จากข้อมูลของโตโยต้า ยุโรประบุว่าโคโรลล่าใหม่จะเน้นการเปลี่ยนแปลงสำหรับรูปลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก เพราะเปลี่ยนกันเยอะจริงๆ เอาแค่ด้านหน้าก็ใช้ชิ้นส่วนหลักๆ ร่วมกันไม่ได้เลย ทั้งไฟหน้า, กระจังหน้า และกันชนหน้า ส่วนรุ่นท็อปที่มากับล้อแม็ก 16 นิ้วก็เป็นลายใหม่ ขณะที่ด้านท้ายมีการย่อขนาดของไฟท้ายส่วนที่อยู่บนตัวถังให้แคบลง พร้อมกับเปลี่ยนรายละเอียดของเลนส์ไฟสัญญาณใหม่เพื่อความสดใส
ในส่วนของเทคโนโลยีใหม่ที่ติดตั้งเพิ่มเติมเข้าไปก็มีทั้งกระจกมองหลังแบบ Gentex เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง พื้นที่ส่วนกระจกจะกลายเป็นมอนิเตอร์สำหรับแสดงภาพที่กล้อง VDO ทางด้านท้ายรถยนต์ถ่ายทอดสัญญาณมา เพื่อความสะดวกในการถอยเข้าจอด และฝากระโปรงหลังสามารถเปิดขึ้นเองอัตโนมัติผ่านการกดปุ่มทางรีโมทคอนโทรล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในเวอร์ชันที่ขายเมืองไทย ลูกเล่นเหล่านี้จะตามมาด้วยหรือเปล่า
ในยุโรปทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ 4 แบบบนพื้นฐานของ 4 สูบเรียงแบ่งเป็นเบนซินและเทอร์โบดีเซลอย่างละ 2 รุ่นเหมือนกับออริส เริ่มจากเบนซิน 1,330 ซีซีแบบ Dual VVT-I บล็อกใหม่ มีกำลัง 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.2 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบต่อนาที ซึ่งจะมีการติดตั้งระบบ Start&Stop ที่สามารถดับเครื่องยนต์อัตโนมัติและรุ่น 1,600 ซีซี แบบ Valvematic กำลังสูงสุด 132 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.9 กก.-ม. ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที
ขณะที่รุ่นเทอร์โบดีเซลแบบ D-4D มีทั้งความจุ 1,400 ซีซี 90 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.2 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบต่อนาที และ 2,000 ซีซี177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. ที่ 2,000-2,800 รอบต่อนาที ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
บ้านเราคงรอกันอีกไม่นาน และถ้าเป็นไปตามแนวทางการทำตลาดของโตโยต้าในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าการปรับโฉมน่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือไม่ก็มีนาคมปีหน้า ซึ่งก็จะครบวาระการทำตลาดของอัลติสในไทยรวม 3 ปีเต็มพอดี • |