ออดี้ให้นิยามเวอร์ชันนี้ว่า มีความสะดวกสบายเหนือระดับจากรุ่นซีดาน แต่ทว่ามีความอเนกประสงค์เทียบชั้นกับสเตชันแวกอนแถมออดี้ยังกล้าใช้คำว่า "5-Door Coup" เพื่อแสดงถึงความสปอร์ตของรถยนต์ตัวถังนี้ ซึ่งตัวถังด้านท้ายของตัวรถได้รับการออกแบบให้มีลักษณะลาดเทลงเพื่อความปราดเปรียว และฝากระโปรงสามารถยกขึ้นพร้อมกับกระจกบังลมหลัง ทำให้มีความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสัมภาระออกจากห้องโดยสาร เช่นเดียวกับความสามารถในการพับเบาะหลังลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระจาก 480 มาเป็น 980 ลิตร
ในช่วงแรกของการทำตลาด มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งหมด 6 แบบแบ่งเป็นเบนซิน 3 รุ่น คือ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 2,000 ซีซี TFSI แบบเทอร์โบ ที่มีทั้งกำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 32.6 กก.-ม. ที่ 1,500-3,900 รอบ/นาที ตามด้วยรุ่น 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. ที่ 1,500-4,200 รอบ/นาที และปิดท้ายกับรุ่นวี6 ทวินแคม 24 วาล์ว 3,200 ซีซีแบบมีระบบวาล์วแปรผัน พร้อมไดเร็กต์อินเจ็กชัน หรือ FSI มีกำลังสูงสุด265 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 33.6 กก.-ม. ที่ 3,000-5,000 รอบ/นาที
เทอร์โบดีเซลมีทั้งแบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. ตามด้วยวี6 2,700 ซีซี 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. และ 3,000 ซีซี 240 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 50.9 กก.-ม. โดยระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบล้อหน้า และ 4 ล้อตลอดเวลาควอตโตรขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องยนต์
นอกจากนั้น ออดี้ยังติดตั้งระบบชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่อยู่ในตัวรถ และระบบ Start/Stop ซึ่งจะดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนิ่งอยู่กับที่เหมือนกับรถยนต์ไฮบริด เพื่อลดความสิ้นเปลืองน้ำมัน และระดับมลพิษ ซึ่งแนวทางนี้เหมือนกับแนวคิด Efficiency Dynamic ของบีเอ็มดับเบิลยู • |
รุ่นที่ขายในยุโรปมีดังนี้
• 2.0 TDI with 6-speed manual transmission - 36,050 ยูโร หรือ 1.66 ล้านบาท
• 2.7 TDI with 6-speed manual transmission - 39,300 ยูโร หรือ 1.76 ล้านบาท
• 3.0 TDI quattro with 7-speed S tronic - 47,950 ยูโร หรือ 2.15 ล้านบาท
• 2.0 TFSI (132 kW / 180 hp) with 6-speed manual transmission - 33,650 ยูโร หรือ 1.51 ล้านบาท
• 2.0 TFSI (155 kW / 211 hp) quattro with 7-speed S tronic - 42,150 ยูโร หรือ 1.89 ล้านบาท
• 3.2 FSI quattro with S tronic - 47,000 ยูโร หรือ 2.11 ล้านบาท |