การตอบสนองต่อการขับถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบังคับเลี้ยว ซึ่งอัตราทดของพวงมาลัย ถูกปรับให้มีการตอบสนองที่ไวขึ้นจากรุ่นเดิม 10% เช่นเดียวกับระบบช่วงล่างที่มีการออกแบบให้แข็งขึ้น 47% โดยมีการติดตั้งระบบช่วงล่างที่ทันสมัย เน้นความปลอดภัย ซึ่งเรียกว่า DSTC-Dynamic Stability and Traction Control ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับทั้งในเรื่องของการลื่นไถลและการพลิกคว่ำ โดยที่ระบบช่วงล่างแบบ FOUR-C สามารถปรับระดับความหนืดได้ตามความต้องการถึง 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Advanced
หลากทางเลือกของการขับเคลื่อน เริ่มจากรุ่นบล็อกเล็กของเบนซินในแบบ GTDi ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดบนพื้นฐานแนวคิด EcoBoost ของฟอร์ด มีทั้งแบบ 4 สูบ 1,600 ซีซี เทอร์โบไดเร็กต์อินเจ็กชัน ในรหัส T3 และ T4 ซึ่งมีกำลัง 150 และ 180 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดเท่ากันที่ 24.4 กก.-ม. และรุ่น 2,000 ซีซี GTDi ในรหัส T5 ซึ่งมีกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และทอร์ก 32.6 กก.-ม.
ส่วนรุ่นท็อปของเบนซินเป็นรหัส T6 ขุมพลังแบบ 6 สูบเรียง 3,000 ซีซี เทอร์โบคู๋ 304 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 44.8 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และขับเคลื่อนในแบบ 4 ล้อตลอดเวลา มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.5 วินาที และความเร็วปลาย 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลเริ่มกับตระกูล DRIVe ซึ่งเป็นแบบ 4 สูบ 1,600 ซีซี 115 แรงม้า ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีการคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำเพียง 115 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร และมีความประหยัดน้ำมันแบบสุดๆ 26.6 กิโลเมตรต่อลิตร
ตามด้วยรหัส D3 แบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. และรุ่น D5 แบบทวินเทอร์โบที่มีความจุเท่ากัน แต่มีกำลังขยับขึ้นมาเป็น 205 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 42.8 กก.-ม. ซึ่งมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.8 วินาทีเท่ากันทั้งแบบธรรมดาและอัตโนมัติ โดยมีความเร็วสูงสุด 235 และ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามลำดับ
นอกจากนั้นใน S60 ใหม่ยังมีการติดตั้งระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อมีการตรวจพบคนเดินถนน หรือ Pedestraint Protection with Full Auto Brake System โดยจะมีเรดาร์ติดตั้งอยู่บนกระจังหน้า ซึ่งจะทำงานร่วมกับกล้องตัวหน้า ซึ่งติดตั้งอยู่ที่กระจกมองหลังในห้องโดยสาร ในการตรวจสอบสิ่งที่อยู่ด้านหน้า และวิเคราะห์รูปแบบก่อนตัดสินใจให้ระบบมีการเบรกอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าเป็นคนเดินถนน และกำลังเดินลงมาขวางทาง อีกทั้งยังมีระบบ DAC หรือ Driver Alert Control สำหรับกระตุ้นให้ผู้ขับมีการตื่นตัวจากอาการเหนื่อล้า หรือกำลังจะหลับใน