะที่ว่า 'ถ้าไม่อยากตกยุค จงอ่านพ็อกเก็ตบุ๊คด้วย iPad'
การเชื่อมต่อเพื่ออัพเดทข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ ก็ยังคงทำได้กับโอเอสของทั้งฝั่ง Apple และ Windows โดย Apple ต้องใช้ OSX 10.5.8 ขึ้นไป Windows ใช้ได้ตั้งแต่ XP ไปจนถึง 7 ในส่วนของโปรเซสเซอร์ใช้ชิปตระกูล A4 ความเร็ว 1GHz ซึ่งแอปเปิ้ลบอกว่า เป็นชิปที่ดีไซน์ขึ้นมาพิเศษ รองรับการใช้งานหนักได้ โดยที่ไม่กินไฟมากนัก สามารถเล่นหนัง HD ความละเอียด 720p ต่อเนื่อง 10 ชม. (ตามสเปค) ได้สบายๆ แต่หากเล่นเว็บด้วย 3G จะลดลงเหลือ 9 ชม.
สำหรับราคา iPad เปิดออกมาที่ 16GB ราคา 499 เหรียญ, 32GB ราคา 599 เหรียญ และ 64GB ราคา 699 เหรียญ (ราว 16,000 - 22,000 บาท) เข้าไทยเมื่อไหร่ ราคาคงบวกเพิ่มกว่านี้อีกนิดหน่อย
ส่วนใครที่คิดว่า ด้วยราคาของ iPad กับฟังก์ชั่นที่มี ใช้เน็ตบุ๊คดีกว่าไหม? ความยืดหยุ่นของ OS ก็มากกว่าอีก ขอบอกว่า ต้องแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ ลองเล่นก่อนค่อยตัดสินใจก็ได้ ว่าอะไรเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของคุณมากกว่า แต่โดยส่วนตัวของผู้เขียน เน็ตบุ๊คมีปัญหาเล็กๆ ตรงที่ประมวลผลได้ช้า แค่รัน OS ก็เหนื่อยแล้ว ส่วน iPad นั้นออกจะดูเป็นแกดเจทมากกว่า ดูหนัง ฟังเพลง เอนหลัง อ่านหนังสือ เล่นเกม ส่งเมล ราวๆ นั้นครับ •