รายละเอียดของเครื่องยนต์ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ซึ่งขุมพลังที่วางอยู่ด้านหลังห้องโดยสารในรูปแบบวางกลางลำ เป็นบล็อกวี8 ทวินแคม 32 วาล์ว พร้อมระบบไดเร็กต์อินเจ็กชัน หรือ Di ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเครื่องยนต์สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรป เพราะมีจุดเด่นทั้งในเรื่องความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และการลดมลพิษในไอเสีย
แน่นอนว่า 458 มาพร้อมกับความจุในระดับ 4,500 ซีซีตามตัวเลข 2 หลักแรก (ส่วน 8 คือ เครื่องยนต์วี8) มีกำลังสูงสุด 570 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 55.0 กก.-ม. ที่ 6,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบ Dual-Clutch 7 จังหวะ (ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาพันธุ์แท้แบบ H-Type ยังไม่เผยว่าจะมีขายหรือเปล่า) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.4 วินาที และความเร็วปลาย 325 กิโลเมตร/ชั่วโมง
นอกจากนั้น ตัวรถยังมีการติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว หรือ VDA- Vehicle Dynamic Assistance ที่ได้รับการปรับแต่งฟังก์ชันการทำงาน ให้สอดคล้องกับรถสปอร์ต โดยตัวระบบจะอาศัยข้อมูลที่การทำงานของเครื่องยนต์, เกียร์ โดยมีให้เลือกทั้งโหมด RACE, CT off และ CST off ผ่านการหมุนปุ่มที่เรียกว่า Manettino เหมือนกับปุ่มหมุนในรถแข่ง F1 อีกทั้งยังสามารถแจ้งเตือนผู้ขับให้ทราบสถานการณ์ทำงานของเครื่องยนต์ คือ WARM-UP คือ ยังอุ่นเครื่องไม่พร้อมไป, GO-ไปได้ และ OVER- ความร้อนสูงเกิน
ทั้งแรงทั้งไฮเทคขนาดนี้ บรรดาแฟนๆ ของเฟอร์รารี่ไม่น่าพลาด ส่วนราคายังไม่เปิดเผยออกมาในตอนนี้ ใครที่สนใจก็เตรียมเงินเอาไว้ 'เยอะหน่อย' ก็แล้วกัน •
|