มาสด้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น เปิดตัวมาสด้า เอ็กเซล่า หรือในตลาดโลกใช้ชื่อ มาสด้า3 รูปลักษณ์ไม่ต่างกัน เพิ่มอุปกรณ์ i-stop ระบบดับและสตาร์ตเครื่องยนต์เมื่อจอดนิ่งและออกตัว เริ่มจำหน่ายแล้วผ่านทุกเครือข่ายของมาสด้าทั้ง Anfini และ Autozam ราคาประมาณ 5.8 แสนบาท ถึง 9.4 แสนบาท ตั้งเป้าไว้ 2,000 คันต่อเดือน
หลังเปิดตัวรุ่นแรกในเดือนตุลาคม 2003 มาสด้า3 หรือเอ็กเซล่าในญี่ปุ่น ก็กลายเป็นรถยนต์รุ่นหลักของมาสด้า มียอดจำหน่ายทั่วโลกกว่า 2 ล้านคัน สำหรับรุ่นที่ 2 มาสด้ามีการพัฒนาในหลายด้านเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยมีทั้งความสปอร์ต สมรรถนะสูง และรูปทรงที่มีสไตล์ ภายในเน้นคุณภาพของวัสดุและการประกอบ รวมทั้งประโยชน์ใช้สอย พร้อมการรักษาสิ่งแวดล้อม และมอบความปลอดภัยสูงสุด
แบ่งเป็น 3 รุ่น...เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี มีกำลัง 111 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที กับแรงบิด 14.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที รุ่น 2,000 ซีซี ใช้เครื่องยนต์ใหม่ DISI ไดเร็กอินเจ็คชั่น 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที และแรงบิด 19 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที และรุ่นสูงสุด 2,000 ซีซี ไดเร็กอินเจ็คชั่นเทอร์โบ รีดแรงม้าได้ถึง 264 ตัว ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 38.7 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบต่อนาที
รุ่นพื้นฐาน 2,000 ซีซี ขับล้อหน้าทุกรุ่นย่อย ติดตั้งระบบ i-stop เครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติเมื่อหยุดนิ่ง และสตาร์ตใหม่โดยอาศัยพลังงานจากการจุดระเบิด ใช้เวลาเพียง 0.35 วินาที หรือเพียงครึ่งหนึ่งของระบบนี้ในรถยนต์ยี่ห้ออื่น โดยระบบ i-stop ของมาสด้า จะไม่มีลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน ทั้งตอนดับและสตาร์ตเครื่องยนต์ ให้ความรู้สึกในการขับเหมือนรถยนต์ทั่วไป ราคาของรุ่นที่ติดตั้งระบบนี้ เริ่มต้นที่ 6.6 แสนบาท (รวมภาษี) รถรุ่นที่ติดตั้งระบบ i-stop จะประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารุ่นพื้นฐานประมาณ 15%
ส่วนรุ่นเล็ก 1,500 ซีซี มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ CVT รุ่นใหม่ ผสมผสานระหว่างการตอบสนองแบบสปอร์ต และความประหยัด ที่สามารถทำได้ถึง 18.4 กิโลเมตรต่อลิตร และเอ็กเซลาใหม่ทุกรุ่น มีมลพิษในไอเสียอยู่ในระดับ Super-Ultra-Low Emission Vehicles (SU-LEV) มีมลพิษในไอเสียน้อยกว่าที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดไว้ในปี 2005 ถึง 75%
นอกเหนือจากสมรรถนะของเครื่องยนต์ ที่มาพร้อมความประหยัด และมลพิษต่ำแล้ว เอ็กเซล่าใหม่ ยังได้รับการปรับปรุงด้านแฮนด์ลิ่งในการขับด้วย โดยเน้นการลดน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ จึงให้ความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง พร้อมปรับปรุงห้องโดยสารเพิ่มความสะดวกสบาย ลดเสียงรบกวนจากถนน ลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ และลดเสียงลมปะทะเมื่อขับด้วยความเร็วสูง
|